ศัสตราวุธแห่งความเงียบกับนักแปลรหัสอดีต•ตอนที่ 24

ความลับของบันทึกเล่มเก่า

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
กลิ่นอายของสนิมเหล็กและผงถ่านเก่าแก่คละคลุ้งอยู่ในความมืดทึบของห้องใต้ดินนิรภัย แสงสว่างเพียงดวงเดียวมาจากคบเพลิงไนโตรเจนพกพาที่รวินท์ถือไว้ มันสาดแสงสีฟ้าอมเขียวสลัวลงบนแผ่นโลหะรูปทรงแปลกประหลาดตรงหน้า "อย่าเพิ่งแตะต้องมันนะ" เสียงกระซิบราบเรียบแต่เฉียบขาดของดร.นลินดังขึ้นจากความมืดฝั่งตรงข้าม เธอไม่ได้ขยับเข้าใกล้ แต่สายตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นกำลังกวาดมองทุกรายละเอียดผ่านเลนส์ขยาย ร่างของนักภาษาศาสตร์สาวทาบทับอยู่กับโครงสร้างหินโบราณที่สลักลวดลายเรขาคณิตซับซ้อนเกินกว่ายุคสมัยที่ควรจะเป็น รวินท์ชะืองานในมือ นิ้วโป้งของเขาแตะอยู่บนเซฟตี้ของปืนพกข้างเอวตามสัญชาตญาณระวังภัย ดวงตาคมกริบกวาดมองรอบทิศทางก่อนจะเหลือบกลับมามองหญิงสาว "ถ้าผมมัวแต่รอให้คุณถอดรหัสเสร็จครบทุกตัวอักษร อากาศในนี้คงหมดก่อนที่เราจะได้เอาสมบัติไปเปลี่ยนเป็นเงินทุนตั้งมูลนิธิของคุณหรอกครับ ดร.นลิน" น้ำเสียงของเขามีความเย้ยหยันเจืออยู่เล็กน้อย แต่แววตาไม่ได้แสดงความรังเกียจ ตรงกันข้าม—ความเฉียบคมของนลินในสถานการณ์บีบคั้นเช่นนี้คือสิ่งที่ดึงดูดเขายิ่งกว่าวัตถุโบราณมูลค่ามหาศาลตรงหน้าเสียอีก "คุณมองทุกอย่างเป็นตัวเลขและมูลค่าเสมอ รวินท์ นั่นคือจุดบอดของคุณ" นลินก้าวเท้าเข้ามาในเขตแสงสว่าง เงาของเธอยาวยืดไปทาบทับกับสัญลักษณ์บนผนัง "สิ่งที่คุณกำลังจะหยิบขึ้นมา มันไม่ใช่แค่แผ่นโลหะทองคำขาว แต่มันคือหลักฐานชิ้นแรกที่ยืนยันว่า... บรรพบุรุษของเราเมื่อห้าพันปีก่อนไม่ได้ใช้แค่เครื่องมือหิน" รวินท์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและสะท้อนไปกับผนังหินอับทึบ เขาขยับเข้าไปใกล้แผ่นโลหะวงกลมที่มีร่องรอยการหมุนขบกันอย่างประณีต "ถ้ามันไม่ใช่ทองคำ แล้วมันคืออะไรล่ะครับ แผงวงจรโบราณอย่างนั้นเหรอ? อย่าล้อเล่นน่า ดร.นลิน โลกนี้ไม่มีเทคโนโลยีล้ำยุคซ่อนอยู่ในซากปรักหักพังหรอก มีแต่พวกนักล่าสมบัติที่อยากรวยทางลัดกับพวกนักวิชาการที่อยากตีพิมพ์ลงวารสารเพื่อชื่อเสียงเท่านั้นแหละ" "งั้นก็พิสูจน์สิครับ" นลินท้าทาย เธอไม่ได้โกรธเคืองคำดูถูกนั้น เพราะเธอรู้ดีว่าใต้ท่าทีเยชาชาและวัตถุนิยมของอดีตทหารรับจ้างผู้นี้ มีความโหยหาคำตอบเกี่ยวกับการตายของครอบครัวเขาซ่อนอยู่ นิ้วเรียวยาวของนลินชี้ไปยังร่องเล็กๆ บนแผ่นโลหะ "ลองสอดกริชหินที่คุณเก็บมาจากห้องโถงชั้นแรกเข้าไปในร่องนั้นดูสิ... ไม่ใช่ตรงนั้น ทางขวาอีกสามมิลลิเมตร" รวินท์ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ยอมทำตามอย่างเสียไม่ได้ เขาดึงกริชหินโบราณที่อาบด้วยคราบไคลโบราณออกมาจากซองหนัง แล้วบรรจงเสียบลงไปตามมุมองศาที่หญิงสาวบอก *คลิก...* เสียงกลไกภายในกังวานขึ้นเบาๆ แต่ก้องกังวานในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงของสปริงโลหะธรรมดา แต่เป็นเสียงที่คล้ายกับการหมุนของเฟืองนาฬิกาความละเอียดสูงที่ไม่มีวันสึกหรอ ทันใดนั้น แสงเรืองแสงสีฟ้าอ่อนก็พวยพุ่งขึ้นจากร่องรอยสลักบนแผ่นโลหะ มันไม่ใช่ปฏิกิริยาเคมีจากฟอสฟอรัส แต่เป็นพลังงานบางอย่างที่สะיטอยู่ในเนื้อโลหะมานับพันปี รวินท์ชะักมือกลับโดยสัญชาตญาณ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ปฏิกิริยาทางกายภาพที่หาได้ยากยิ่งสำหรับชายผู้ผ่านสมรภูมิมาโชกโชน "นั่น... มันอะไรกัน" เสียงของเขาขาดหายไปในลำคอ นลินก้าวเข้ามาประชิดโดยไม่รู้ตัว กลิ่นอายจางๆ ของกระดาษเก่าและน้ำหอมธรรมชาติจากตัวเธอลอยปะปนกับกลิ่นอัปของห้องใต้ดิน สายตาของเธอยังคงจดจ้องอยู่ที่ภาพฉายสามมิติที่ปรากฏขึ้นเหนือแผ่นโลหะ มันเป็นแผนผังดาราศาสตร์และโครงสร้างอะตอมที่ซับซ้อนเกินกว่าที่มนุษย์ในยุคสำริดจะจินตนาการได้ เทคโนโลยีนี้ไม่อาจจัดว่าเป็นของโบราณอีกต่อไป แต่มันคือ "วิทยาศาสตร์ล้ำยุค" ที่แม้แต่ศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดก็ยังเอื้อมไม่ถึง "มันคือคลังข้อมูล..." นลินพึมพำด้วยเสียงสั่นเทาเล็กน้อย ความตื่นเต้นทางวิชาการพุ่งพล่านจนทำให้ปลายนิ้วของเธอยะเยือก "อารยธรรมนี้ไม่ได้สูญหายเพราะภัยธรรมชาติ รวินท์... พวกเขาครอบครองเทคโนโลยีที่สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสสารได้ แต่พวกเขาเลือกที่จะปิดผนึกมันไว้ เพราะรู้ว่ามนุษยชาติยังไม่พร้อม" รวินท์หันมามองหน้าหญิงสาวในระยะประชิด แสงสีฟ้าจากภาพฉายสะท้อนอยู่ในดวงตาสีดำสนิทของเขา ความเยือกเย็นก่อนหน้านี้ถูกแทนที่ด้วยความตระหนักรู้บางอย่างที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม "ถ้าคนพวกนั้นรู้ว่าเราเจออะไรที่นี่..." รวินท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงต่ำลึก สายตาคมกริบมองลอดผ่านความมืดไปยังบันไดทางขึ้น "องค์กรของคุณและนายทุนของผม คงไม่ปล่อยให้เราเดินออกจากที่นี่พร้อมกับความลับนี้แน่" นลินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองหน้าชายหนุ่ม สัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา อุดมการณ์ที่เคยขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงบัดนี้ถูกบีบให้หลอมรวมเป็นเป้าหมายเดียว คือการเอาชีวิตรอดและรักษาความจริงนี้ไว้ ทว่า ก่อนที่ใครจะได้ขยับตัว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินเบื้องบน—มันไม่ใช่เสียงของสัตว์ร้าย แต่เป็นเสียงคอมแบทบูทที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี และพวกมันไม่ได้มากันแค่สองคน รวินท์ดึงแม็กกาซีนปืนออกมาเช็กความพร้อมด้วยความรวดเร็ว ดวงตาของเขาหรี่ลงอย่างอันตราย "ดูเหมือนว่าจะมีคนคิดเหมือนเราเรื่องความโลภ... แต่พวกเขามาเร็วกว่าที่เราคิดนะ ดร.นลิน" ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางขุดค้นความจริงอันดำมืดนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราวุธแห่งความเงียบกับนักแปลรหัสอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%