ปลายนิ้วเรียวยาวที่เคลือบด้วยเล็บสีนิลกาฬหยุดห่างจากแผ่นอกของเอสไม่ถึงเซนติเมตร แรงกดดันจากออร่าสีม่วงเข้มแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นคลื่นความร้อน แผงควบคุมอินเทอร์เฟซสีฟ้าของระบบเกมสั่นกระพริบเตือนระดับอันตรายขั้นวิกฤต สีแดงฉานสาดส่องลงบนใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่มผู้สวมฮู้ดสีดำสนิท
เอสไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ดวงตาสสีนิลคู่คมกริบมองลอดผ่านความมืดของฮู้ดจ้องตรงไปยังเจ้าของเสียงหวานใสแต่แฝงด้วยพิษสง
"เซิร์ฟเวอร์ต้นกำเนิด?" เสียงทุ้มต่ำของเอสหลุดลอดออกมาจากลำคอ เรียบสนิทไร้ความหวาดหวั่น ราวกับเขากำลังคุยเรื่องสภาพดินฟ้าอากาศ มากกว่าจะสนใจปลายนิ้วที่พร้อมจะเจาะทะลวงหัวใจของเขาได้ทุกเมื่อ "คิดว่าข้อมูลลวงโลกแค่นี้ จะแลกกับหัวของไอ้สวะที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างหลังเธอได้งั้นเหรอ, ฟีโอน่า?"
ผู้เล่นหญิงที่ยืนอยู่เบื้องหลังม่านหมอคอกลิ่นอายมัจจุราชคือ 'ฟีโอน่า' รองหัวหน้ากิลด์ 'เฮเว่นส์เกท' กิลด์อันดับหนึ่งของเซิร์ฟเวอร์ เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ดวงตาสีเพลิงฉายแววหวาดผวาปนเคียดแค้นอย่างปิดไม่มิด เมื่อครู่... หากไม่มีเสียงแทรกแซงจากหญิงสาวปริศนาเบื้องหน้า ร่างของเธอกงเกวียนเป็นจุลไปนานแล้วด้วยสกิลดาบเดียวของเอส
หญิงสาวเจ้าของปลายนิ้วมรณะหัวเราะคิกคัก เสียงหัวเราะใสราวกระดิ่งแก้วแต่กลับทำให้สมาชิกระดับสูงของเฮเว่นส์เกทนับร้อยคนที่ปิดล้อมพื้นที่อยู่รอบวิหารโบราณต้องกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ
"นายยังคงใจร้อนและไร้ความปรานีเหมือนวันที่ถูกพวกมันถีบหัวส่งออกจากกิลด์สินะ, เอส" ร่างระหงถอนปลายนิ้วกลับอย่างเชื่องช้า เธอลดมือลงพร้อมกับก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเผยให้เห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ดสีขาวบริสุทธิ์ ดวงตากลมโตสีฟ้าครามดั่งท้องสมุทรลึกประกายระยับด้วยความท้าทาย "แต่ก็นั่นแหละ... ความดื้อรั้นแบบนั้นแหละที่ทำให้ไอเทมระดับตำนานในตัวนายมันตื่นขึ้นมาได้"
[คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบตัวตนระดับ 'ยูนีค NPC' — เผ่าพันธุ์: ผู้ดูแลระบบหลงทาง / ระดับความอันตราย: เกินขีดจำกัดการวัดผล]
หน้าต่างแจ้งเตือนสีแดงฉานเด้งขึ้นมารัวๆ ในสายตาของเอส แต่เขาไม่ได้สนใจมันเลยสักนิด สมองของเขากำลังประมวลผลอย่างรวดเร็วดั่งเครื่องจักร คำว่า 'เซิร์ฟเวอร์ต้นกำเนิด' ไม่ใช่ข้อมูลที่ผู้เล่นทั่วไปจะเข้าถึงได้ แม้แต่หัวหน้ากิลด์เฮเว่นส์เกทก็เป็นได้แค่เบี้ยตัวหนึ่งในกระดานนี้ ข้อมูลนี้มีเพียงคนเดียวที่รู้ดีที่สุด...
*ลิลลี่*
จิตใต้สำนึกของเอสเชื่อมต่อกับหน้าต่างระบบลับ [เอส นายอย่าไปฟังยายบ้านั่นนะ!] เสียงหวานปนหงุดหงิดของลิลลี่ดังขึ้นในหัว [นั่นมันหลุมพรางชัดๆ! ยายผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ NPC ธรรมดา เธอกำลังใช้โค้ดคำสั่งแปลกปลอมดึงนายเข้าสู่เขตแดนปิดตาย!]
เอสเม้มปากเป็นเส้นตรง เขาไม่ได้ตอบโต้ลิลลี่ในทันที แต่กวาดสายตากลมกลืนไปกับความมืดประเมินสถานการณ์รอบตัว กิลด์เฮเว่นส์เกทรอบด้านไม่ได้มีแค่ร้อยคน แต่พวกมันตั้งค่ายกล 'ผนึกศาสตรา' ไว้ทั่วพื้นที่ หินเวทมนตร์นับสิบคือกุญแจที่ทำให้สเตตัสของผู้เล่นภายนอกถูกกดทับลงถึงสามสัปดาห์ เว้นแต่ว่า... จะมีใครสักคนทำลายวงเวทนี้จากข้างใน
"ฉันให้เวลาคิดสามวินาที, เอส" ฟีโอน่ายกยิ้มมุมปาก เธอกลับมามีความมั่นใจอีกครั้งเมื่อเห็นกองกำลังเสริมของกิลด์ทยอยเดินเรียงหน้ากระดานเข้ามาปิดตายทุกเส้นทางหนี โล่เหล็กกล้าสะท้อนแสงจันทร์สีเลือด ดาบยาวนับร้อยเล่มชี้ตรงมาที่เขา "คุกเข่าลง ถอดไอเทมชิ้นนั้นออก แล้วมอบสิทธิ์การควบคุมดันเจี้ยนให้พวกเราซะ... แล้วฉันอาจจะเมตตาให้แกตายแบบไม่ทรมาน"
ความเงียบโรยตัวลงปกคลุมซากปรักหักพังของวิหารโบราณ ลมหนาวพัดโชยกลิ่นอายดินปืนและกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง เอสยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินสลัก มือขวาของเขายังคงถือดาบยาวขึ้นสนิมที่ดูเหมือนจะหักได้ทุกเมื่อ แต่ถ้ามองให้ลึกผ่านชั้นโค้ดข้อมูล... ดาบเล่มนั้นกำลังสั่นระริกด้วยความกระหายเลือด มันคือ 'ดาบมารต้อสาป คาลาตามิที' ไอเทมระดับพระเจ้าที่ดรอปได้เพียงชิ้นเดียวในประวัติศาสตร์เซิร์ฟเวอร์
"คุกเข่า?" เอสทวนคำ เสียงหัวเราะแผ่วเบาหลุดออกมาจากลำคอของชายหนุ่ม มันเป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความตลกขบขัน แต่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นดั่งขั้วโลกเหนือ "พวกแกคิดจริงๆ หรือวะ... ว่าฝูงมดปลวกอย่างพวกแก มีสิทธิ์มาออกคำสั่งกับ 'ผู้พิพากษา'?"
สิ้นเสียงคำพูดนั้น อุณหภูมิรอบตัวดิ่งฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามผิวพื้นดิน
*บูมมมม!*
คลื่นพลังสีดำทมิฬระเบิดออกจากร่างของเอสอย่างไร้การเตือนล่วงหน้า แรงดันมหาศาลซัดสาดจนผู้เล่นระดับแนวหน้าของเฮเว่นส์เกทที่ยืนอยู่แถวหน้าปลิวว่อนราวกับใบไม้ร่วง เกราะเหล็กกล้าแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เลือดสีแดงสดพุ่งทะลักออกจากปากของฟีโอน่าที่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นในคราเดียว
"อ... อะไรกันวะเนี่ย?!" ผู้เล่นสายแทงค์คนหนึ่งกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก สเตตัสที่เคยกดทับเอสไว้เมื่อครู่ กลับถูกแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวกว่าบดขยี้จนแหลกสลาย หน้าต่างระบบของทุกคนรวนเร ตัวเลขค่าพลังชีวิต (HP) ของสมาชิกกิลด์ลดฮวบลงอัตโนมัติวินาทีละ 5% โดยที่ยังไม่มีการโจมตีใดๆ เกิดขึ้นด้วยซ้ำ!
เอสก้าวเท้าเดินผ่านร่างที่นอนโอญครวญของฟีโอน่าไปอย่างไร้เยื่อใย รองเท้าบูทหนังเก่าๆ เหยียบลงบนเศษซากดาบเวทมนตร์จนแหลกละเอียดเป็นผุยผง สายตาดุดั่งพญามารกวาดมองกองทัพนับร้อยที่กำลังถอยร่นด้วยความหวาดกลัว
"ในเมื่อพวกแกอยากได้สงครามนัก..."
เอสสะบัดข้อมือเบาๆ ดาบขึ้นสนิมในมือพลացเปล่งแสงสีแดงฉานตัดกับความมืดมิด ร่างกายของเขายกระดับขึ้นสู่สภาวะ 'Overdrive' ขีดจำกัดสูงสุดที่ผู้เล่นมนุษย์ไม่ควรไปถึง
"...ฉันก็จะประกาศสงครามกิลด์กับพวกแกทุกคนตรงนี้แหละ. ไม่ใช่ในฐานะผู้เล่น... แต่ในฐานะ 'คนเก็บกวาด' ที่จะลบกิลด์เฮเว่นส์เกทให้หายไปจากสารบบเซิร์ฟเวอร์!"
ทันทีที่ประกาศิตนั้นสิ้นสุดลง ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เคยมีดวงจันทร์สีเลือดพลันมืดสนิท เมฆหมอกสีดำทมิฬรวมตัวกันเป็นรูปวงแหวนขนาดยักษ์เหนือศีรษะของกองทัพกิลด์ เสียงคำรามกึกก้องราชาอสูรจากมิติที่ลึกที่สุดดังสะเทือนเลื่อนลั่น พร้อมกับรอยแยกมิติจำนวนนับไม่ถ้วนที่ค่อยๆ ปริแตกออกกลางอากาศ... และสิ่งแรกที่ก้าวออกมาจากรอยแยกนั้น คือโครงกระดูกยถือเคียวเพลิงความสูงสิบเมตรที่ไม่มีใครเคยเห็นแม้แต่ในสารานุกรมมอนสเตอร์ของเกม!
ฟีโอน่าที่พยายามยันกายลุกขึ้น เบิกตากว้างด้วยความสิ้นหวังเมื่อเธอมองเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่เหนือนักรบโครงกระดูกยักษ์ตนนั้น—
*[มินิบอสพิทักษ์ประตู: ผู้กล้าแห่งยุคบรรพกาล (ระดับความยาก: เป็นไปไม่ได้)]*
หญิงสาวหันขวับไปมองหน้าเอสที่ยืนยิ้มเยาะอยู่ท่ามกลางพายุเพลิงทมิฬ ร่างของเอสเริ่มโปร่งแสงคล้ายกับข้อมูลโค้ดที่กำลังซ้อนทับกัน ก่อนที่เสียงกระซิบแผ่วเบาจะดังขึ้นข้างหูเธอราวกับมัจจุราชกระซิบเรียกวิญญาณ
"ยินดีต้อนรับสู่กับดักที่ฉันเป็นคนออกแบบเอง... รองหัวหน้าฟีโอน่า"
- กิลด์มาสเตอร์เอส -
Chronicle of the God-Slayer: ดันเจี้ยนต้องสาปกับไอเทมระดับตำนาน•ตอนที่ 8
การท้าทายที่ไร้ทางสู้
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Chronicle of the God-Slayer: ดันเจี้ยนต้องสาปกับไอเทมระดับตำนาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!