กลิ่นอายของกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยอบอวลตัดกับความเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานหรูหราระดับเพנט์เฮาส์ แต่มันกลับไม่อาจขับไล่ความหนาวเหน็บที่เกาะกุมขั้วหัวใจของธีร์ธนัตถ์ได้เลยสักนิด ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจ บัดนี้กลับฉายแววความอ่อนล้าและร่องรอยของความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ เขากำแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขาวซีด
ตรงหน้าของเขาคือ 'รินรดา' อดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและผลักไสให้ออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย แต่ในวันนี้ เธอไม่ได้ยืนก้มหน้าสะอื้นไห้อย่างในอดีตอีกต่อไปแล้ว ศัลยแพทย์หัวใจสาวพราวเสน่ห์ในชุดสูทเข้ารูปสีเพิร์ลเกรย์ยืนกอดอกด้วยท่าทีสง่างาม แววตาคู่คมมองตรงมาที่เขาด้วยความว่างเปล่า เย็นชา และทรงพลังเสียจนคนที่เคยคุมเกมมาตลอดอย่างเขาต้องเป็นฝ่ายหายใจติดขัด
"คุณไม่มีสิทธิ์มาต่อรองอะไรกับผมทั้งนั้น ธีร์ธนัตถ์"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาดราวกับคมมีดกรีดลงกลางใจ
"เวลาแปดปีที่ฉันเคยเป็นภรรยาที่คุณมองไม่เห็นค่า มันหมดลงตั้งแต่ตั๋วใบหย่าถูกเซ็นชื่อแล้วค่ะ"
"ริน... ฟังผมก่อน"
ธีร์ธนัตถ์ลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังราคาแพง ขายาวก้าวเข้าไปหาเธอด้วยความร้อนรน สัญชาตญาณความเป็นนักธุรกิจเจ้าเล่ห์กำลังบอกให้เขาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อซื้อเวลา ดึงรั้งเธอให้อยู่ในรัศมีสายตานานที่สุดเท่าที่จะทำได้
"โครงการร่วมทุนระหว่างโรงพยาบาลของคุณกับบริษัทอสังหาฯ ของผม... มันยังมีรายละเอียดทางกฎหมายที่ซับซ้อน เรายังเคลียร์กันไม่จบ ถ้าคุณถอนตัวตอนนี้ ความเสียหายมันไม่ได้เกิดแค่กับผม แต่มันหมายถึงอนาคตของศูนย์หัวใจที่คุณเพิ่งสร้างขึ้นมาด้วย"
รินรดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเยาะที่กรีดแทงหัวใจคนมองยิ่งกว่าคำด่าทอ
"เรื่องทางกฎหมาย คุณให้ทนายความคุยกับทีมกฎหมายของฉันได้เลยค่ะ ฉันไม่ใช่คนไร้เหตุผลที่จะเอาผลประโยชน์ของผู้ป่วยมาประชดชีวิตส่วนตัว... แต่ถ้าสิ่งที่คุณพยายามจะบอกฉัน คือการ 'ซื้อเวลา' เพื่อยื้อเรื่องไร้สาระพวกนี้ล่ะก็..." เธอหยุดเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาสำรวจชายหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเวทนา "บอกตามตรงว่ามันน่าสมเพชมากกว่าน่าฟังนะคะ"
คำว่า 'น่าสมเพช' ร่วงหล่นลงกลางใจราวกับน้ำกรดร้อนๆ ธีร์ธนัตถ์เจ็บจนจุกอก ลมหายใจสะดุดกึก เขายื่นมือออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวบางเพื่อเหนี่ยวรั้ง แต่รินรดากลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างทันท่วงที ปฏิกิริยาที่แสดงออกถึงความรังเกียจเดียดฉันท์นั้นชัดเจนเสียจนเขาต้องชะงักมือค้างกลางอากาศ
"อย่าแตะต้องตัวฉัน" เธอกล่าวเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาดจนเขาไม่กล้าแม้แต่จะขยับเข้าใกล้
"ริน... ผมรู้ว่าผมเลว ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันชดใช้ด้วยอะไรก็ไม่หมด แต่ขอร้องล่ะ... ให้โอกาสผมได้แก้ตัว ได้ทำหน้าที่ผู้ชายคนหนึ่งที่เคยสูญเสียทุกอย่างไปเพราะความโง่เขลาของตัวเองบ้างไม่ได้เลยหรือ"
น้ำเสียงของชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลสั่นพร่าอย่างน่าใจหาย นัยน์ตาคมกริบแดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำใสที่พยายามสะกดกลั้นไว้ไม่ให้ไหลริน ภาพของประธานบริษัทผู้เย่อหยิ่งทลายลงต่อหน้าเธอ เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังคุกเข่าทางจิตวิญญาณอ้อนวอนขอเศษเสี้ยวความเมตตา
รินรดานิ่งเงียบ มองสบตาเขาเนิ่นนาน หัวใจที่เคยด้านชาและถูกแช่แข็งด้วยน้ำมือของเขา บัดนี้สั่นไหวเล็กน้อย มิใช่เพราะความรักที่ฟื้นคืน แต่เป็นเพราะความรู้สึกสมเพชเวทนาที่ตีตื้นขึ้นมาต่างหาก
ในจังหวะที่บรรยากาศภายในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้ง ก่อนที่บานประตูจะเปิดออกพร้อมกับร่างสูงโปรดของ 'อคิน' นายแพทย์หนุ่มรุ่นพี่ผู้เป็นทั้งมือขวาและคนที่คอยโอบกอดประคับประคองหัวใจเธอในยามที่แตกสลาย
"รินครับ ประชุมบอร์ดบริหารกำลังจะเริ่มแล้ว ทางคุณอคิน... เอ่อ ทางโน้นรออยู่ครับ" อคินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาดุดستیราวกับสัตว์ป่าบาดเจ็บที่ธีร์ธนัตถ์ส่งมาให้ แต่เขาก็เลือกที่จะเมินเฉย แล้วเดินเข้าไปยืนเคียงข้างรินรดาราวกับเจ้าของสิทธิ์อันชอบธรรม มือหนาวางลงบนลาดไหล่บางอย่างสนิทสนม
ภาพนั้นกรีดแทงตาธีร์ธนัตถ์จนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ความหึงหวงและโทสะพุ่งพล่านจนเกือบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ เขาเกลียดรอยยิ้มที่อคินมอบให้เธอ เกลียดความสนิทสนมที่ดูราวกับว่าพวกเขามีโลกใบเดียวกันที่เขาไม่มีวันแทรกซึมเข้าไปได้
"เชิญคุณกลับไปจัดการธุระของคุณเถอะค่ะ ธีร์ธนัตถ์" รินรดากล่าวตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะหมุนตัวเดินเคียงคู่ไปกับอคินโดยไม่แม้แต่จะชายตามองเขาอีกเป็นครั้งที่สอง
ประตูปิดลงแล้ว ทิ้งให้ธีร์ธนัตถ์ยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันและความพ่ายแพ้ที่กัดกินวิญญาณ เขาทุบกำปั้นลงบนโต๊ะทำงานอย่างแรงด้วยความคับแค้นใจ ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะกวาดเอกสารทั้งหมดลงพื้น สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นอยู่ใต้โซฟา
มันเป็นซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกเปิดอ้าไว้ และมีภาพถ่ายขนาดโปสการ์ดหลุดออกมาครึ่งหนึ่ง
ธีร์ธนัตถ์ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ก้มลงเก็บมันขึ้นมาพลิกดูด้วยมือที่สั่นเทา ทว่าทันทีที่ดวงตาคู่คมกวาดมองภาพถ่ายเด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ สี่ขวบที่มีดวงตากลมโตและเค้าโครงใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับตัวเขาเองราวกับแกะ พร้อมกับเอกสารบันทึกทางการแพทย์ที่มีชื่อของรินรดาระบุไว้ว่าเป็นมารดา... ลมหายใจของเขาก็ขาดห้วงไปในทันที ร่างกายชาวาบตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อมในวันที่พายุโหมกระหน่ำ!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมอินและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ ละอองดาวเดือนเก้าสัญญาว่าตอนหน้า ความลับที่ถูกซ่อนไว้จะพลิกผันจนทุกคนต้องวางไม่ลงอย่างแน่นอนค่ะ!
ทัณฑ์เยือกแข็งของอดีตสามีผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 12
อดีตที่คอยหลอกหลอน
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เยือกแข็งของอดีตสามีผู้ไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!