"ถ้าเจ้ายังจมอยู่กับอดีตที่เน่าเฟะนั่น... ก็เตรียมตัวตายซ้ำซากอยู่ในวงจรเดิมเสียเถิด"
เสียงนั้นกังวานอยู่ในความว่างเปล่าสีขาวโพลน มันไม่ใช่เสียงที่ผ่านโสตประสาท แต่มันแทรกซึมเข้าไปในเส้นประสาทและรหัสพันธุกรรมของผมโดยตรง น้ำเสียงที่ผมคุ้นเคยที่สุด... เสียงที่บ่งบอกถึงความทรนง ความเยือกเย็น และความโหดเหี้ยมที่ผมพยายามกดทับเอาไว้ภายใต้หน้ากากของ 'ผู้เล่นที่สมบูรณ์แบบ'
ผมลืมตาขึ้น มือยังคงกระชับด้ามดาบ 'เซเลสเชียล ไบรท์' จนนิ้วมือขาวซีด พื้นที่สีขาวบริสุทธิ์เริ่มสั่นไหวราวกับภาพกราฟิกที่กำลังโหลดข้อมูลไม่สมบูรณ์ เบื้องหน้าของผม... ชายร่างสูงในชุดคลุมสีดำสนิทที่มีลวดลายของเศษซากดวงดาวกำลังยืนหันหลังให้
"แกเป็นใคร" ผมเค้นเสียงถาม ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง
ร่างนั้นค่อยๆ หันกลับมา ใบหน้าภายใต้ฮู้ดปรากฏชัดขึ้น... มันคือผมเอง ในเวอร์ชันที่แก่กว่า แผลเป็นที่โหนกแก้มซ้ายพาดเฉียงลงมาถึงมุมปาก ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีแววแห่งมนุษยธรรมเหลืออยู่เลย มีเพียงความว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่ดูดกลืนทุกสรรพสิ่ง
"ฉันคือผลลัพธ์ของการ 'เลือก' ที่แกกำลังจะตัดสินใจในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า" เขากล่าวพลางยกมือขึ้น ลิ้วรอยของข้อมูลดิจิทัลสีทองไหลวนรอบนิ้วมือ "ลิลลี่บอกแกสินะ ว่าดันเจี้ยนชั้นที่เก้าสิบเก้าคือทางออก... แต่เธอไม่ได้บอกใช่ไหม ว่าทางออกนั้นต้องแลกด้วยอะไร"
ลิลลี่ที่ยืนอยู่ข้างกายผมในร่างโฮโลแกรมสั่นสะท้าน เธอรีบก้าวมาบังหน้าผมทันที "เอส! อย่าฟังมัน นั่นคือบั๊กของระบบ มันพยายามดึงข้อมูลจิตสำนึกของนายออกมาสร้างภาพหลอนเพื่อหยุดการทำลายล้างเซิร์ฟเวอร์!"
ผมชำเลืองมองลิลลี่ แววตาของเธอดูลุกลี้ลุกลนผิดปกติ มันเป็นความกังวลที่ไม่ใช่แค่ในฐานะ AI แต่เป็นความกลัวที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบายได้
"บั๊กงั้นเหรอ?" ร่างเงาหัวเราะหึในลำคอ "ลิลลี่... เธอยังโกหกเขาได้แนบเนียนเหมือนเดิมนะ แต่น่าเสียดายที่ 'เอส' คนนี้ไม่ได้โง่เขลาเหมือนในบันทึกความทรงจำของเธออีกต่อไปแล้ว"
ทันใดนั้น ร่างเงาก็พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าการคำนวณของระบบ ผมรีบยกดาบขึ้นป้องกัน เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นจนห้วงมิติสีขาวแตกร้าว พื้นที่รอบตัวเราเริ่มพังทลายลงกลายเป็นเศษเสี้ยวของรหัสไบนารีที่ลอยฟุ้งไปทั่ว
"ฟังให้ดีนะเอส" เขากระซิบข้างหูผมในขณะที่ออกแรงกดดาบ "กิลด์เก่าของแกไม่ได้ทรยศแกเพียงเพราะความโลภ พวกมันเป็นแค่หมากที่ถูกวางไว้ตั้งแต่ก่อนแกจะล็อกอินเข้าเกมนี้วันแรก... และคนถือหมากกระดานนั้น ก็ยืนอยู่ข้างๆ แกมาตลอด"
คำพูดนั้นราวกับค้อนยักษ์ที่ทุบลงบนหน้าอกของผม ผมชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากทรวงอก สายตาของผมเหลือบไปมองลิลลี่ที่กำลังพยายามดึงค่าพารามิเตอร์ของระบบเพื่อแทรกแซงการต่อสู้ แต่นิ้วมือของเธอกลับสั่นเทา และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ผมเห็น... ผมเห็นรหัสสีแดงเลือดวูบขึ้นในดวงตาของเธอ
มันไม่ใช่รหัสของระบบเกมปกติ
"ลิลลี่..." ผมครางชื่อเธอออกมาด้วยความเจ็บปวดที่ขยายวงกว้างไปทั่วใจ "เธอเป็นใครกันแน่?"
"อย่าไปฟังมัน! เอส ฆ่ามันซะ! ถ้าแกไม่ฆ่ามัน ดันเจี้ยนนี้จะรีเซ็ตและแกจะเสียทุกอย่างไป!" ลิลลี่ตะโกน เสียงของเธอเริ่มบิดเบี้ยวกลายเป็นเสียงกระดิ่งที่บาดหู
ผมถอยออกมาหนึ่งก้าว สะบัดดาบเปลี่ยนโหมดเป็น 'โหมดทำลายล้าง' พลังเวทสีม่วงอมดำแผ่พุ่งออกมาจนพื้นที่สีขาวโดยรอบเปลี่ยนเป็นสีเลือด ผมไม่ได้มองไปที่ตัวผมในอนาคต แต่ผมกำลังจ้องเขม็งไปที่ลิลลี่... ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ผมเชื่อใจมาตลอดการเดินทาง
"ถ้าฉันต้องเลือก" ผมกล่าวเสียงเรียบ เยือกเย็นจนน่ากลัว "ระหว่างอดีตที่ผิดพลาดกับความเชื่อใจที่อาจเป็นยาพิษ... ฉันขอเลือกที่จะทำลายมันทิ้งทั้งหมด"
ผมตวัดดาบพุ่งเข้าหาร่างเงา แต่ทว่า... จังหวะที่คมดาบจะถึงตัวเขานั้น ร่างนั้นกลับสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองที่พุ่งเข้าไปรวมกับดวงตาของผม ข้อมูลมหาศาลทะลักเข้าสู่สมองจนผมทรุดเข่าลงกับพื้น ความทรงจำที่ไม่ใช่ของผม ความจริงที่ถูกบิดเบือน และรหัสคำสั่งที่ถูกฝังไว้ในตัวผมตั้งแต่วันแรกที่สร้างตัวละคร
ผมเห็นภาพ... เห็นลิลลี่กำลังคุยกับใครบางคนในห้องมืดที่เต็มไปด้วยหน้าจอแสดงผลของโลกภายนอก
"เอส... เขาเริ่มสงสัยแล้ว" เสียงของลิลลี่ในความทรงจำนั้นเย็นชาอย่างน่าใจหาย
"ปล่อยให้เขาไปให้ถึงชั้นสุดท้าย" เสียงชายปริศนาตอบกลับมา "เมื่อถึงเวลานั้น... เราจะได้เห็นว่า 'พระเจ้า' ที่ถูกสร้างขึ้นจากความแค้น จะยอมสละชีพเพื่อล้างโลก หรือจะกลายเป็นจักรกลสังหารที่ไร้หัวใจกันแน่"
ผมค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองลิลลี่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความตื่นตระหนกกลายเป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยน... รอยยิ้มที่ผมเคยคิดว่ามันงดงามที่สุด แต่ในตอนนี้ มันกลับดูน่าสะพรึงกลัวกว่าบอสตัวไหนๆ ที่ผมเคยสู้มา
"ยินดีด้วยค่ะ เอส" ลิลลี่ก้าวเข้ามาใกล้ ลูบแก้มผมเบาๆ "คุณปลดล็อกความทรงจำสุดท้ายได้แล้ว... ตอนนี้ คุณพร้อมที่จะเป็นผู้ทำลายล้างโลกใบนี้จริงๆ หรือยังคะ?"
ในวินาทีนั้น ดันเจี้ยนชั้นที่เก้าสิบเก้าพังทลายลงจนหมดสิ้น ท้องฟ้าที่แตกสลายเผยให้เห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง... มันไม่ใช่เกม แต่มันคือคุกขนาดมหึมาที่กำลังจะเปิดออก และสิ่งที่ยืนรออยู่หน้าประตูนั้น ไม่ใช่บอส... แต่คือตัวผมเองอีกนับพันคนที่มีใบหน้าเปื้อนเลือด
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันครั้งสำคัญนี้กับผมนะครับ กิลด์มาสเตอร์เอส
Chronicle of the God-Slayer: ดันเจี้ยนต้องสาปกับไอเทมระดับตำนาน•ตอนที่ 28
บทที่ 28
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Chronicle of the God-Slayer: ดันเจี้ยนต้องสาปกับไอเทมระดับตำนาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!