กลิ่นดินชื้นและคาวเลือดจางๆ ลอยอวลอยู่ในความมืดทึบของพงไพร รวินท์ใช้มีดพกสนามเล่มคมกริบเฉือนชายเสื้อผ้าเนื้อหยาบของตัวเองออกเป็นแถบยาว ก่อนจะบรรจงกดมันลงบนบาดฉกรรจ์บริเวณต้นแขนของดร.นลิน เสียงสูดปากด้วยความเจ็บปวดดังลอดไรฟันของหญิงสาวออกมาเบาๆ ท่ามกลางเสียงหรีดหริ่งเรไรที่กรีดกรายราวกับเสียงกระซิบจากยมโลก
“อดทนหน่อยนะครับ หมอ” น้ำเสียงของรวินท์ราบเรียบ เย็นชา แต่แฝงไปด้วยความระมัดระวังสูงสุดในทุกสัมผัส ปลายนิ้วที่เคยจับแต่ปืนและประแจงัดซากโบราณวัตถุลั่น ตอนนี้กลับต้องทำหน้าที่พยาบาลจำเป็นท่ามกลางการหลบหนีที่ไร้ซึ่งทางออก
นลินกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นที่มัวหมองด้วยหยาดเหงื่อและคราบโคลนจ้องมองใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม นิ่งงันในความมืดที่ส่องประกายเรืองรองจากแสงจันทร์รำไรที่ลอดผ่านเรือนยอดไม้ “คุณไม่จำเป็นต้องเสียเวลาทำแผลให้ฉันขนาดนี้หรอก รวินท์... ถ้าพวกมันตามรอยเลือดมา เราจะตายกันหมดทั้งคู่”
รวินท์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง เธอ เขายังคงมุ่งมั่นกับการพันผ้าพันแผลชั่วคราวให้แน่นหนาพอที่จะหยุดเลือด แต่แรงกดที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยสะท้อนความหงุดหงิดที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากความนิ่งสงบ
“ถ้าผมอยากทิ้งคุณ ผมคงปล่อยให้คุณโดนกระสุนนัดนั้นตั้งแต่ที่ซากวิหารถล่มแล้วล่ะครับ ดร.นลิน” รวินท์เอ่ยเสียงต่ำ ปรายตาคมกริบมองสบตาเธอนิ่ง “แต่ที่ผมต้องลากสังขารคุณมาไกลขนาดนี้ ก็เพราะสมองในหัวคุณยังมีความหมายต่อความอยู่รอดของผม... และความจริงที่คุณดึงดันอยากจะเปิดโปงนักหนา”
บทสนทนาเชือดเฉือนที่คุ้นเคยกลับมาทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังความอ่อนล้าของทั้งคู่ บาดแผลทางกายของนลินเกิดจากกระสุนปืนของกลุ่มนายทุนเถื่อนที่ต้องการกวาดล้างพยานปากเอก ส่วนบาดแผลในใจของรวินท์... มันฝังลึกและเก่าแก่กว่านั้นมาก เป็นรอยแผลที่ถูกกรีดซ้ำทุกครั้งที่เขาต้องยืนมองคนรอบตัวสังเวยชีวิตให้กับความโลภของมนุษย์ในหลุมขุดค้น
ป่าลึกยามค่ำคืนไม่ได้เงียบสงบอย่างที่ควรจะเป็น เสียงกิ่งไม้หักดังแกรกกราดมาจากระยะไกล ราวๆ สามร้อยเมตร สัญชาตญาณดิบของนักแกะรอยตื่นตัวทันที รวินท์ดึงตัวนลินให้หลบเข้าไปหลังรากไม้พยุงยักษ์ ลมหายใจของทั้งคู่ผสานเข้ากับไอหมอกยามดึก
“พวกมันตามมาเร็วกว่าที่คิด” รวินท์กระซิบชิดใบหูของเธอ ไออุ่นจากลมหายใจของเขาปะเดปะต่อความตึงเครียดให้สูงขึ้นไปอีกขั้น มือข้างหนึ่งยกปืนพกขึ้นปลดเซฟอย่างเงียบเชียบ ขณะที่มืออีกข้างกดไหล่บางของนลินให้แนบติดกับเปลือกไม้
นลินหลับตาลงชั่วพริบตา ความเจ็บปวดจากบาดแผลที่ต้นแขนเตือนสติเธอว่าโลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์และความงามของประวัติศาสตร์ดังเช่นในตำราเรียน เธอกระซิบตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย แต่ยังคงความแข็งกร้าวไว้ในที
“คุณรังเกียจฉันมากใช่ไหมล่ะ... ที่ความยึดมั่นถือมั่นทางจริยธรรมงี่เง่าของฉัน พาเรามาติดอยู่ในนรกขุมนี้”
รวินท์ชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าซีดเซียวของหญิงสาวในความมืด เขารู้ดีว่าเธอไม่ได้งี่เง่า เธอกล้าหาญ และนั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุดในสายอาชีพนี้ ความบริสุทธิ์ทางความคิดของเธอกำลังท้าทายโลกสีเทาที่เขาคุ้นเคย
“ผมไม่ได้รังเกียจคุณหรอครับ หมอ” รวินท์ตอบเสียงแผ่วเบาจนแทบกลืนไปกับสายลม “แต่ผมเกลียดความจริง... ความจริงที่มักจะมีราคาแพงลิ่ว และราคาในงวดนี้... มันดันต้องจ่ายด้วยเลือดของคุณ”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ระหว่างพวกเขามีเพียงระยะห่างไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นอายเฉพาะตัวของทั้งสองคน—กลิ่นดินปืนและคราบเลือดปะปนกับกลิ่นจางๆ ของดอกไม้ป่า—สร้างแรงดึงดูดประหลาดที่อยู่นอกเหนือจากเหตุผลทางวิชาชีพหรือการเอาชีวิตรอด นลินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของนักภาษาศาสตร์ผู้ยึดมั่นในตัวอักษร บัดนี้สะท้อนเงาความเปราะบางที่หาดูได้ยาก
ทว่า ก่อนที่บทสนทนาเชิงจิตวิทยาจะได้ดำดิ่งลึกซึ้งไปมากกว่านั้น ปลายกระบอกไฟฉายวับแวมก็สาดส่องผ่านพุ่มไม้ห่างออกไปไม่ถึงยี่สิบเมตร เสียงฝีเท้าหนักหน่วงเหยียบย่ำใบไม้แห้งใกล้เข้ามาทุกที
รวินท์ขยับตัวเตรียมพร้อมสำหรับการปะทะ แต่ในจังหวะที่นิ้วชี้กำลังจะเหนี่ยวไกเพื่อสร้างสถานการณ์เบี่ยงเบนความสนใจ นลินกลับคว้าข้อแขนของเขาไว้แน่น ปลายเล็บจิกผ่านเนื้อผ้าจนรวินท์รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวด
เธอก้มลงมองสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ใต้รากไม้พยุงยักษ์บริเวณที่พวกเขานั่งพักพิงเมื่อครู่ แรงขุดคุ้ยของดินชื้นจากสะเก็ดระเบิดเมื่อครู่เปิดเผยวัตถุบางอย่างที่ฝังอยู่ใต้ดินลึก มันไม่ใช่รากไม้ และไม่ใช่ซากฟอสซิลตามธรรมชาติ
ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาของนลินเอื้อมไปปัดเศษดินโคลนออกจากวัตถุนั้น แสงจันทร์ที่ลอดผ่านใบไม้ตกกระทบลงบนผิวโลหะสีดำสนิทที่มีลวดลายสลักเสลาอันเป็นเอกลักษณ์—แผ่นศิลาจารึกโลหะผสมสำริดและเหล็กกล้าโบราณที่หายสาบสูญจากหน้าประวัติศาสตร์ร่วมพันปี และที่สำคัญที่สุด... บนผิวโลหะนั้น มีรอยประทับตราสัญลักษณ์รูป 'ดวงตาที่สาม' ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เดียวกับองค์กรลับที่อยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมครอบครัวของรวินท์เมื่อสิบปี่ปีก่อน!
รวินท์เบิกกว้างขึ้นอย่างคาดไม่ถึง ลมหายใจของเขาติดขัดในลำคอทันทีที่เห็นตราประนั้น
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางขุดค้นความจริงอันดำมืดนี้ไปด้วยกันนะครับ
ศัสตราวุธแห่งความเงียบกับนักแปลรหัสอดีต•ตอนที่ 26
บาดแผลและการเยียวยา
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราวุธแห่งความเงียบกับนักแปลรหัสอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!