กลิ่นคาวสนิมของกระสุนปืนและฝุ่นอิฐโบราณที่ฟุ้งกระจายในอากาศ คือหลักฐานยืนยันชั้นดีว่าบทสนทนาเชิงวิชาการเมื่อครู่ ได้สิ้นสุดลงแล้วอย่างเป็นทางการ
"หมอบลง!"
เสียงทุ้มต่ำของรวินท์ขาดห้วงไปพร้อมกับแรงกระชากที่หัวไหล่ ดร.นลินไม่ทันได้ประท้วงด้วยหลักการทางภาษาศาสตร์ใดๆ ร่างบางถูกเหวี่ยงให้ล้มคะมำลงหลังชั้นหนังสือไม้มะค่าโบราณความสูงสองเมตร เสี้ยววินาทีนั้น กระสุนปืนเก็บเสียงนัดหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศ เจาะทะลุกรอบหน้าต่างกระจกสีสเตนลาสแตกละเอียด เศษแก้วร่วงกราวลงราวกับสายฝนโปรยปรายในความมืด
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับคู่กำลังก้าวเข้ามาในห้องสมุดลับใต้ดินของหอจดหมายเหตุ ท่ามกลางความเงียบงันยามวิกาล บรรยากาศรอบตัวบีบคั้นจนแทบไม่ได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน รวินท์ขยับตัวชิดกำแพงศิลาแลง มือขวาปลดกระดุมเสื้อสูทออกอย่างรวดเร็วเพื่อหยิบปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติประจำกายออกมาตรวจสอบกระสุน ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วความมืดด้วยสัญชาตญาณของนักล่าสมบัติผู้ผ่านสมรภูมิมาโชกโชน
"พวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจาต่อรองแล้วนะครับ, ดร.นลิน" รวินท์กระซิบกระซาบชิดริมหูของหญิงสาว น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทจนน่ากลัว ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความตื่นตัวระดับสูงสุด
ดร.นลินกัดริมฝีปากแน่น มือเรียวของเธอยังคงกำสมุดบันทึกหนังโบราณที่เพิ่งถอดรหัสได้ครึ่งทางไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แม้ในสถานการณ์เฉียดตาย ดวงตาหลังกรอบแว่นสายตาก็ยังคงฉายแววครุ่นคิดอย่างนักวิชาการ
"บันทึกเล่มนี้... มันบันทึกพิกัดของห้องนิรภัยที่ซ่อนศัสตราวุธแห่งความเงียบเอาไว้จริงๆ ด้วยสินะครับ" นลินเอ่ยสวนขึ้นมาเบาหวิว ราวกับไม่ยอมให้ความเป็นความตายมาขัดขวางกระบวนการทางความคิดของเธอ "นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาต้องการปิดปากเรา... ไม่ใช่แค่เพื่อแย่งชิงวัตถุโบราณ แต่เพื่อทำลายหลักฐานทางประวัติศาสตร์ทั้งหมด"
รวินท์เหลือบมองเธอแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานกันระหว่างความระอาและความชื่นชม ในสถานการณ์ที่กระสุนกำลังปลิดชีพได้ทุกเมื่อ ผู้หญิงคนนี้ยังคงห่วงเรื่องประวัติศาสตร์มากกว่าลมหายใจของตัวเอง
"ถ้าคุณยังมัวแต่สนใจประวัติศาสตร์มากกว่ากะโหลกศีรษะของตัวเอง เราคงไม่ได้อยู่คุยกันต่อในบทที่ยี่สิบหกแน่ครับ" รวินท์พูดดักคอด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่นิ่งสนิท
*ปัง!*
กระสุนอีกนัดเจาะทะลุชั้นหนังสือไม้หนาเตอะ เศษไม้กระเด็นบาดเข้าที่แก้มเนียนของนลินจนมีคราบเลือดซึมบางๆ รวินท์ไม่รอช้า เขาตัดสินใจเด็ดขาดในเสี้ยววินาที มือแกร่งคว้าข้อมือเรียวของนักภาษาศาสตร์สาวให้ลุกขึ้นพร้อมกัน
"วิ่ง!"
ทั้งสองพุ่งตัวออกจากที่กำบัง พุ่งทะยานฝ่าความมืดตรงไปยังประตูทางหนีฉุกเฉินที่ซ่อนอยู่หลังตู้แผนที่โบราณ รวินท์ยิงตอบโต้กลับไปสามนัดซ้อนในความมืด เพื่อกดดันให้มือปืนฝ่ายตรงข้ามต้องหลบวิถีกระสุน เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นจากมุมมืด แสดงให้เห็นว่าความแม่นยำของนักแกะรอยหนุ่มไม่ใช่เรื่องที่ควรเอามาล้อเล่น
ทว่า เบื้องหน้าของพวกเขาไม่ใช่ทางออกที่ปลอดภัย ประตูเหล็กบานใหญ่ถูกล็อกตายด้วยโซ่หนาและแม่กุญแจรหัสขนาดมหึมา ทางตัน!
เสียงฝีเท้าและเสียงขึ้นลำกล้องปืนจากด้านหลังใกล้เข้ามาทุกที แสงไฟฉายสודส่องกวาดไปมาบนผนังศิลาแลง สะท้อนเงาร่างของทั้งสองคนที่จนมุมอยู่กับบานประตูเหล็ก
นลินสูดลมหายใจเข้าลึกพยายามตั้งสติ แม้หัวใจจะเต้นรัวระส่ำ เธอกวาดสายตาไปรอบตัวอย่างรวดเร็วภายใต้แสงสลัว จนกระทั่งไปสะดุดเข้ากับกลไกเฟืองทองเหลืองที่ฝังอยู่ข้างกรอบประตู ซึ่งมีรอยขูดขีดเป็นสัญลักษณ์ภาษารuนิกโบราณแบบเดียวกับที่เธอเพิ่งถอดรหัสในสมุดบันทึก
"รวินท์... แป้นหมุนนั่น!" นลินชี้มือสั่นเทาไปยังกลไก "มันไม่ใช่แม่กุญแจธรรมดา แต่มันคือแผ่นศิลาถอดรหัส... ถ้าเราหมุนรหัสผิดกลไกจะล็อกถาวร แต่ถ้าถูก ประตูจะเปิดออก!"
"แล้วรหัสคืออะไรล่ะครับ ดอกเตอร์?" รวินท์หันหลังเอาตัวบังกระสุน พร้อมกับเล็งปืนเตรียมลั่นไใส่มือปืนคนแรกที่โผล่พ้นมุมเสาหินออกมา
"ปี ค.ศ. ที่อารยธรรมนี้ล่มสลาย..." นลินคำนวณในหัวอย่างรวดเร็วขณะที่เหงื่อกาฬไหลซกเต็มใบหน้า "ไม่ใช่ปี ค.ศ. สากล... แต่เป็นปฏิทินสุริยคติโบราณที่ถอดจากตำนานบทที่สี่... หนึ่ง... สอง... สาม... ศูนย์!"
นิ้วเรียวของเธอบิดหมุนเฟืองทองเหลืองอย่างแม่นยำ ท่ามกลางเสียงปืนที่เริ่มระรัวกระหน่ำยิงเข้ามาอย่างไร้ความปรานี กระสุนนัดหนึ่งเฉี่ยวหัวไหล่ของรวินท์จนเนื้อผ้าขาดวิ่นและมีเลือดไหลซึมออกมา แต่เขายยังคงยืนหยัดนิ่ง ไม่ยอมขยับถอยแม้แต่ก้าวเดียว
*กริ๊กล็อก!*
เสียงกลไกภายในประตูเหล็กขยับตัวอย่างรุนแรง โซ่หนาหลุดร่วงลงสู่พื้นศิลา ประตูเหล็กบานใหญ่แง้มเปิดออกเองอย่างเชื่องช้าเผยให้เห็นความมืดมิดและกลิ่นอายของสายลมเย็นเยียบจากภายนอก
รวินท์ไม่รอช้า เขาคว้าเอวบางของนลินแล้วกระโจนพาร่างทั้งสองพุ่งทะลุผ่านประตูบานนั้นออกไปทันที ก่อนที่กระสุนห่าใหญ่จะระดมยิงเข้าใส่จุดที่พวกเขายืนอยู่เมื่อครู่จนเศษปูนกระจายเกลื่อน
ความมืดของค่ำคืนภายนอกกลืนกินร่างของทั้งคู่ลงไป แต่ทว่า... ก่อนที่ประตูเหล็กจะปิดสนิทลงอัตโนมัติ รวินท์เหลือบไปเห็นเงาร่างของใครบางคนก้าวออกมาจากความมืดของมุมห้องสมุด
บุคคลปริศนาร่างสูงโปร่งสวมสูทเข้ารูป ท่าทางคุ้นตาอย่างประหลาด ก้มลงหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งที่ตกอยู่บนพื้นศิลา—มันคือเศษกระดาษหน้าสุดท้ายที่ฉีกขาดออกมาจากสมุดบันทึกของดร.นลิน ซึ่งมีรหัสผ่านสำคัญที่สุดของห้องนิรภัยสลักอยู่
และเมื่อบุคคลปริศนานั้นเงยหน้าขึ้นสบตากับรวินท์ผ่านช่องว่างสุดท้ายของประตูที่กำลังจะปิดลง... รอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปากของอีกฝ่าย ก็ทำให้เลือดในกายของนักแกะรอยหนุ่มเย็นเฉียบลงทันที
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางขุดค้นความจริงอันดำมืดนี้ไปด้วยกันนะครับ
ศัสตราวุธแห่งความเงียบกับนักแปลรหัสอดีต•ตอนที่ 25
เสียงปืนในห้องสมุด
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราวุธแห่งความเงียบกับนักแปลรหัสอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!