กลิ่นอับชื้นของศิลาแลงและคราบเขม่าดินปืนคละคลุ้งอยู่ในความมืด ปืนพกกระบอกดำสนิทในมือของรวินท์ถูกปลดเซฟเสียงกริ๊กเบา ๆ แต่ก้องกังวานในโสตประสาท ท่ามกลางซากปรักหักพังของวิหารโบราณ ปลายกระบอกปืนไม่ได้เล็งไปที่เงาลึกลับภายนอก แต่มันกำลังหันตรงมายังร่างของ ดร.นลิน ที่ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว
แสงไฟฉายคาดหัวสาดกระทบใบหน้าเรียบนิ่งของนักภาษาศาสตร์สาว เธอบ่งบอกความตื่นตระหนกผ่านเพียงม่านตาที่หดแคบลงเล็กน้อย แต่นอกเหนือจากนั้น ลมหายใจของเธอยังคงสม่ำเสมออย่างน่าประหลาด
"คุณกำลังสงสัยว่ากระสุนในรังเพลิงนี้ จะเจาะทะลุกระดูกสันหลังของคุณก่อน หรือจะตัดผ่านเส้นประสาทส่วนไหนเพื่อให้คุณตายทรมานน้อยที่สุดใช่ไหมครับ ดร.นลิน"
เสียงของรวินท์ราบเรียบ เย็นชา และไร้ซึ่งความลังเล เช่นเดียวกับดวงตาคู่นั้นที่เคยร่วมฝ่าฟันกับเธอมาในหลายสุสานโบราณ แต่วันนี้ แววตาคู่นั้นกลับไร้ประกายความไว้วางใจโดยสิ้นเชิง
นลินไม่ถอยหลัง เธอขยับแว่นสายตาที่เปื้อนฝุ่นเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเข้าไปหาปลายกระบอกปืนอีกครึ่งก้าว จนเนื้อโลหะเย็นเฉียบเกือบแตะเข้ากับกระดูกไหปลาร้าของเธอเอง
"ถ้าคุณอยากจะเหนี่ยวไก คุณคงทำไปตั้งแต่ตอนที่เราถอดรหัสศิลาจารึกแผ่นนั้นแล้วครับ... อ่า ขออภัย ผมติดนิสัยแทนตัวเองแบบคุณมา" นลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท มุมปากหยักขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่บ่งบอกถึงความฉลาดเป็นกรด "แต่ความจริงก็คือ คุณไม่กล้าหรอก รวินท์ เพราะถ้าฉันตาย คนที่จะแปลอักษรตระกูลโบราณบนกำแพงลับด้านหลังคุณออก ก็จะตายไปพร้อมกับฉัน... และคุณจะไม่มีวันรู้เลยว่าใครเป็นคนฆ่าครอบครัวของคุณเมื่อสิบปีก่อน"
คำพูดนั้นทำเอามุมปากของรวินท์กระตุกวูบ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านระหว่างคนทั้งสอง ราวกับสนามแม่เหล็กขั้วเดียวกันที่พยายามผลักไสแต่ก็ถูกดึงดูดเข้าหากันด้วยความลับดำมืดของอดีต
วิชาชีพของพวกเขานั้นอยู่คนละฝั่ง รวินท์มองอารยธรรมโบราณเป็น "สินค้า" และ "เบาะแสการล้างแค้น" ขณะที่นลินมองมันเป็น "ความจริงของมนุษยชาติ" ที่ต้องแลกมาด้วยชีวิต แต่ในวินาทีนี้ ทั้งคู่ต่างตกอยู่ในหลุมพรางที่ใครบางคนจงใจขุดขึ้นมาเพื่อทดสอบความเปราะบางของความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางซากศพและหยาดเหงื่อ
"คุณรู้มากเกินไป นลิน" รวินท์เค้นเสียงลอดไรฟัน "เอกสารลับในกระเป๋าเสื้อของคุณ ไม่ใช่บันทึกภาษาศาสตร์ธรรมดา แต่มันคือรายชื่อของผู้มีอิทธิพลที่ซื้อขายโบราณวัตถุข้ามชาติ... รวมถึงคนในกระทรวงที่อยู่เบื้องหลังการตายของพี่ชายผม ทำไมคุณถึงเก็บมันไว้ ทำไมคุณไม่ส่งให้ตำรวจสากลตั้งแต่แรก"
นลินก้มมองกระเป๋าเสื้อของตนเอง ชั่วขณะหนึ่ง แววตาของเธอไหววูบราวกับซ่อนความเจ็บปวดบางอย่างที่ไม่อาจเปิดเผย แต่เธอก็รวบรวมความสุขุมกลับคืนมาได้อย่างรวดเร็ว
"เพราะถ้าฉันส่งให้ตำรวจ ฉันคงกลายเป็นศพไปก่อนจะได้ออกจากป่านี้เหมือนคนก่อนหน้านี้ไงครับคุณรวินท์..." นลินสบตาเขาตรง ๆ ดวงตาคู่สวยสะท้อนภาพเงาของเขาในความมืด "และที่สำคัญที่สุด... ฉันรู้ว่ามีเพียงคุณคนเดียว ที่มีความสามารถพอจะใช้เอกสารแผ่นนี้ลากหัวฆาตกรตัวจริงออกมาจากเงาได้ โดยที่โลกไม่กลกลบเกลื่อนความจริงเหมือนที่ผ่านมา"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำที่ตกลงกระทบพื้นหินด้านล่างเป็นจังหวะ หัวใจของนักสืบและนักล่าสมบัติเต้นระรัวในจังหวะที่แตกต่าง แต่มุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกัน
รวินท์จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวตรงหน้า ประสบการณ์อันโชกโชนในฐานะนักแกะรอยสอนให้เขาอ่านภาษากายของมนุษย์ นลินไม่มีพิรุธ ไม่มีเหงื่อกาฬแห่งความกลัวตาย มีเพียงความดื้อรั้นอันเป็นเอกลักษณ์ของนักวิชาการผู้บูชาความจริง
นิ้วชี้ที่วางอยู่บนไกปืนค่อย ๆ คลายแรงกดลง รวินท์ลดปากกระบอกปืนลงต่ำช้า ๆ แม้แววตาจะยังคงความระแวดระวัง แต่บรรยากาศรอบตัวก็ผ่อนคลายลงจากจุดวิกฤต
"คุณนี่มัน... ดื้อด้านเสียจริง ด็อกเตอร์" รวินท์ถอนหายใจยาวออกมาทางจมูก น้ำเสียงเจือความระอาแกมทึ่งเล็กน้อย "ถ้าการเดิมพันครั้งนี้พลาด ผมจะฝังคุณไว้ใต้ซากวิหารนี้ โดยไม่เขียนป้ายหลุมศพให้เลยคอยดู"
"ยินดีครับ ถ้าเกียรติยศของการตายคือการได้ไขปริศนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ร่วมกับคุณ" นลินตอบกลับทันควัน พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่หาได้ยากยิ่ง เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของนักล่าสมบัติผู้เย็นชาต้องกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้
แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะได้เอ่ยเจรจาถึงแผนการขั้นต่อไป เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ก็ดังขึ้นจากทางอุโมงค์มืดเบื้องหลัง เสียงเหล็กกระทบกับพื้นหินและเสียงกระซิบกระซาบเป็นภาษาต่างถิ่นกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที
รวินท์พุ่งตัวเข้าไปปิดปากนลินด้วยมือข้างหนึ่งอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงเธอกลับเข้าไปหลบหลังแนวเสาศิลาแลงที่ผุกร่อน ความใกล้ชิดทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในความมืด กลิ่นอายเฉพาะตัวของทั้งสองผสมปนเปไปกับกลิ่นฝุ่นดิน
เขากระซิบชิดใบหูของเธอ เสียงเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม "พวกมันมาเร็วกว่าที่คิด... ดูเหมือนว่าจะมีหนอนบ่อนไส้อยู่ในทีมหน่วยสำรวจของเราจริง ๆ"
นลินพยักหน้ารับช้า ๆ ดวงตาของเธอไม่ได้ฉายแววหวาดกลัว แต่กลับเปล่งประกายความตื่นตัว เธอเอื้อมมือไปหยิบเศษกระดาษชิ้นเล็ก ๆ ที่ร่วงหล่นจากพื้นขึ้นมาส่งให้รวินท์ในความมืด
รวินท์รับมาพลิกดูด้วยแสงไฟฉายขนาดจิ๋วที่หรี่จนแทบมองไม่เห็น และเมื่อแสงสลัวกระทบเข้ากับข้อความบนกระดาษ ร่างกายของเขาก็ต้องชะงักกึก ลมหายใจสะดุดกتินไปชั่วขณะ
นั่นไม่ใช่กระดาษบันทึกภาษาศาสตร์ แต่มันคือ... แผนผังค่ายพักแรมของพวกเขาเอง ที่ถูกวาดวงกลมสีแดงกากบาททับไว้ตรงเต็นท์ของ "รวินท์" พร้อมกับข้อความลายมือภาษาละตินโบราณที่เขียนด้วยหมึกสีแดงสดเพิ่งแห้งสนิท
*‘เหยื่อติดกับแล้ว... เตรียมเก็บกวาดพยานปากสุดท้าย’*
บันทึกนักโบราณคดี
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางขุดคุ้ยความมืดมิดไปด้วยกันนะครับ
ศัสตราวุธแห่งความเงียบกับนักแปลรหัสอดีต•ตอนที่ 21
กับดักความไว้วางใจ
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราวุธแห่งความเงียบกับนักแปลรหัสอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!