แก้วคริスタルเจียระไนราคาแพงระยับถูกวางกระแทกกระทั้นลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อนนำเข้าจากอิตาลี เสียงของเหลวสีอำพันเข้มข้นกระฉอกแตะขอบแก้ว คล้ายกับความหงุดหงิดระอุในอกของคนที่นั่งอยู่เบื้องหลังความเงียบงันอันน่าอึดอัดของเพนต์เฮาส์หรูหราลอยฟ้า
ธีร์ธนัตถ์ปัดเอกสารโครงการอสังหาริมทรัพย์มูลค่าหลายพันล้านบาทให้พ้นทางด้วยหลังมือ นิ้วเรียวยาวถอดเนกไทสีเข้มออกอย่างไร้ความปรานีแล้วเหวี่ยงมันทิ้งไปอย่างไร้ระเบียบ ความเหนื่อยล้าจากการประชุมมาราธอนตลอดทั้งวันไม่เท่ากับความว่างเปล่าที่กัดกินหัวใจเขาอย่างเงียบเชียบ—ความว่างเปล่าที่เขาเพิ่งตระหนักว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีทางรู้
เพนต์เฮาส์กว้างขวางตระการตาหลังนี้มีทุกอย่างที่เงินตราจะซื้อได้ ทว่ามันกลับไร้ซึ่ง "ลมหายใจ"
ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องรับแขกที่เงียบสนิท ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่คุ้นเคย ไร้ซึ่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ของชาคาโมมายล์ที่เคยถูกวางไว้บนโต๊ะทำงานทุกครั้งที่เขากลับดึก และที่สำคัญที่สุด... ไร้ซึ่งเงาร่างของหญิงสาวผู้เคยเป็นเจ้าของหัวใจที่เขาเหยียบย่ำอย่างไร้เยื่อใย
"ริน..."
ชื่อนั้นหลุดจากริมฝีปากหยักลึกแผ่วเบา ราวกับเสียงกระซิบของคนเพ้อคลั่ง
เขายกแก้ววิสกี้ขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว ปล่อยให้รสชาติร้อนผ่าวแผดเผาลำคอ เพื่อหวังจะกลบเกลื่อนความหนاتึบที่แปลบปลาบอยู่กลางอก
ตั้งแต่วันที่รินรดาเดินจากไป—วันที่เขาเลือกจะเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใยโดยไม่แม้แต่จะชายตากลบเกลื่อนความเย่อหยิ่ง ชีวิตของธีร์ธนัตถ์ก็กลายเป็นเพียงภาพสะท้อนของความสำเร็จที่ไร้จิตวิญญาณ เขาคิดมาตลอดว่าการไม่มีเธอจะทำให้เขามีอิสระ เขาคิดว่าผู้หญิงเงียบเรียบร้อยคนนั้นเป็นเพียงภาระที่ถูกคลุมถุงชนเข้ามาผูกพัน แต่ทำไม... ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ เงาของเธอกลับยิ่งชัดเจนขึ้นในทุกอณูของพื้นที่แห่งนี้
โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะสั่นครืดคราดทำลายความเงียบ
ธีร์ธนัตถ์ปรายตามองหน้าจอที่ปรากฏชื่อมารดาของตนเอง นิ้วหนากดรับสายด้วยความรำคาญใจที่ถูกขัดจังหวะความคิด
"ว่าไงครับแม่" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้ความกระตือรือร้น
*(แกอยู่ที่ไหนตาธีร์? สัปดาห์นี้ไม่เห็นเข้าไปทานข้าวที่บ้านใหญ่เลยนะ)* เสียงปลายสายเอ่ยถามด้วยความห่วงใยตามประสาคนเป็นแม่
"ผมงานยุ่งครับแม่ มีโปรเจกต์ใหญ่ที่ต้องสะสาง"
*(งาน ยุ่ง หรือเหงากันแน่แม่ถามจริง)* น้ำเสียงของผู้เป็นแม่ถอนหายใจยาวเหยียด *(คนเราเนี่ยนะ ลูกชายแม่... ถือดีนัก อวดดีนัก พอมันหลุดมือไปจริงๆ ถึงได้มานั่งกอดความว่างเปล่า แม่เตือนแกแล้วไม่ใช่เหรอว่ารินรดาเขาอดทนกับความใจร้ายของแกมามากแค่ไหน)*
กรามแกร่งขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน ความจริงที่ถูกตอกย้ำจากปากมารดาทำให้เขาอยากจะปาโทรศัพท์เครื่องนี้ทิ้งเสียให้พิ้น
"พอเถอะครับแม่ ผมไม่อยากพูดเรื่องนี้"
*(แกคิดถึงเขาใช่ไหมล่ะ?)* ปรารถนาไม่ยอมลดละ *(ผู้หญิงเพียบพร้อม จิตใจดี และรักแกด้วยใจจริงแบบนั้น หาไม่ได้อีกแล้วบนโลกนี้หรอกนะธีร์ธนัตถ์... แกจำไว้)*
สายถูกตัดไปแล้ว แต่คำพูดเหล่านั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทราวกับเสียงสะท้อนในถ้ำลึก
ธีร์ธนัตถ์โยนโทรศัพท์ลงบนโซฟาก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเดินอย่างไร้จุดหมายไปยังห้องนอนใหญ่ ห้องที่ครั้งหนึ่งเคยมีเธอนอนอยู่บนเตียงเดียวกัน แต่ปัจจุบัน... มันช่างกว้างใหญ่และเหน็บหนาวเหลือเกิน
สายตาคมกริบเหลือบไปเห็นกรอบรูปใบเล็กที่คว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะข้างเตียง
หัวใจของเขากระตุกวูบอย่างรุนแรง มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยเอื้อมไปหยิบมันขึ้นมาพลิกดู
ภาพถ่ายวันแต่งงาน... รินรดายืนอยู่เคียงข้างเขา รอยยิ้มของเธอบางเบาเปี่ยมด้วยความหวังและรักแท้ ขณะที่ใบหน้าของเขาในภาพนั้นกลับเรียบเฉย ไร้อารมณ์ และเย็นชาจนน่ารังเกียจ
ทำไมตอนนั้นเขาถึงตาบอดได้ขนาดนี้นะ? ทำไมเขาถึงมองไม่เห็นคุณค่าของผู้หญิงที่ยอมแลกทั้งชีวิตเพื่อยืนเคียงข้างเขา?
ความรู้สึกผิดที่อัดแน่นกลายเป็นก้อนสะئักจุกอยู่ที่ลำคอ ธีร์ธนัตถ์หลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ความเจ็บปวดกัดกินความเย่อหยิ่งทระงตนจนไม่เหลือชิ้นดี ทว่าในขณะที่เขากำลังจมดิ่งอยู่กับความมืดมนในจิตใจ เสียงข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือบนโซฟาก็ก้องขึ้นขัดจังหวะ
เขาเดินกลับไปหยิบมันขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด ตั้งใจจะกดปิดเสียงให้พ้นรำคาญ แต่ทว่า... ข้อความและภาพถ่ายจากสายสืบส่วนตัวที่เขาจ้างให้คอยติดตามความเคลื่อนไหวของรินรดา กลับทำให้ลมหายใจของเขาหยุดชะงักไปชั่วขณะ!
ภาพถ่ายความละเอียดสูงแสดงให้เห็นร่างระห่างของรินรดาในชุดกาวน์สีขาวของศัลยแพทย์หัวใจ เธอกำลังก้าวเดินอย่างมั่นใจและสง่างามออกจากโรงพยาบาลชื่อดังระดับโลก เคียงข้างเธอนั้นคือชายหนุ่มรูปงามร่างสูงโปร่ง—อคิน—คู่คิดและศัตรูหัวใจที่เขาเกลียดชังเข้ากระดูกดำ
แต่นั่นยังไม่ทำให้ดวงตาของธีร์ธนัตถ์เบิกกว้างเท่ากับภาพที่สอง...
ภาพถ่ายระยะประชิดที่เบาะหลังรถยนต์คันหรูของอคิน ปรากฏร่างของเด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ สองขวบเศษ กำลังซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของหญิงสาว—เด็กน้อยผู้มีดวงตากลมโตและเค้าโครงใบหน้าถอดแบบพิมพ์เดียวกับตัวเขาเองราวกับส่องกระจกเงา!
ปัง!
แก้ววิสกี้ในมือที่ถูกกำไว้แน่นแตกละเอียด คราบเลือดสีแดงสดผสมกับของเหลวสีอำพันหยดลงสู่พื้นพรมราคาแพง แต่ธีร์ธนัตถ์กลับไม่รู้สึกเจ็บที่ฝ่ามือเลยแม้แต่น้อย
ดวงตาคมกริบค้างเติ่งอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์ สมองขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม
เด็กคนนั้น... คือใครกัน?
และถ้าหากเด็กคนนั้นมีใบหน้าเหมือนเขาราวกับแกะ... นั่นหมายความว่าอย่างไรกันแน่?!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและหัวใจที่กำลังแตกสลายของตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
ทัณฑ์เยือกแข็งของอดีตสามีผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 2
ระยะห่างที่ไร้เสียง
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เยือกแข็งของอดีตสามีผู้ไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!