ศัสตราวุธแห่งความเงียบกับนักแปลรหัสอดีต•ตอนที่ 20

การทรยศในที่ทำงาน

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและฝุ่นอิฐโบราณอบอวลอยู่ในโพรงจมูก มากกว่านั้นคือกลิ่นอายของความไว้วางใจที่เพิ่งถูกเฉือนทิ้งอย่างเลือดเย็น "ดูเหมือนว่านักบวชพวกนั้น..." รวินท์กระซิบเสียงเย็นเยียบ ขณะที่ลำกล้องปืนเล็งตรงไปยังเป้าหมายเบื้องหน้าโดยไม่ลังเล "...จะไม่ยอมให้เราออกไปบอกใครด้วยวิธีง่ายๆ ซะแล้วล่ะครับ" แสงไฟฉายคาดหัวสาดส่องตัดความมืดของห้องโถงใต้ดินซากปรักหักพังแห่งอารยธรรมที่สูญหาย เสียงก้องกังวานของหยดน้ำที่กระทบพื้นหินช่วยขับเน้นความเงียบงันให้กดดันยิ่งขึ้น เบื้องหน้าของเขาทั้งสองคือทางออกเดียวที่ถูกบล็อกด้วยซากหินถล่ม แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าก้อนหินนับตันเหล่านั้น กลับไม่ใช่กลุ่มนักบวชคลั่งศาสนาที่เพิ่งล่าถอยไป หากแต่เป็นหน้าจอเรืองแสงของแท็บเล็ตในมือของ ดร.นลิน หน้าจอนั้นแสดงรายงานการส่งข้อมูลเข้ารหัสผ่านดาวเทียม—พิกัดปัจจุบัน บันทึกการแปลอักษรโบราณ และเส้นทางหลบหนีทั้งหมด ถูกส่งออกไปเมื่อสามนาทีที่แล้ว ในขณะที่พวกเขากกำลังเผชิญหน้ากับความเป็นความตายกับศัตรู รวินท์ลดปลายกระบอกปืนลงเล็กน้อย แต่ดวงตาคมกริบภายใต้เงาหมวกสนามกลับหันมามองหญิงสาวด้านข้างด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา มันไม่ใช่ความตกใจ แต่มันคือความผิดหวังในระดับที่เย็นชาเสียจนน่ากลัว "คุณส่งมันไปให้ใคร" เสียงของรวินท์ราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์โกรธเกรี้ยว แต่นั่นคือสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดจากชายผู้ผ่านความตายในหลุมขุดค้นมานับครั้งไม่ถ้วน ดร.นลินไม่ได้หลบตา เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมอาการสั่นเทาที่ปลายนิ้ว ใบหน้าที่มักจะสุขุมและเปี่ยมด้วยเหตุผลของนักภาษาศาสตร์หญิงฉายแววความเด็ดเดี่ยวผสมความวิตกกังวล เธอกดปิดหน้าจอแท็บเล็ตช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าสบตาเขากลับอย่างไม่เกรงกลัว "ฉันส่งให้เครือข่ายวิชาการอิสระ และ... หน่วยงานความมั่นคง" นลินตอบเสียงหนักแน่น แม้ลมหายใจจะติดขัด "ถ้าพวกเราตายอยู่ที่นี่ อย่างน้อยความลับของศัสตราวุธแห่งความเงียบจะไม่ตายไปกับเรา ฉันไม่ได้ทำเพื่อเงินเหมือนคุณ รวินท์" รวินท์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เขาเดินเข้าไปประชิดเธอทีละก้าวอย่างคุกคาม จนกระทั่งแผ่นหลังของนลินชนเข้ากับผนังอิฐศิลาแลงเย็นเฉียบ รวินท์วางมือข้างหนึ่งค้ำกับผนังกันทางหนี ขณะที่มืออีกข้างยังคงถือปืนพกไว้อย่างมั่นคง ระยะห่างระหว่างทั้งคู่แทบไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจ กลิ่นกายเฉพาะตัวของเธอผสมกับกลิ่นดินปืนและหยาดเหงื่อสร้างแรงดึงดูดที่ประหลาดและอันตรายในสถานการณ์วิกฤต "คุณมันพวกโลกสวยที่คิดว่าความจริงจะช่วยปกป้องโลกได้ ดร.นลิน" รวินท์โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจของเขารดรดแก้มเนียน "คุณคิดจริงๆ หรือครับว่ากลุ่มอิทธิพลมืดที่ซื้อนักบวชพวกนี้ได้ จะเข้าไม่ถึงเครือข่ายที่คุณเพิ่งส่งข้อมูลไป? ตอนนี้... พวกมันรู้พิกัดของเราเป็นเซนติเมตรแล้ว" นลินเบิกตากว้างเล็กน้อย ความตระหนักรู้บางอย่างวิ่งวาบเข้ามาในหัว สมองของนักภาษาศาสตร์ผู้ปราดเปรื่องเริ่มคำนวณย้อนหลังถึงรอยรั่วทั้งหมดที่เกิดขึ้นตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ใช่เพราะความบังเอิญ... แต่มีคนในองค์กรของพวกเขาเองที่เป็นหนอนกระบอกข้าวสาร "หมายความว่า..." "ใช่ครับ" รวินท์ตัดบท น้ำเสียงของเขาเข้มข้นขึ้น "มีคนในทีมของเราขายข้อมูลนี้ไปก่อนหน้านี้แล้ว และการที่คุณเพิ่งกดส่งซ้ำเมื่อครี้นี้ ก็เหมือนกับการจุดพลุบอกตำแหน่งให้พวกมันส่งทีมเก็บกวาดมาปิดปากเราเร็วยิ่งขึ้น" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอกของนลิน ความรู้สึกผิดพุ่งพล่านขึ้นมาตีตื้นที่ลำคอ เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มของชายหนุ่มผู้มีอุดมการณ์ขัดแย้งกับเธอมาโดยตลอด แต่ในวินาทีนี้ กลับเป็นคนเดียวที่ยืนหยัดอยู่เคียงข้างเธอ ท่ามกลางความโลภและอำนาจมืดที่พร้อมจะกลืนกินพวกเขาทั้งเป็น "ฉัน... ฉันแค่อยากให้งานวิจัยนี้รอด" นลินกระซิบ เสียงของเธอเริ่มสั่นเครือ ความเก่งกาจและมั่นใจในตัวเองก่อนหน้านี้พังทลายลงเหลือเพียงความเปราะบาง รวินท์มองท่าทีนั้น แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงชั่วพริบตา ความรู้สึกดึงดูดทางจิตวิญญาณระหว่างคนสองคนที่ยืนอยู่คนละฝั่งของกฎหมายและจริยธรรม กำลังทำงานอย่างเงียบเชียบในพื้นที่อับอากาศนี้ เขารู้ดีว่าความฉลาดของเธอคืออาวุธที่อันตรายที่สุด แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เขาละสายตาไปไม่ได้เช่นกัน "เกมนี้มันใหญ่กว่าที่คุณคิด นลิน" รวินท์ผ่อนน้ำเสียงลงเล็กน้อย มือที่ถือปืนลดระดับลง แต่สายตายังคงระแวดระวังความมืดเบื้องหน้า "พวกเขาไม่ได้ต้องการแค่โบราณวัตถุ แต่ต้องการใช้พลังของมันเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจ..." *แกร๊ก...* เสียงโลหะกระทบกันเบามากๆ ดังมาจากความมืดตรงทางเดินแคบๆ ด้านหลังกองหินถล่ม รวินท์ดึงตัวนลินเข้ามาชิดลำตัวในเสี้ยววินาที พร้อมกับยกกระบอกปืนขึ้นเล็งไปยังเงาดำที่เคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบ ความตึงเครียดกลับมาพุ่งสูงจนแทบหายใจไม่ออก ทั้งคู่หยุดการสนทนาและกลั้นหายใจรอรับการปะทะ ทว่า สิ่งที่ก้าวออกมาจากความมืดนั้นไม่ใช่กระสุนปืนหรือนักบวชคลั่งศาสนา แสงจากไฟฉายสาดกระทบเข้ากับวัตถุแปลกปลอมที่ตกอยู่บนพื้น มันคือเครื่องมือสื่อสารรุ่นทหารใช้งาน ที่ถูกตั้งค่าความถี่สัญญาณทิ้งไว้ หน้าจอกะพริบข้อความสั้นๆ เป็นรหัสภาษาละตินโบราณที่เพิ่งถอดความเสร็จ นลินก้มมองข้อความนั้นผ่านไหล่ของรวินท์ หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อตระหนักว่ารหัสที่ปรากฏบนหน้าจอ... ไม่ใช่รหัสที่เธอเป็นคนแปล และไม่ใช่ข้อมูลที่เธอเพิ่งส่งออกไป แต่มันคือลายเซ็นดิจิทัลของ "หัวหน้าโครงการ" ผู้ล่วงลับ ที่ควรจะเสียชีวิตไปตั้งแต่สามปีก่อนในหลุมขุดค้นเดียวกันกับครอบครัวของรวินท์! "เขายังไม่ตาย..." รวินท์พึมพำด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้านเป็นครั้งแรกในชีวิต ขณะที่เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นความมืดออกมา พร้อมกับรอยยิ้มคุ้นเคยที่สลักลึกลงในความทรงจำอันเจ็บปวด --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดครั้งนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราวุธแห่งความเงียบกับนักแปลรหัสอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%