“ถ้านายก้าวพลาดเพียงมิลลิเมตรเดียว อัตราการรอดชีวิตของพวกเราจะเหลือศูนย์ทันที เอส... นี่ไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือการคำนวณที่แม่นยำที่สุดจากระบบของฉัน”
เสียงของลิลลี่เย็นเยียบไร้ความรู้สึก แต่นัยน์ตาสีครามที่ฉายออกมาจากมิติคู่ขนานนั้นสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด เอสไม่ตอบโต้ เขาเพียงแค่กระชับดาบ ‘อเวจีกลืนวิญญาณ’ ในมือให้แน่นขึ้น หยาดเหงื่อเย็นเยียบไหลผ่านสันกรามลงสู่พื้นหินที่สั่นสะเทือนจากแรงกดดันของบอสระดับตำนานที่อยู่เบื้องหน้า—‘ผู้เฝ้าประตูแห่งหายนะ’ ร่างกายของมันสูงตระหง่านดุจภูเขาที่ปกคลุมด้วยเกราะเหล็กสีดำสนิท ดวงตาที่สามกลางหน้าผากกำลังหมุนวนด้วยกระแสมานาระดับทำลายล้าง
เอสไม่ได้ตอบ เขารอจังหวะ เงียบงันราวกับนักล่าที่ซุ่มอยู่ในความมืด ความแค้นที่มีต่อ ‘กิลด์ราชันย์ทมิฬ’ ที่เคยหักหลังเขาในอดีตไม่ได้มอดดับลง แต่มันถูกหลอมรวมกลายเป็นเชื้อเพลิงที่ขับเคลื่อนทุกการเคลื่อนไหวของเขาในตอนนี้
“ลิลลี่ ปิดกั้นการตรวจจับมานาทั้งหมด” เอสสั่งเบาๆ
“แต่นั่นจะทำให้เกราะของนายเหลือแค่พลังป้องกันพื้นฐาน...” ลิลลี่แย้ง แต่เอสเพียงแค่เหยียดยิ้มที่มุมปาก
“ถ้าไม่ทิ้งทุกอย่าง ฉันจะเอาชนะความภูมิใจที่ถูกสร้างขึ้นจากความลวงของพวกมันได้อย่างไรล่ะ”
เขาทิ้งตัวพุ่งเข้าหาช่องว่างขนาดเล็กที่เกิดขึ้นชั่วพริบตาเมื่อบอสขยับแขนขวา เอสไม่ได้ใช้ทักษะระดับสูงที่กินมานา แต่เขาใช้ทักษะพื้นฐาน ‘ก้าวพริบตา’ ซ้อนด้วยเทคนิคการเดินเท้าที่ระบบไม่เคยบันทึกไว้ในตำรามาตรฐาน ทุกย่างก้าวคือการคำนวณตำแหน่งที่บอสจะโจมตีไม่ถึง
เขาสไลด์ตัวลอดใต้คมดาบยักษ์ที่ฟาดลงมาจนพื้นแตกกระจาย แรงปะทะทำให้เศษหินกระเด็นบาดผิวหนังจนเลือดซิบ แต่เอสไม่สะทกสะท้าน เขาทะยานขึ้นบนแขนของบอส กระโดดสลับไปมาระหว่างเกราะเหล็กราวกับนักเต้นที่กำลังเต้นรำอยู่บนปากเหว
“ช่องโหว่คือรอยร้าวที่หัวใจของมัน เอส! พิกัด 0.045, -12.98 ลงดาบตรงนั้น!” ลิลลี่ตะโกนก้องผ่านกระแสจิต
เอสทิ้งตัวลงมาพร้อมกับดาบที่เรืองแสงสีม่วงดำราวกับจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง เขาไม่ได้มองไปที่บอส แต่เขากลับมองเห็นภาพซ้อนของหัวหน้ากิลด์ที่เคยทรยศเขาในอดีตยืนอยู่ ณ จุดที่ดาบกำลังจะปะทะ เขาใส่ความเคียดแค้นทั้งหมดลงไปในแรงเหวี่ยง
*ฉัวะ!*
เสียงโลหะตัดผ่านเนื้อหนังดังสนั่นไปทั่วโถงดันเจี้ยน เลือดสีดำพุ่งทะลักออกมาดุจน้ำตก บอสยักษ์คำรามลั่นด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่ร่างของมันจะเริ่มแตกร้าวราวกับแก้วที่กำลังแตกสลาย เอสยืนอยู่บนพื้นหิน หอบหายใจถี่รัว แต่ในแววตาของเขากลับปราศจากความยินดี
เขารู้ดีว่าชัยชนะในครั้งนี้เป็นเพียงก้าวแรก เพราะทันทีที่ร่างของบอสสลายไป ไอเทมในตำนานชิ้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ มันไม่ใช่ของรางวัลทั่วไป แต่มันคือ ‘กุญแจแห่งการตื่นรู้’ ที่จะเปิดเผยความลับว่าทำไมระบบเกมนี้ถึงถูกสร้างขึ้นเพื่อกักขังวิญญาณของผู้เล่น
เอสเอื้อมมือไปคว้ามัน แต่ก่อนที่ปลายนิ้วจะสัมผัส พื้นห้องโถงก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ประตูบานยักษ์ที่ควรจะปิดตายกลับค่อยๆ เปิดออก พร้อมกับร่างของกลุ่มคนที่เขารู้จักดีที่สุดก้าวเข้ามา
"ไม่นึกเลยนะว่าอดีตสมาชิกที่ถูกขับไล่อย่างแก จะฝ่ามาถึงห้องลับนี้ได้ด้วยตัวเอง"
เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น เอสชะงัก สายตาหันไปมองกลุ่มคนที่เดินเข้ามา... พวกเขาคืออดีตสหายร่วมกิลด์ที่สวมชุดเกราะระดับท็อปเซ็ตที่เขาเป็นคนช่วยออกแบบเองกับมือ และคนที่เดินนำหน้าคือชายที่ถือครองบัลลังก์กิลด์ในปัจจุบัน เขามองมาที่เอสด้วยสายตาเหยียดหยาม พร้อมกับในมือที่กำอาวุธที่เขาเคยยกให้เป็นรางวัลแด่ความภักดี
"ดูเหมือนว่า 'บั๊ก' ที่แกพยายามจะปกปิดมาตลอด... จะถูกพวกเราค้นพบเข้าให้แล้วสินะ เอส"
หัวหน้ากิลด์กล่าวพลางเหยียดยิ้ม เอสกัดฟันแน่น มือที่ถือดาบเริ่มสั่นด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ลิลลี่ที่อยู่ในร่างโปร่งแสงข้างกายเขาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เพราะเธอสัมผัสได้ว่าในมือของอีกฝ่าย ไม่ได้มีแค่ไอเทม แต่มี 'รหัสคุมระบบ' ที่สามารถลบตัวตนของเอสออกไปจากเกมนี้ได้ตลอดกาล
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันครั้งสำคัญนี้กับผมนะครับ กิลด์มาสเตอร์เอส
Chronicle of the God-Slayer: ดันเจี้ยนต้องสาปกับไอเทมระดับตำนาน•ตอนที่ 29
บทที่ 29
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Chronicle of the God-Slayer: ดันเจี้ยนต้องสาปกับไอเทมระดับตำนาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!