"ถ้าคุณยังหมุนแหวนวงนั้นด้วยนิ้วก้อยซ้ายทุกครั้งเวลาที่สมองกำลังประมวลผลทางภาษาศาสตร์... อีกไม่นานรอยแผลเป็นตรงโคนนิ้วของคุณจะฉีกขาดอีกรอบนะครับ ดร.นลิน"
เสียงทุ้มต่ำของรวินท์ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องพักชั่วคราวของแคมป์ขุดค้น อากาศยามวิกาลอบอ้าวด้วยไอความร้อนจากทะเลทรายที่แผดเผามาตลอดทั้งวัน แต่กลิ่นอายในห้องกลับเย็นเยียบด้วยความตึงเครียด แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันพارส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกของรวินท์ เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจาง ๆ ที่หางตาขวา—ร่องรอยจากเหตุการณ์ถล่มเมื่อสามปีก่อนที่พรากครอบครัวและเพื่อนร่วมทีมของเขาไปจนหมดสิ้น
ดร.นลิน ชะงักปลายนิ้วที่กำลังหมุนแหวนทองเหลืองโบราณสลักอักษรคูนิฟอร์มบนนิ้วก้อยซ้ายจริง ๆ ตามคำทักทาย เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที แต่เลือกที่จะก้มลงมองกระดาษสาโบราณที่เต็มไปด้วยรหัสลับตรงหน้า ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นทรงเหลี่ยมฉายแววครุ่นคิด ก่อนจะเงยขึ้นสบตาชายหนุ่มตรงข้ามอย่างไม่เกรงกลัว
"คุณนี่ช่างสังเกตในเรื่องที่ไม่จำเป็นเสียจริงนะคะ... เอ่อ หมายถึง... นะครับ" นลินเกือบหลุดสำพูดคุ้นชินออกมา แต่ระงับไว้ทันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าคู่สนทนาเป็นผู้ชายมาดขรึมที่ถือสาเรื่องความถูกต้องแม่นยำทุกกระเบียดนิ้ว
รวินท์มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย—ไม่ใช่รอยยิ้ม แต่เป็นรอยหยันที่สะท้อนความเหนื่อยล้า "ผมเป็นพวกชอบสังเกตรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ครับ เพราะในหลุมขุดค้น รายละเอียดเล็ก ๆ แค่เส้นผมเส้นเดียว หรือรอยขูดข่วนบนผนังศิลา... มันหมายถึงเส้นแบ่งระหว่างความเป็นกับความตาย"
"แต่บางครั้ง การจ้องมองแต่รายละเอียดเล็ก ๆ จนเกินไป ก็ทำให้คุณมองไม่เห็นภาพรวมที่ยิ่งใหญ่กว่า" นลินโต้กลับทันควัน น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่เฉียบคมดั่งใบมีดอาบน้ำผึ้ง "โบราณวัตถุชิ้นนี้ หรือแม้แต่ศัสตราวุธที่คุณพยายามตามหา... มันไม่ใช่แค่เหล็กกล้าที่เอาไว้ฆ่าคนเพื่อแลกกับเงินค่าจ้างก้อนโตจากนายทุน แต่มันคือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายของอารยธรรมที่สูญหาย ถ้าคุณทำลายมันเพื่อความสะใจหรือเพื่อล้างแค้น ความหมายของประวัติศาสตร์ก็จะตายไปพร้อมกับคุณ"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที เสียงลมทะเลทรายที่พัดหวีดหวิวอยู่ภายนอกหน้าต่างบานเกล็ดไม้เก่า ๆ ยิ่งขับเน้นให้ช่องว่างทางความคิดระหว่างคนทั้งสองเด่นชัดขึ้น
รวินท์ไม่ตอบในทันที เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อแจ็คเก็ตสนามเซอร์ๆ ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานไม้ตัวเก่าที่นลินนั่งอยู่ กลิ่นอายความเป็นอันตรายและสัญชาตญาณของนักล่าแผ่ซ่านออกมาจนนลินต้องเผลอกลั้นหายใจ ชายหนุ่มโน้มตัวลงใช้มือค้ำขอบโต๊ะ ใบหน้าอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ ดวงตาสสีเข้มคู่นั้นจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการค้นหาว่าเบื้องหลังสมองอันปราดเปรื่องของนักวิชาการสาวคนนี้ มีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่
"คุณไม่เข้าใจหรอก ดร.นลิน" รวินท์กระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับกรอบหน้าของหญิงสาว "โลกที่คุณรู้จัก... โลกในตำราเรียน มหาวิทยาลัย และห้องสมุดแอร์เย็นฉ่ำ มันไม่มีอยู่จริงตั้งแต่ที่คุณก้าวเท้าลงมาเหยียบผืนทรายแห่งนี้แล้ว ประวัติศาสตร์ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นด้วยหมึก แต่มันถูกเขียนด้วยเลือด และคนที่ถือปากกาในอดีตก็คือพวกฆาตกร"
นลินไม่หลบตา เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ความใกล้ชิดระดับนี้ทำให้เธอได้กลิ่นบุหรี่จาง ๆ ผสมกับกลิ่นดินและเหงื่อไคลจากการทำงานหนักบนพื้นที่ของรวินท์ มันไม่ใช่กลิ่นที่ชวนอภิรมย์นัก แต่มันกลับสร้างแรงดึงดูดประหลาด—แรงดึงดูดระหว่างขั้วตรงข้ามที่ต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่าอันตรายถึงชีวิต
"ถ้าประวัติศาสตร์ถูกเขียนด้วยเลือดจริง ๆ..." นลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย แต่ยังคงความหนักแน่น "หน้าที่ของเรา... ไม่ใช่การปล่อยให้เลือดสีเดิมมันไหลนองซ้ำซากหรอกหรือคะ... เอ่อ... นะครับ" เธอขัดใจตัวเองเล็กน้อยกับคำลงท้ายที่ต้องฝืนใช้ แต่นั่นก็ทำให้รวินท์หลุดเสียงหัวเราะในลำคอออกมาเบา ๆ เป็นครั้งแรก
เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความเยาะเย้ย ทำให้หัวใจของนักวิชาการสาวกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ
"คุณนี่มันดื้อรั้นเป็นบ้าเลยนะครับ" รวินท์ผละตัวออกไปช้า ๆ ทิ้งระยะห่างที่ปลอดภัยกลับคืนมา เขาหยิบกระติกน้ำโลหะขึ้นมาเปิดดื่มอึกใหญ่ ก่อนจะวางมันลงกระแทกโต๊ะเสียงดัง "เอาล่ะ ในเมื่อเราต่างฝ่ายต่างไม่ยอมถอย และคำสั่งเบื้องเบื้องบนก็บังคับให้เราต้องร่วมหัวจมท้ายกันจนกว่าจะถอดรหัสผ่านประตูห้องโถงชั้นใต้ดินนั้นได้... ผมมีข้อเสนอ"
นลินขมวดคิ้วเล็กน้อย ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นนักวิชาการผู้รอบคอบ "ข้อเสนออะไรของคุณอีกละครับ?"
"คืนนี้ ตอนตีสอง" รวินท์หันมามองเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่แววตาของการดูถูกเหยียดหยามแบบวันแรกที่พบกัน แต่เป็นสายตาของการยอมรับในฐานะ "มืออาชีพ" ที่เท่าเทียม "หน่วยลาดตระเวนของพวกกลุ่มนายทุนเงาจะเปลี่ยนกะในช่วงเวลานั้น ระบบรักษาความปลอดภัยรอบ ๆ ซากวิหารโบราณจะถูกตัดกระแสไฟฟ้าเป็นเวลาสามนาที... ถ้าคุณกล้าพอและมั่นใจว่าสมองของคุณเจ๋งจริง เราจะเข้าไปในห้องโถงชั้นในด้วยกัน เพื่อพิสูจน์ว่าศัสตราวุธที่คุณปกป้องนักหนามันคืออะไรกันแน่ และเงินที่ผมตามหาก็ซ่อนอยู่ที่ไหน"
นลินนิ่งงัน สมองของเธอประมวลผลความเสี่ยงอย่างรวดเร็ว การลักลอบเข้าไปในพื้นที่หวงห้ามกลางดึกโดยไม่มีกำลังคุ้มกัน ถือเป็นความบ้าบิ่นระดับสูงสุด แต่นั่นก็คือโอกาสเดียวที่เธอจะได้เห็นจารึกต้นฉบับก่อนที่พวกมันจะถูกขนย้ายหรือทำลายทิ้งเพื่อปิดปาก
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติ เธอมองหน้าชายหนุ่มผู้มีอุดมการณ์ขัดแย้งสุดขั้ว แต่กลับเป็นคนเดียวในสถานที่อัปมงคลแห่งนี้ที่เธอสามารถ "ไว้วางใจ" ได้มากที่สุดในยามวิกฤต
"ตีสองตรง... ห้ามสายแม้แต่วินาทีเดียวนะครับ รวินท์" นลินตอบรับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ถอดแบบความท้าทายมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน
รวินท์พยักหน้ารับช้า ๆ เป็นเชิงตกลง บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนผ่านจากความระแวงแคลงใจ กลายเป็นความเงียบสงบก่อนพายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ—ความเงียบที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและอันตรายที่รออยู่เบื้องหน้า
ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังเตรียมตัวสำหรับปฏิบัติการลับยามวิกาลนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝ่าพื้นทรายหนาหนักก็ดังขึ้นหยุดกựดอยู่ที่หน้าประตูห้องพักชั่วคราวอย่างกะทันหัน
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง เป็นจังหวะที่ไม่มีอยู่ในรหัสลับของทีมขบวนการขุดค้น และที่สำคัญที่สุด... รอบแคมป์นี้ไม่มีใครอื่นนอกจากพวกเขาสองคนและหน่วยรบรับจ้างที่ควรจะอยู่เวรอีกฝั่งของค่าย
รวินท์ส่งสัญญาณมือห้ามนลินขยับเขยื้อn มือหนาเอื้อมไปหยิบปืนพกสั้นเก็บเสียงใต้หมอนขึ้นมาปลดเซฟอย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่บานประตูกลอนไม้ที่กำลังสั่นไหวช้า ๆ จากแรงดันภายนอก
ก่อนที่มือปริศนาจากด้านนอกจะผลักบานประตูเปิดออก พร้อมกับกระดาษโน้ตเปื้อนเลือดแผ่นหนึ่งที่สอดร่วงลอดช่องใต้ประตูเข้ามา...
บนแผ่นกระดาษนั้น มีรอยเลือดเขียนด้วยลายมือหวัด ๆ เป็นตัวเลขพิกัดสุดท้ายที่พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อน... และมันคือพิกัดของห้องใต้ดินที่ควรจะถูกปิดตายมานานนับพันปี
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดและค้นหาความจริงไปกับตัวละครของเรา แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
ศัสตราวุธแห่งความเงียบกับนักแปลรหัสอดีต•ตอนที่ 15
จุดพักก่อนพายุ
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราวุธแห่งความเงียบกับนักแปลรหัสอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!