เสียงทุ้มต่ำของพิธีกรบนเวทีกล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติในงานการกุศลประจำปีดังคลอเคล้าไปกับเสียงดนตรีคลาสสิก แต่สำหรับธีร์ธนัตถ์แล้ว บรรยากาศหรูหราอลังการรอบตัวกลับพร่าเลือนจนคล้ายภาพฝัน สิ่งเดียวที่ตรึงสายตาคมกริบของเขาให้อยู่กับที่ คือร่างเพรียวระหงในชุดราตรีผ้าไหมสีมรกตเข้ารูป ที่กำลังก้าวลงจากบันไดวนพร้อมรอยยิ้มพริ้มเพราบนริมฝีปากอิ่ม
รินรดา...
ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเปราะบางราวกับตุ๊กตาแก้ว ผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสอย่างไร้เยื่อใยในคืนหิมะโปรยปรายเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้เธอกลับยืนหยัดอยู่ ณ จุดสูงสุดด้วยรัศมีแห่งความมั่นใจและทรงพลังจนน่าเกรงขาม
ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยมีแต่ความเจ็บปวดและคราบน้ำตา ยามนี้กลับทอประกายเด็ดเดี่ยวและเย็นชา เธอกวาดสายตามองผู้คนรอบงานด้วยท่าทีสง่างามราวกับพญาหงส์ ทว่าวินาทีที่หางตาของเธอปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ของคนที่ยืนนิ่งสนิทอยู่มุมเสา รอยยิ้มบนเรียวปากนั้นก็ชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเรียบเฉยราดรดหัวใจของเขาให้ชาดิ่ง
"มองอะไรอยู่หรือครับ ธีร์"
เสียงทุ้มของนักธุรกิจรุ่นพี่คนหนึ่งดังขึ้นข้างกาย แต่ธีร์ธนัตถ์ไม่ได้ยินแม้แต่น้อย เลือดในกายของเขากำลังพลุ่งพล่าน สัญชาตญาณดิบเถื่อนสั่งให้เขาก้าวเท้าออกไปข้างหน้าอย่างลืมตัว มือหนากำหมัดเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน หัวใจที่เคยด้านชามาตลอดหลายปีกลับกระหน่ำเต้นรัวรากับจะทะลุกระดูกซี่โครง
เขานึกถึงภาพในอดีต ภาพที่เธอเคยร้องขอความเห็นใจ ภาพที่เธอเคยเอ่ยปากว่าท้อง... ท้องกับเขา แต่เขากลับตราหน้าว่าเธอกุเรื่องเพื่อเหนี่ยวรั้งเขาไว้ และทิ้งให้เธอเผชิญมรสุมชีวิตเพียงลำพัง จนกระทั่งข่าวลือเรื่องการแท้งและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยทำให้เขาเกือบเสียสติในเวลาต่อมา
ทว่าวันนี้ เธอกลับมายืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว... มีชีวิต รุ่งโรจน์ และงดงามจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
รินรดาเบือนสายตาหนีจากร่างสูงที่ยืนจ้องเธอเขม็ง เธอเลือกที่จะรับแก้วแชมเปญจากบริกรที่เดินผ่านมาด้วยท่าทางสบายๆ โดยมีอคิน ศัลยแพทย์หนุ่มเพื่อนร่วมงานและชายหนุ่มผู้กุมหัวใจเธอในปัจจุบัน คอยโอบประคองเอวบางไว้ด้วยความทะนุถนอมอย่างเปิดเผย
"เหนื่อยไหมครับคนดี คนมองคุณกันทั้งงานเลยรู้ตัวหรือเปล่า" อคินกระซิบถามข้างใบหู พร้อมส่งยิ้มอ่อนโยนที่เปี่ยมด้วยความรักใคร่ให้เธอ
"รินไม่ได้เหนื่อยค่ะ แค่รู้สึกว่าอากาศแถวนี้มันเริ่มเจือกลิ่นอายความเน่าเฟะของอดีตที่ควรจะฝังกลบไปนานแล้วก็เท่านั้นเอง" รินรดาตอบเสียงเรียบ ทว่าจงใจปล่อยให้ประโยคหลังลอยไปตามลมกระทบโสตประสาทของใครบางคนที่กำลังเดินตรงเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
ธีร์ธนัตถ์หยุดยืนห่างจากพวกเขาเพียงไม่กี่ก้าว แววตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังมือของอคินที่แตะอยู่บนเอวของภรรยาเก่า เส้นเอ็นที่ขมับปูดโปนด้วยความหึงหวงและโกรธเกรี้ยวที่พุ่งพล่านจนยากจะสะกดกลั้น
"ริน..." เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ยามที่เอמהชื่อนั้นออกมาจากลำคอ
รินรดายกแก้วแชมเปญขึ้นจิบนิดๆ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความรัก ความโกรธ หรือแม้แต่ความแค้นหลงเหลืออยู่เลย... มีเพียงความว่างเปล่า เยnชา และไร้เยื่อใย ซึ่งนั่นคือสิ่งที่บาดลึกหัวใจของธีร์ธนัตถ์ยิ่งกว่าการถูกกรีดด้วยมีดเสียอีก
"ขอโทษด้วยนะคะคุณธีร์นัตถ์ คนแถวนี้เขาชื่อ 'ดร.รินรดา' ค่ะ กรุณาเรียกให้มันถูกต้องด้วยฐานะทางสังคม หรือไม่... ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญ ฉันคิดว่าเราไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกันอีก" น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่อาบยาพิษ
"ริน... เธอเปลี่ยนไป..." ธีร์ธนัตถ์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาแดงก่ำด้วยความเจ็บปวดที่เพิ่งเคยได้ลิ้มรสเป็นครั้งแรก "เราต้องคุยกันเรื่องในอดีต เรื่องที่เรา..."
"อดีตเหรอคะ?" รินรดาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้ผู้ชายที่ยิ่งใหญ่อย่างธีร์ธนัตถ์รู้สึกเหมือนตัวเองตัวลีบลงไปถนัดตา "คุณไม่มีสิทธิ์พูดคำว่าอดีตกับฉันค่ะคุณธีร์ เพราะในสารบบชีวิตของฉัน ผู้ชายใจร้ายไร้หัวใจคนนั้น... เขาตายไปตั้งแต่วันที่อยู่บนเตียงโรงพยาบาลในคืนหิมะโปรยวันนั้นแล้ว"
คำพูดของเธอทำเอาธีร์ธนัตถ์เซถอยหลังไปครึ่งก้าว หัวใจของเขาราวกับถูกค้อนเหล็กทุบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินวิญญาณมาตลอดหลายปีพรั่งพรูขึ้นมาจนจุกอก เขาอยากจะคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ อยากจะกราบกรานขออภัยในสิ่งที่เขาเคยทำลายลงด้วยมือของตัวเอง
แต่อคินกลับก้าวขึ้นมาบังหน้าภรรยาเก่าของเขาไว้ พร้อมรอยยิ้มสุภาพแต่แฝงด้วยความเย้ยหยัน "ดูเหมือนคุณจะรบกวนเวลาส่วนตัวของคู่หมั้นผมนะคะ คุณธีร์นัตถ์... เชิญทางอื่นเถอะครับ"
คำว่า 'คู่หมั้น' พุ่งเข้าเสียบอกของธีร์ธนัตถ์ราวกับคมหอก เขาตวัดสายตาดุดันมองหน้าอคินอย่างเอาเรื่อง มือหนากำหมัดแน่นจนสั่นเทา "ถอยไป... ฉันจะคุยกับเมีย..."
"อดีตภรรยาต่างหากครับคุณธีร์ และเธอก็ไม่ต้องการคุยกับคุณ" รินรดาเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอวางแก้วแชมเปญลงบนถาดของบริกรที่เดินผ่านมาพอดี ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตสามีด้วยแววตาที่แข็งกร้าวและทรงพลังที่สุด
"จำใส่สมองของคุณเอาไว้ให้ดีนะคะคุณธีร์นัตถ์ ว่าผู้หญิงที่คุณเคยเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดีในวันนั้น ได้ตายไปพร้อมกับลูกของเราแล้ว... และคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ จะไม่มีวันก้มหัวให้ผู้ชายสารเลวอย่างคุณอีกเป็นครั้งที่สอง"
พูดจบ รินรดาก็กระตุกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะเอื้อมมือไปคล้องแขนอคินแล้วเดินผ่านหน้าเขาไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้ธีร์ธนัตถ์ยืนแข็งทื่ออยู่กลางงาน ราวกับถูกแช่แข็งให้อยู่ในขุมนรกแห่งความสำนึกผิดที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะหันหลังเดินหนีด้วยความสิ้นหวัง สายตากลับเหลือบไปเห็นกระเป๋าเอกสารหนังสีดำที่วางอยู่บนเก้าอี้รับรองตัวใกล้ๆ ซึ่งรินรดาน่าจะลืมทิ้งไว้ เอกสารบางส่วนเลื่อนหลุดออกมาจากแฟ้มที่ปิดไม่สนิท เผยให้เห็นภาพถ่ายใบหนึ่งที่คว่ำอยู่
ด้วยสัญชาตญาณบางอย่าง ธีร์ธนัตถ์ก้าวเข้าไปหยิบภาพถ่ายใบนั้นขึ้นมาพลิกดู... และลมหายใจของเขาก็ต้องสะดุดกึก ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนทันที
ภาพถ่ายของเด็กชายวัยราวๆ สามขวบ ผิวขาวละเอียด ดวงตากลมโตและจมูกโด่งรั้นถอดแบบมาจากรินรดาไม่มีผิดเพี้ยน... แต่รอยยิ้มและโครงหน้าด้านข้างนั้น ชัดเจนเสียยิ่งกว่าเงาในกระจกของตัวเขาเอง!
ลูกชาย... เด็กคนนี้หน้าตาเหมือนเขาราวกับพิมพ์เดียวกัน และอายุของแก... มันตรงกับช่วงเวลาที่เธอกำลังตั้งครรภ์ก่อนจะหายตัวไปพอดิบพอดี!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ ละอองดาวเดือนเก้าสัญญาว่าตอนหน้า ความลับที่ถูกซ่อนไว้จะพลิกผันจนทุกคนต้องวางไม่ลงอย่างแน่นอนค่ะ!
ทัณฑ์เยือกแข็งของอดีตสามีผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 5
งานเลี้ยงที่ไม่มีใครคาดคิด
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เยือกแข็งของอดีตสามีผู้ไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!