“หยุดมือ... อย่าเพิ่งใช้สกิลกวาดล้างจนกว่าฉันจะให้สัญญาณ”
เสียงของเอสกระซิบผ่านระบบแชทส่วนตัว น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนลิลลี่ที่ยืนอยู่ข้างกายในร่างจำลองโฮโลแกรมโปร่งแสงถึงกับชะงักมือที่กำลังร่ายเวทมนตร์สีดำสนิทเอาไว้ เธอหันมามองชายหนุ่มผู้เป็นกิลด์มาสเตอร์ของเธอ แววตาของ AI อัจฉริยะฉายความฉงนเล็กน้อย แต่ด้วยความเชื่อมั่นในตัวเขา เธอจึงยอมเก็บพลังงานมหาศาลนั้นกลับเข้าสู่จุดศูนย์กลางของไม้เท้า
เบื้องหน้าของพวกเขาคือประตูเหล็กกล้าขนาดมหึมาที่ถูกตีตราด้วยอักขระเวทมนตร์สีแดงฉาน ปราสาทราชาปีศาจ 'นีดเฮ็กก์' ไม่ได้เป็นเพียงหินที่ก่อตัวขึ้นเป็นป้อมปราการ แต่มันคือสิ่งมีชีวิตที่หายใจและพร้อมจะกลืนกินทุกคนที่ก้าวล้ำเส้นเขตแดนเข้ามา
“ทำไมถึงหยุดล่ะคะ... เอ้ย ขออภัยครับคุณเอส ระบบประเมินว่าค่าพลังป้องกันของประตูชั้นนอกนี้ลดต่ำลงเหลือเพียง 12% แล้ว หากเราทำลายมันตอนนี้ เราจะมีโอกาสเปิดฉากโจมตีสายฟ้าแลบได้ทันทีเลยนะครับ” ลิลลี่เอ่ยถามพลางปรับจูนน้ำเสียงให้เข้ากับสถานการณ์
เอสไม่ตอบในทันที เขายกมือขึ้นแตะที่ขมับ ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวจ้องมองผ่านกำแพงหินเข้าไปด้วยทักษะ ‘เนตรวิเคราะห์เชิงลึก’ ที่เขาทุ่มเทอัปเกรดจนถึงขีดสุด สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่แค่ตัวเลข HP หรือ MP ของเหล่ามอนสเตอร์เฝ้ายาม แต่เป็น ‘ช่องโหว่ของอัลกอริทึม’ ที่ราชาปีศาจซ่อนไว้
“กิลด์ ‘ราชันย์โลหิต’ ทรยศต่อความไว้ใจของฉันมามากพอแล้ว” เอสเอ่ยขึ้นเบาๆ มือของเขากำด้ามดาบ ‘ผู้ตัดวงจรแห่งกาลเวลา’ จนแน่น “ถ้าเราพังประตูนี้เข้าไปตรงๆ พวกมันที่ดักซุ่มอยู่ในโถงทางเดินจะรู้ตัวทันที และนั่นหมายถึงกับดัก ‘เขาวงกตกระจกเงา’ จะทำงานทันทีที่เราก้าวเท้าเข้าสู่เขตกดดัน”
“คุณหมายความว่า... การโจมตีครั้งนี้ไม่ใช่การบุกแบบซึ่งหน้า แต่เป็นการต้อนพวกมันเข้าสู่กับดักที่พวกมันวางไว้เองงั้นหรือครับ?” ลิลลี่เริ่มเข้าใจแผนการ เอียงคอเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด
“ถูกต้อง” เอสเหยียดยิ้มเย็นชา “คนอย่างพวกมัน มักจะทนไม่ได้เมื่อเห็นเหยื่อเดินเข้ามาตายในหลุมที่ตัวเองขุดไว้... เราจะเล่นบทเหยื่อที่ไร้ทางสู้ ให้พวกมันตายใจจนกระทั่งถึงวินาทีสุดท้าย”
เสียงย่ำเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากด้านหลังของพวกเขา ไม่ใช่ฝีเท้าของศัตรู แต่เป็นเหล่านักรบกิลด์เงาที่เขาฝึกปรือมากับมือ พวกเขาแต่งกายด้วยชุดหนังสีดำสนิท หลบเร้นอยู่ในเงาตามคำสั่งของเอสอย่างเคร่งครัด ไม่มีใครปริปากพูด ทุกคนรู้ดีว่าเดิมพันครั้งนี้คือการกู้คืนเกียรติยศที่ถูกเหยียบย่ำเมื่อปีก่อน
เอสขยับตัวก้าวออกไปข้างหน้า เขาไม่ได้หลบซ่อนอีกต่อไป แต่เลือกที่จะเดินตรงไปที่หน้าประตูยักษ์อย่างสง่างาม เขาหยิบไอเทม ‘เศษเสี้ยวแห่งความพินาศ’ ออกมาจากช่องเก็บของ แล้วปามันลงบนพื้นเบื้องหน้าประตู แรงสั่นสะเทือนเบาๆ เกิดขึ้น ราวกับเป็นการประกาศศักดาของผู้มาเยือน
“เปิดประตูซะ” เอสตะโกนก้อง เสียงของเขาดังก้องกังวานไปทั่วโถงหน้าปราสาท “ฉันรู้ว่าพวกแกกำลังดูอยู่... ไอ้พวกขี้แพ้ที่ต้องอาศัยเงาของราชาปีศาจเพื่อสร้างบัลลังก์ให้ตัวเอง!”
ภายในปราสาท... ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงหัวเราะเยาะเย้ยจะดังสนั่นออกมาจากลำโพงเวทมนตร์ของปราสาท เสียงนั้นคุ้นเคยดี มันคือเสียงของอดีตเพื่อนสนิทที่หักหลังเขาในวันวาน
“เอส... นายยังเหมือนเดิมเลยนะ ชอบทำตัวเป็นพระเอกผู้สูญเสีย” เสียงนั้นตอบกลับ “ถ้าอยากได้ตำแหน่งกิลด์มาสเตอร์คืนนัก ก็เข้ามาสิ! ประตูกำลังเปิด... แต่อย่าหวังว่าจะได้เดินออกมาในสภาพที่มีลมหายใจเลย!”
เสียงกลไกประตูขนาดยักษ์เริ่มขยับตัวด้วยแรงมหาศาล มันค่อยๆ แง้มออกช้าๆ เผยให้เห็นความมืดมิดที่แฝงไปด้วยไอสังหารรุนแรงด้านใน เอสไม่ได้ขยับตัวไปไหน เขายังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้น โดยมีลิลลี่คอยวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของศัตรูผ่านจอโฮโลแกรมที่มองเห็นได้เพียงเขาคนเดียว
“คุณเอสครับ... พลังงานเวทมนตร์ในโถงหลักพุ่งสูงขึ้นผิดปกติ ดูเหมือนพวกมันจะเปิดใช้สกิล ‘สูบวิญญาณแห่งนีดเฮ็กก์’ พร้อมกันทั้งกิลด์ หากเราก้าวเข้าไปตอนนี้ สถานะของเราจะลดลงเหลือ 0 ทันทีภายใน 5 วินาทีครับ”
เอสยิ้มที่มุมปาก “นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันรออยู่”
เขาส่งสัญญาณมือให้กิลด์เงาเตรียมพร้อม ทุกคนกระชับอาวุธในมือ เอสเริ่มร่ายสกิลที่ไม่ได้ถูกระบุไว้ในตำราเล่มไหนของเกมนี้ ‘Overload Break’ สกิลที่จะเปลี่ยนค่าความแค้นสะสมให้กลายเป็นพลังทำลายล้างที่ทะลุขีดจำกัดของระบบ
เขาก้าวเท้าเข้าไปในโถงมืด ประตูยักษ์ปิดลงเบื้องหลังทันทีที่เขาผ่านเข้าไป ความกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่จนเขารู้สึกเหมือนร่างจะแตกสลาย แต่นั่นคือจังหวะที่เขาต้องการที่สุด ในวินาทีที่ศัตรูมั่นใจว่าเหยื่อติดกับและเตรียมปิดฉากการสังหาร เอสกลับทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด...
เขาไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ศัตรู แต่เขาแทงดาบลงบนพื้นใจกลางโถงนั่นเอง
พื้นหินแตกกระจายพร้อมกับแสงสีทองที่สว่างวาบไปทั่วปราสาท มันไม่ใช่แสงจากการโจมตี แต่มันคือแสงจาก ‘บั๊กของระบบ’ ที่ลิลลี่แอบฝังไว้ในไอเทมที่เอสปาไปตอนต้น สกิลของศัตรูที่เตรียมไว้ย้อนกลับเข้าสู่ตัวพวกมันเองอย่างรุนแรง เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วโถงทางเดิน
ทว่า... ในขณะที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลายไปในทางของเอส แสงสีทองนั้นกลับเริ่มบิดเบี้ยว ร่างโฮโลแกรมของลิลลี่สั่นไหวอย่างรุนแรง เธอหันมามองเอสด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
“คุณเอสครับ... แย่แล้ว! พลังงานที่ถูกย้อนกลับไปไม่ได้ทำลายราชาปีศาจ แต่มันกำลังปลุก ‘เจ้าของที่แท้จริง’ ของปราสาทแห่งนี้ขึ้นมา... และนั่นไม่ใช่ราชาปีศาจที่คุณเคยสู้ด้วย แต่มันคือ...”
ลิลลี่เว้นจังหวะไป ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นเงาสีดำขนาดมหึมาที่กำลังก่อตัวขึ้นจากบัลลังก์เหนือหัวของพวกเขาทั้งคู่ มันไม่ใช่ NPC แต่เป็นบางสิ่งที่ถูกลบไปจากดาต้าเบสแล้วตั้งแต่เริ่มเปิดเซิร์ฟเวอร์
“ผู้ดูแลระบบคนที่หนึ่ง... ที่ควรจะตายไปตั้งแต่ตอนที่เกมเปิดตัว!”
เอสแหงนหน้ามองขึ้นไปเหนือบัลลังก์ และสิ่งที่เขาเห็นทำให้มือที่ถือดาบถึงกับสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องบนนั้น คือใบหน้าของคนคนหนึ่งที่เขาพยายามลบภาพจำออกไปตลอดกาล... คนที่เขาเคยร่วมสร้างโลกใบนี้ขึ้นมาด้วยกัน
นี่คือบทสรุปของการเดินทาง หรือคือจุดเริ่มต้นของนรกที่แท้จริงกันแน่ครับ?
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 19 นี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับผม!
กิลด์มาสเตอร์เอส
Chronicle of the God-Slayer: ดันเจี้ยนต้องสาปกับไอเทมระดับตำนาน•ตอนที่ 19
เข้าสู่ปราสาทราชาปีศาจ
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Chronicle of the God-Slayer: ดันเจี้ยนต้องสาปกับไอเทมระดับตำนาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!