Chronicle of the God-Slayer: ดันเจี้ยนต้องสาปกับไอเทมระดับตำนาน•ตอนที่ 3

ดันเจี้ยนลับหลังกำแพงเมือง

ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
“ถ้าจะลั่นไก ก็ช่วยให้มันแม่นกว่าตอนที่เธอหักหลังฉันเมื่อห้าปีก่อนด้วยล่ะ” เอสแค่นยิ้ม มุมปากขยับเพียงเล็กน้อยในขณะที่ปลายกระบอกปืนเวทมนตร์ระดับตำนานของเธอยังคงจ่อค้างอยู่ที่เดิม กลิ่นดินปืนเจือจางด้วยไอความเย็นจากละอองเวทมนตร์ลอยอบอวลอยู่ในตรอกแคบหลังกำแพงเมือง เอสไม่แม้แต่จะขยับตัวหลบ เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนโยน ทว่าบัดนี้กลับว่างเปล่าราวกับแก้วที่ไร้เงาสะท้อน หญิงสาวที่เขาเคยเรียกว่า 'คนสำคัญ' นิ่งเงียบ ลมหายใจของเธอสม่ำเสมอจนน่ากลัว แต่สายตาที่กวาดมองไปที่สร้อยคอรูปนาฬิกาทรายบนคอของเธอ ทำให้เอสรู้ดีว่า ‘รหัสผ่านหลัก’ ที่เขาสร้างขึ้นเพื่อป้องกันระบบล่มสลาย กำลังสั่นไหวอยู่ภายใต้ความประหม่าที่เธอพยายามซ่อนไว้ “ทำไมถึงกลับมา... เอส?” เสียงของเธอแหบพร่า สั่นเครือเหมือนแก้วที่กำลังจะแตก “นายควรจะตายไปพร้อมกับกิลด์นั้นแล้ว” “คนตายไม่ได้มีธุระต้องมาทวงคืนสิ่งที่ตัวเองสร้างหรอกนะ” เอสพูดพลางขยับนิ้วชี้ข้างตัวช้าๆ ส่งสัญญาณให้ลิลลี่ที่ซ่อนตัวอยู่ในมิติเก็บข้อมูลเริ่มร่ายเวท ‘ชัตเตอร์ดาวน์’ ในระดับต่ำสุด “ส่งสร้อยเส้นนั้นมา แล้วฉันจะปล่อยให้เธอเดินออกไปจากเกมนี้โดยไม่โดนลบข้อมูลทิ้ง” “นายไม่เข้าใจ... เอส...” เธอเม้มปากแน่น แรงกดดันจากกระบอกปืนค่อยๆ เพิ่มขึ้น “ไม่มีใครหนีพ้นความจริงที่ว่า ดันเจี้ยนนี้ ‘ไม่ได้สร้างขึ้นสำหรับผู้เล่น’” ทันใดนั้น ลิลลี่ก็แทรกตัวออกมาจากเงามืดข้างหลังเอส ร่างจำลองโฮโลแกรมของเธอกะพริบถี่ๆ ก่อนจะประมวลผลสภาพแวดล้อม “มาสเตอร์! ค่าพลังงานรอบตัวเราพุ่งสูงขึ้นเกินขีดจำกัดแล้วค่ะ มีบางอย่าง... ไม่สิ ดันเจี้ยนนี้มันกำลัง ‘ขยายตัว’ ออกมาจากอิฐกำแพงพวกนี้!” เสียงลั่นเปรี๊ยะดังสนั่น ผนังหินของเมืองที่ดูเหมือนของประดับฉากกลับปริแตกออกเป็นเส้นใยสีม่วงเข้ม แสงสว่างจ้าจากรอยแยกดูดกลืนทุกอย่างรอบข้างเข้าหาตัวราวกับหลุมดำ แรงดึงดูดมหาศาลกระชากร่างของเอสจนถลาเข้าไปปะทะกับกำแพง แต่แทนที่จะกระแทกเข้ากับหินแข็ง ร่างของเขากลับทะลุผ่านความว่างเปล่าเข้าสู่มิติที่บิดเบี้ยว เขาร่วงหล่นลงสู่พื้นที่ที่ไร้ซึ่งแสงสว่าง สัมผัสแรกที่ได้รับคือไอเย็นเฉียบของโลหะโบราณและความเงียบสงัดที่กดทับประสาทสัมผัส “ลิลลี่? รายงานสถานะ” เอสยันตัวขึ้นจากพื้นดินที่ทำจากซากแผงวงจรนับล้านชิ้น มันไม่ใช่ดิน ไม่ใช่หิน แต่เป็นสุสานของข้อมูลดิบที่ถูกฝังไว้ใต้รากฐานของเมืองแห่งนี้ “ระบบแสดงผลว่าเราอยู่ใน ‘เดอะ วอยด์ เซกเตอร์’ (The Void Sector) ค่ะ” เสียงของลิลลี่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่หาได้ยาก “ที่นี่คือบั๊กที่หลงเหลือจากการพัฒนาเกมเวอร์ชันอัลฟ่า มันคือดันเจี้ยนลับที่ถูกลบไปจากผังระบบทั้งหมด... ไม่มีบันทึกในเซิร์ฟเวอร์ ไม่มีการระบุพิกัดในแผนที่ และที่สำคัญ... เอสคะ เราไม่ได้อยู่คนเดียว” สายตาของเอสปรับโฟกัสในความมืด เขาเห็นเงาร่างมหาศาลเคลื่อนไหวอยู่เหนือเพดานหิน มันไม่ใช่บอสระดับเวิลด์ที่เขารู้จัก มันคือสิ่งที่ควรจะเป็น ‘รหัสฐานข้อมูลที่ผิดพลาด’ ซึ่งถูกกักขังไว้ในนี้มานานนับปี เขาลุกขึ้นยืน หยิบดาบสั้นที่พกติดตัวออกมา เสียงโลหะกระทบกันดังก้องไปทั่วหอคอยแห่งความมืด เขาไม่ได้รู้สึกกลัว ความรู้สึกเดียวที่แล่นพล่านอยู่ในอกคือความตื่นเต้นของนักล่าที่พบเหยื่อชั้นดี “ไม่มีข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์งั้นเหรอ?” เอสกระตุกยิ้มที่มุมปาก “นั่นหมายความว่าถ้าฉันฆ่าบอสตัวนี้ ฉันจะได้ของดรอปที่ระบบไม่สามารถตรวจสอบได้สินะ” “มาสเตอร์! ระวังข้างหลัง!” เสียงกู่ร้องกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณดังมาจากความมืดเบื้องหลัง เงานั้นพุ่งเข้าหาเขาด้วยความเร็วที่เร็วกว่าค่าสถานะความคล่องตัวที่เขามี เอสหมุนตัวหลบได้เฉียดฉิว ลมจากการโจมตีปะทะเข้าที่แก้มจนเกิดรอยเลือดซิบ เขาเห็นมันชัดๆ แล้ว—อสูรที่มีร่างกายเป็นชุดเกราะเก่าคร่ำคร่าของสมาชิกกิลด์ที่ทรยศเขา ทุกชิ้นส่วนถูกนำมาประกอบกันเป็นรูปร่างอัปลักษณ์ และที่กลางอกของอสูรตัวนั้น คือสร้อยคอเส้นเดียวกับที่เขากำลังตามหา “มันใช้ข้อมูลความแค้นของนายเป็นเชื้อเพลิง!” ลิลลี่ตะโกน “เอส อย่าประจันหน้ากับมันตรงๆ พลังของมันขึ้นอยู่กับจำนวนความแค้นที่นายมีต่อพวกนั้น!” เอสหยุดนิ่ง เขาหลับตาลง วางดาบลงบนพื้นท่ามกลางเสียงคำรามของอสูรที่ใกล้เข้ามาทุกที เขาไม่ได้กำลังยอมแพ้ แต่เขากำลังทำสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุดในชีวิต นั่นคือการ ‘ลบ’ ความรู้สึกที่ผูกมัดเขากับอดีตออกไป เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แววตาที่เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งถูกแทนที่ด้วยความไร้อารมณ์แบบเครื่องจักร เขาไม่ได้แค่สู้กับบอสตัวนี้ แต่เขากำลังสู้กับความอ่อนแอของตัวเอง แต่ทว่า... เมื่อดาบของเขาฟันเข้าที่สร้อยคอเพื่อปลดล็อกรหัสผ่าน เสียงหนึ่งที่คุ้นเคยที่สุดก็ดังขึ้นมาจากภายในชุดเกราะของอสูรตัวนั้น “สวัสดี... เอส... ฉันรอให้นายมาทำลายฉันอยู่นานแล้ว” นั่นไม่ใช่เสียงอสูร แต่เป็นเสียงของ ‘ผู้หญิงคนนั้น’ ที่เพิ่งจะเอาปืนจ่อหน้าเขาไปเมื่อครู่ และทันใดนั้นเอง ชุดเกราะของอสูรก็สลายตัวออก เผยให้เห็นร่างที่ไร้วิญญาณของเธอที่ถูกเสียบไว้กับเสาเหล็กกลางห้องโถง พร้อมกับหน้าต่างระบบสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นต่อหน้าเอสว่า: [ภารกิจลับ: สังหารผู้กุมความลับ เพื่อปลดล็อกประตูบานถัดไป] ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่สามนี้ครับ - กิลด์มาสเตอร์เอส
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Chronicle of the God-Slayer: ดันเจี้ยนต้องสาปกับไอเทมระดับตำนาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%