เสียงปรบมือในหอประชุมใหญ่ของสถาบันหัวใจแห่งลอนดอนดังกึกก้อง ราวกับคลื่นสมุทรที่ซัดสาดเข้าใส่แนวผาหิน รินรดาในชุดสูทเข้ารูปสีไอยราขับเน้นผิวเนียนละเอียดและท่าทีสง่างาม เธอยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโพเดียมไม้โอ๊กขัดมัน สายตานับร้อยคู่จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกต่างจับจ้องมาที่แพทย์หญิงไทยผู้ครองตำแหน่งทุนวิจัยเฉพาะทางอันทรงเกียรติที่สุดแห่งปี
ไม่มีเงาของภรรยาผู้เคยรองรับอารมณ์และน้ำตาในคฤหาสน์หลังใหญ่ตระกูลธีรธนัตถ์อีกต่อไปแล้ว
บนเรือนร่างเพรียวบางนี้เหลือเพียงความมั่นใจ ศักดิ์ศรี และรอยแผลเป็นในอดีตที่ถูกหลอมรวมเป็นเกราะเหล็กกล้า รินรดากวาดสายตามองผู้คนเบื้องล่างด้วยรอยยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ไม่ได้เย้ยหยัน แต่เปี่ยมด้วยพลังของผู้หญิงที่ฟื้นคืนชีพจากกองเพลิงแห่งความโหดร้าย
"ความเจ็บปวดไม่ได้มีไว้เพื่อทำลายเราค่ะ..." น้ำเสียงหวานกังวานทว่าหนักแน่นก้องกังวานผ่านไมโครโฟน สะกดผู้ฟังให้ตกอยู่ในความเงียบงัน "แต่มันคือเครื่องมือเจียระไนให้หัวใจดวงนี้ แข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้าชนิดใดในโลก"
ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อนึกถึงใบหน้าเย็นชาและคำพูดดูถูกเหยียดหยามครั้งเก่า ภาพของธีร์ธนัตถ์ผู้เคยเหยียบย่ำคุณค่าในตัวเธอ ลอยวนเข้ามาในห้วงความคิดราวกับภาพยนตร์ขาวดำที่ไร้ซึ่งความหมาย เธอก้าวข้ามผ่านมันมาได้แล้ว ข้ามมาไกลจนเกินกว่าที่ผู้ชายคนนั้นจะเอื้อมมือมาคว้าชายกระโปรงของเธอได้อีก
ที่แถวหน้าสุดของหอประชุม อคินส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ ดวงตาคมกริบของแพทย์หนุ่มรุ่นพี่ผู้เป็นทั้งเพื่อนร่วมงานและเงาเคียงข้างเธอในยามมืดมน บ่งบอกถึงความภาคภูมิใจอย่างไม่มีปิดบัง เขารู้ดีว่ากว่ารินรดาจะก้าวมาถึงจุดนี้ได้ เธอต้องแลกมาด้วยหยาดน้ำตาและคราบเลือดแห่งความวิปโยคมากมายเพียงใด
หลังเสร็จสิ้นพิธีมอบทุน อคินเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับช่อดอกลิลลี่สีขาวบริสุทธิ์ กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยละล่องท่ามกลางอากาศเย็นเยียบของกรุงลอนดอน
"ยินดีด้วยนะริน คุณคู่ควรกับมันที่สุดแล้ว" อคินเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาไหวระริกด้วยความรู้สึกที่มากกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงาน
รินรดารับช่อดอกไม้มาถือไว้ รอยยิ้มจริงใจระบายบนใบหน้า "ขอบคุณนะคะอคิน ถ้าไม่มีคุณคอยดึงฉันขึ้นมาจากหลุมดำในวันนั้น ฉันคงไม่มีแรงแม้แต่จะหายใจต่อด้วยซ้ำ"
"คุณทำมันด้วยตัวเองต่างหาก ริน... คุณแข็งแกร่งด้วยตัวของคุณเอง" นิ้วเรียวอุ่นของชายหนุ่มเอื้อมมาปัดปอยผมที่คลอเคลียแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่เต็มไปด้วยความทะนุถนอมและให้เกียรติ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยได้รับเลยตลอดชีวิตการแต่งงานหลายปีที่ผ่านมา
ในวินาทีนั้นเอง ประตูทางเข้าหอประชุมก็เปิดผางขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่คุ้นตา
ธีร์ธนัตถ์ยืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อม
ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาบัดนี้เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ดวงตาคมกริบแดงก่ำราวกับคนไม่ได้นอนมาหลายคืน สูทราคาแพงยับยี่ย่งบ่งบอกว่าเขาเพิ่งลงจากเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวแล้วพุ่งตรงมาที่นี่ทันทีอย่างไร้การควบคุม
สายตาของเขาแข็งค้างเมื่อเห็นภาพอคินกำลังยืนประชิดตัวรินรดาด้วยท่าทีสนิทสนม
หัวใจของอดีตสามีผู้ไร้หัวใจกระตุกวูบ ความหึงหวงและสำนึกผิดตีรวนขึ้นมาจุกอกจนแทบหายใจไม่ออก เขาก้าวฉับๆ เข้ามาใกล้ด้วยสัญชาตญาณของการเป็นเจ้าของ ทว่ารินรดาเพียงแค่ปรายตามองเขาด้วยหางตา ราวกับมองเห็นเป็นเพียงอากาศธาตุที่ไม่น่าใส่ใจ
"ริน..." เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากแห้งผากของธีร์ธนัตถ์ มันสั่นพร่าและเต็มไปด้วยความร้าวรานที่เขาไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นกับผู้ชายอย่างตนเอง "เรา... ขอคุยกันหน่อยได้ไหม"
รินรดายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น เธอกอดอกมองอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำเธอราวกับฝุ่นผงด้วยแววตาราบเรียบไร้ระลอกคลื่น
"ขอโทษด้วยนะคะคุณธีร์ธนัตถ์ แต่หมอรินรดาคนเก่าที่คุณรู้จัก ได้ตายไปตั้งแต่คืนวันที่คุณเซ็นใบหย่าและไล่เธอออกจากบ้านคหลังนั้นแล้วค่ะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เชือดเฉือนทุกอณูความรู้สึก "และตอนนี้... ฉันไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องเสวนาœกับคนแปลกหน้าอย่างคุณอีก"
คำพูดนั้นกรีดลงบนหัวใจของธีร์ธนัตถ์ราวกับคมมีดซل เขาเจ็บจนพูดไม่ออก ร่างสูงใหญ่เซถอยหลังไปครึ่งก้าว ยามเมื่อสบเข้ากับดวงตากลมโตที่ไร้ซึ่งเยื่อใยและเงาของความรักหลงเหลืออยู่อีกต่อไป
ทว่า... ในจังหวะที่ธีร์ธนัตถ์กำลังจะเอ่ยคำร้องขออภัยที่สายเกินแก้ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของอคินก็แผดเสียงดังขึ้น
อคินกดรับสายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ฟังเสียงปลายสายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเหลือบมองรินรดาด้วยแววตาตื่นตระหนก และส่งโทรศัพท์เครื่องนั้นให้เธอดูหน้าจอทันที
ภาพบนหน้าจอมือถือคือข้อความจากพี่เลี้ยงเด็กที่กรุงเทพฯ พร้อมกับวิดีโอคลิปสั้นๆ ของเด็กชายวัยสามขวบคนหนึ่งกำลังวิ่งเล่นอยู่ในสวนหย่อม ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้ม จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะดวงตากลมโตคู่นั้น... มันถอดแบบมาจากใบหน้าของธีร์ธนัตถ์ที่ยืนอยู่ตรงนี้ราวกับแกะ!
และถ้อยคำสุดท้ายจากข้อความในไลน์ที่เด้งขึ้นมาขัดจังหวะลมหายใจของคนทั้งสาม ทำเอารินรดาหน้าซีดเผือด ขณะที่ธีร์ธนัตถ์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด—
*"คุณรินคะ... แย่แล้วค่ะ! อยู่ๆ คุณชายเล็กก็ถามหาคุณพ่อ แล้วบอกว่ามีผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งกำลังพยายามเข้ามาหาเขาที่คฤหาสน์ค่ะ!"*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ ละอองดาวเดือนเก้าสัญญาว่าตอนหน้า ความลับที่ถูกซ่อนไว้จะพลิกผันจนทุกคนต้องวางไม่ลงอย่างแน่นอนค่ะ!
ทัณฑ์เยือกแข็งของอดีตสามีผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 3
การผลิบานของดอกไม้ในพายุ
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เยือกแข็งของอดีตสามีผู้ไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!