กลิ่นอับของหมึกพิมพ์เก่าบนกระดาษไขแผ่นบางคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นกาแฟดำรสขมที่เย็นชืดมาได้พักใหญ่แล้ว บนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ในห้องทำงานรกทึบ แผนที่เดินเรือลายเส้นหมึกซึมสีน้ำตาลเข้มถูกกางแผ่ทับด้วยทับกระดาษทองเหลืองเนื้อตัน รวินท์ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้คลึงขมับเบาๆ ความเหนื่อยล้าจากการถอดรหัสศิลาจารึกเมื่อคืนวานยังคงทิ้งร่องรอยไว้ที่ความตึงเครียดบริเวณต้นคอ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเขาในยามนี้ไม่ใช่ตัวอักษรโบราณอีกต่อไป หากแต่เป็นจุดหมึกสีแดงวงเล็กๆ ที่ถูกปักหมุดไว้กลางความว่างเปล่าของผืนทะเลอันดามัน
"คุณแน่ใจหรือครับว่าแหล่งข่าวของคาร์ลไว้ใจได้"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ รวินท์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนาที่ยืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่างกระจกสีชา ฝุ่นละอองในห้องลอยวนตัดกับแสงไฟนีออนสลัว ดร.นลินหันกลับมามองเขา แววตาหลังกรอบแว่นโลหะบางเฉียบคู่นั้นฉายแววครุ่นคิดและระแวดระวังอย่างเห็นได้ชัด
"ถ้าหมายถึงความน่าเชื่อถือในแง่ของศีลธรรม คาร์ลคงสอบตกตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้าสู่ตลาดมืดโบราณวัตถุแล้วครับ ดร.นลิน" รวินท์ตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสสีเข้มช้อนขึ้นสบตาอีกฝ่าย "แต่ถ้าหมายถึงผลประโยชน์และความถูกต้องของพิกัด... คาร์ลไม่เคยพลาด เพราะมันหมายถึงชีวิตของเขาเองถ้าหากข้อมูลเป็นเท็จ"
นลินเดินเข้ามาช้าๆ ฝีเท้าของเยื้องกรายบนพรมหนานุ่มแทบไม่มีเสียง เธอหยุดยืนที่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ ก้มลงมองพิกัดบนแผนที่ด้วยสายตานักวิชาการที่กำลังประเมินความเสี่ยง เกาะร้างที่ไร้ชื่อในแผนที่ทางการเดินเรือ แต่อัดแน่นไปด้วยบันทึกการหายสาบสูญของเรือสินค้าโบราณเมื่อหลายร้อยปีก่อน
"เกาะปะการังวงแหวน... หรือที่ชาวเรือท้องถิ่นเรียกกันลับๆ ว่า 'เกาะกรงขังเงียบ'" นลินทวนชื่อที่ปรากฏในบันทึกโบราณ น้ำเสียงของเธอเจือความกังวลอย่างปิดไม่มิด "สถานที่แบบนั้นไม่มีใครไปสำรวจอย่างเป็นทางการหรอกครับ คุณก็รู้ กระแสน้ำวนรอบเกาะและแนวปะการังคมกริบสามารถฉีกท้องเรือเหล็กให้ขาดเป็นสองท่อนได้สบายๆ"
"นั่นแหละคือเหตุผลว่าทำไมมันถึงยังหลงเหลือ 'ความลับ' ให้เราไปขุดคุ้ย" รวินท์ผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนขยับเข้าประชิดโต๊ะเล็กน้อยเพื่อลดระยะห่างทางพื้นที่ "คุณอยากได้บันทึกต้นฉบับของราชสำนักโบราณเพื่อเอาไปเติมเต็มหน้าประวัติศาสตร์ที่ขาดหายไม่ใช่หรือครับ? หรือว่าความกลัวมันเริ่มเอาชนะอุดมการณ์ที่คุณพร่ำพูดถึงเมื่อวานซืนเสียแล้ว"
คำพูดเจือการดูแคลนเล็กน้อยนั้นไม่ได้ทำให้นลินโกรธ เธอยังคงรักษาสีหน้าสุขุมไว้ได้ ทว่าสันกรามที่ขบเข้าหากันเล็กน้อยพฟ้องถึงคลื่นอารมณ์ภายใน
"ผมไม่ได้กลัวความตาย รวินท์... ผมแค่กลัวว่าความจริงที่เราดึงขึ้นมาจากก้นทะเล จะถูกนำไปเปลี่ยนเป็นตัวเลขในบัญชีธนาคารสวิสของคุณมากกว่า" นลินตอบโต้ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึก สายตาคมกริบมองตรงเข้ามาในดวงตาของเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว "จำเรื่องที่คุณพ่อของคุณสูญหายไปในหุบเขาซินเจียงไม่ได้หรือครับ? ความโลภในวัตถุโบราณไม่เคยปรานีใคร แม้แต่สายเลือดเดียวกัน"
บรรยากาศในห้องราวกับถูกแช่แข็ง ชั่ววินาทีนั้นความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดินดังชัดเจน รวินท์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบหรี่ลงเมื่อถูกจี้เข้าตรงปมในอดีตที่เขาพยายามฝังกลบไว้ลึกที่สุด ความตึงเครียดพุ่งสูงขึ้นจนเกือบจะสัมผัสได้ ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะอีกก้าว ใบหน้าห่างกันเพียงไม่กี่คืบ จนสามารถรับรู้ถึงไออุ่นและกลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของนักภาษาศาสตร์สาว
"อย่าเอาเรื่องของพ่อผมมาพูดเล่น" รวินท์กดเสียงต่ำ แววตาแข็งกร้าวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "ความตายของท่านสอนให้ผมรู้ว่า โบราณวัตถุพวกนั้นไม่เคยมีความรู้สึก แต่มันมี 'ราคา' พอที่จะซื้อความอยู่รอด... ในโลกใบนี้ มีเพียงความจริงกับเงินสดเท่านั้นที่เชื่อใจได้ ดร.นลิน"
นลินไม่ถอยหนี เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาที่ซ่อนรอยแผลเป็นทางจิตวิญญาณนั้น มือเรียวบางเอื้อมไปแตะที่มุมแผนที่บริเวณเกาะเป้าหมายเบาๆ ราวกับจะท้าทาย
"ถ้าอย่างนั้นก็พิสูจน์ให้ผมเห็นสิครับ ว่าคุณคือนักล่าสมบัติผู้เย็นชาจริง... ไม่ใช่แค่เด็กผู้ชายที่วิ่งหนีความจริงในอดีต" นลินท้าทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "เราจะไปเกาะนั้น... แต่เงื่อนไขคือ ทุกสิ่งที่ค้นพบต้องได้รับการบันทึกทางประวัติศาสตร์อย่างถูกต้อง ห้ามทำลาย หรือซื้อขายเด็ดขาด"
รวินท์จ้องมองรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของอีกฝ่าย ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นริ้วขึ้นในอก มันคือความหงุดหงิดปนเปไปกับความเร้าใจอย่างประหลาด ผู้หญิงคนนี้มักจะหาทางดึงเขาลงมาสู่สมรภูมิทางศีลธรรมทุกครั้งที่มีโอกาส และที่น่าหงุดหงิดที่สุดคือ เขามักจะปฏิเสธเธอไม่เคยลง
มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่เต็มไปด้วยความท้าทาย
"ตกลงตามนั้นครับ ดร.นลิน เตรียมตัวเก็บกระเป๋าให้พร้อม เรือของเราจะออกเดินทางตอนเที่ยงคืนนี้" รวินท์ผละถอยหลัง หยิบซองเอกสารกันน้ำขึ้นมาโยนลงบนโต๊ะตรงหน้าเธอ "และหวังว่าคุณจะไม่เป็นภาระเวลาที่กระสุนมันเริ่มปลิวว่อนนะ"
นลินคว้าซองเอกสารขึ้นมาเปิดดู ข้างในไม่ใช่แค่เอกสารการเดินทาง แต่มีปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติขนาด 9 มม. พร้อมซองกระสุนสำรองแนบมาด้วยหนึ่งชุด เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาตำหนิ
"คุณคิดว่าเรากำลังไปออกค่ายอาสาสมัครหรือไง ถึงต้องพกนี่ไปด้วย?" นลินถามเสียงเรียบ พลางหยิบปืนขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ด้วยความคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
"ผมคิดว่าเรากำลังเดินเข้าสู่หลุมศพกลางทะเลต่างหากครับ" รวินท์ตอบสั้นๆ ก่อนจะหันหลังเดินไปหยิบเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำพาดบ่า "เตรียมตัวให้ดี ความลับของอารยธรรมที่สูญหาย... มันไม่เคยยอมให้ใครไปขุดคุ้ยโดยไม่มีการแลกเปลี่ยน"
เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเดินออกไปจากห้องทำงาน ทิ้งให้นลินยืนอยู่ลำพังท่ามกลางแสงไฟสลัว เธอมองปืนในมือสลับกับพิกัดบนแผนที่ ก่อนจะตัดสินใจปลดเซฟอาวุธด้วยความคล่องแคล่ว เสียงคลิกเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ บ่งบอกว่าเธอนั้นพร้อมสำหรับการเดิมพันครั้งนี้ไม่แพ้กัน
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ประตูห้องจะถูกผลักเปิดออกโดยผู้ช่วยหนุ่มของนลิน สีหน้าของอีกฝ่ายซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด หอบหายใจราวกับวิ่งหนีตายมาไกล
"อาจารย์ครับ! แย่แล้วครับ..." ผู้ช่วยหนุ่มละล่ำละลักพูดพลางพิงกรอบประตู "ทีมสำรวจอีกกลุ่ม... ทีมของศาสตราจารย์มาร์ค... ขาดการติดต่อจากเกาะนั้นไปเมื่อสองชั่วโมงก่อนแล้วครับ! และ... และมีรายงานว่าหน่วยลาดตระเวนทางทะเลของใครบางคนกำลังมุ่งหน้าไปที่นั่นตัดหน้าเราแล้ว!"
รวินท์ที่เพิ่งเดินพ้นประตูห้องชะงักเท้ากะทันหัน เขากลับหันขวับมามองผู้ช่วยหนุ่ม ขณะที่นลินก้าวพรวดพราดเข้ามาสมทบที่หน้าประตูลมหายใจสะดุดกึก
หน้าจอแท็บเล็ตในมือผู้ช่วยหนุ่มสั่นเตือนรัวๆ ภาพถ่ายดาวเทียมอัปเดตล่าสุดปรากฏจุดแสงไฟสีแดงสามดวงกำลังล้อมกรอบเกาะร้างกลางทะเลแห่งนั้นไว้ทั้งหมดแล้ว... และไม่มีทีท่าว่าเป็นทีมงานวิชาการของมหาวิทยาลัยแม้แต่น้อย
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดและค้นหาความจริงไปกับตัวละครของเรา แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
ศัสตราวุธแห่งความเงียบกับนักแปลรหัสอดีต•ตอนที่ 14
ก้าวสู่ปริศนาบทที่สอง
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราวุธแห่งความเงียบกับนักแปลรหัสอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!