ศัสตราวุธแห่งความเงียบกับนักแปลรหัสอดีต•ตอนที่ 5

แผนที่ที่เขียนด้วยเลือด

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
กลิ่นคาวสนิมของโลหะผสมกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณ คลุ้งอยู่ในห้องใต้ดินขนาดเล็กที่มีเพียงแสงไฟจากตะเกียงน้ำมันส่องสว่าง โต๊ะไม้สักตัวเก่าเต็มไปด้วยคราบหมึกและรอยขีดข่วนจากการทำงานข้ามวันข้ามคืน นิ้วเรียวยาวของ ดร.นลิน กำปากรงขนนกแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ดวงตาหลังกรอบแว่นจ้องมองแผ่นหนังปะการังเทียมที่อาบด้วยน้ำยาเคมีบางอย่าง บนนั้นมีรอยหมึกสีแดงคล้ำที่แห้งกรังมานานนับศตวรรษ มันไม่ใช่หมึกธรรมดา... แต่มันคือเลือดที่ผสมยางไม้โบราณเพื่อรักษาตัวอักษรไม่ให้เลือนหายตามกาลเวลา "คุณกำลังเล่นกับไฟ, ดร.นลิน" เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง รวินท์ยืนพิงกำแพงอิฐมอญ กอดอกมองหญิงสาวด้วยแว่นตากันแดดสีชาที่ถอดไม่ออก แม้ในที่แสงน้อยเช่นนี้ ปืนพกกระบอกโตที่เหน็บอยู่ข้างเอวใต้แจ็คเก็ตหนังสีเข้มสะท้อนแสงไฟวับวับ เป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่า โลกที่เขากับเธอยืนอยู่นั้นไม่ได้มีเพียงแค่ตัวอักษรบนหน้ากระดาษ แต่มันแลกมาด้วยลมหายใจ นลินไม่เงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา เธอยังคงใช้แว่นขยายส่องลายเส้นอักษรลิ่มผสมอักษรภาพลึกลับที่เธอเพิ่งถอดรหัสเสร็จไปเมื่อครึ่งนาทีที่แล้ว "ไฟมักจะให้ความอบอุ่นแก่ผู้ที่รู้ว่าจะควบคุมมันอย่างไรครับ... หรือในกรณีของคุณ รวินท์ คุณกลัวว่าแสงสว่างจะเผาทำลายความมืดที่คุณใช้หากินอยู่กันแน่" นลินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ แต่แฝงความคมคายที่เชือดเฉือนความรู้สึกได้อย่างแนบเนียน รวินท์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยประสบการณ์อันโชกโชน เขาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน กลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายของดินโคลนจากป่าลึกติดตัวเขามาด้วย รวินท์โน้มตัวลงใช้มือค้ำขอบโต๊ะ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวหญิงสาว ระยะห่างที่ใกล้เกินความจำเป็นทำให้บรรยากาศในห้องแคบลงถนัดตา "ความรู้ของคุณกำลังจะพาคนนับสิบไปตาย, ดร.นลิน" รวินท์กระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบภายใต้เลนส์สีชาจ้องทะลุเข้าไปในดวงตาของเธอ "วิหารแห่งความเงียบ... ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่ามันไม่อยากให้ใครไปรบกวน สิ่งที่ถูกฝังไว้ที่นั่นไม่ใช่สมบัติของพิพิธภัณฑ์ มันคืออาวุธที่สามารถล้างบางอารยธรรมได้ในพริบตาเดียว และพวกนายทุนที่คุณปฏิเสธไม่ได้กำลังรอจังหวะนี้อยู่" นลินเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ความใกล้ชิดนี้จะทำให้เธอได้ยินเสียงลมหายใจของชายหนุ่มอย่างชัดเจน แต่สติปัญญาและความเชื่อมั่นในอุดมการณ์ของเธอกลับแข็งแกร่งยิ่งกว่า "แล้วคุณคิดว่าฉันทำไปเพื่อชื่อเสียงหรือเงินทองงั้นหรือครับ?" นลินทวนคำ น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยา "ประวัติศาสตร์ไม่ได้มีไว้เพื่อถูกซ่อนไว้ในความมืดเพื่อผลประโยชน์ของใครบางคน ความจริงต่างหากคือกุญแจดอกเดียวที่จะทำให้มนุษยชาติเรียนรู้... ไม่ใช่การวิ่งหนีอดีตแบบที่คุณทำอยู่ รวินท์" คำพูดนั้นสะท้อนลึกเข้าไปในความทรงจำสีเทาของรวินท์ ภาพเหตุการณ์ในหลุมขุดค้นเมื่อหลายปีก่อนที่พรากครอบครัวและทีมงานของเขาไปในพริบตาผุดขึ้นมาในหัว รวินท์ขากรรไกรกระตุก ดวงตาใต้แว่นชาไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนที่กำแพงความเย็นชาจะถูกสร้างขึ้นมาปิดกั้นไว้อย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว สีหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับคมปลาบ "ความจริงกินไม่ได้, ดร.นลิน... และศพก็มักจะพูดไม่ได้ด้วย" เขากล่าวเสียงเยียบเย็น ก่อนจะก้มลงมองแผนที่บนโต๊ะที่ถูกถอดรหัสสำเร็จ ภายใต้แสงไฟตะเกียง เส้นสายและสัญลักษณ์ที่นลินเพิ่งเรียบเรียงขึ้นไม่ได้บอกแค่พิกัดทางภูมิศาสตร์ของป่าลึกทางตอนเหนือ แต่มันคือแผนผังของกลไกมรณะที่ปกป้องทางเข้า "วิหารแห่งความเงียบ" รอยขีดเขียนด้วยเลือดนั้นชี้ชัดไปยังหุบเขาลับที่ไร้ซึ่งสัญญาณโทรศัพท์และทางหลวงใดๆ ในแผนที่ปัจจุบัน "พิกัด 19° 42' N, 98° 15' E..." รวินท์พึมพำเบาๆ ชื่อสถานที่ในอดีตผุดขึ้นมาในหัว "หุบเขาผาเงียบงัน... ที่นั่นไม่มีแม้แต่สัตว์ป่ากล้าเฉียดเข้าไปใกล้" "เพราะมันไม่ใช่ธรรมชาติที่สร้างขึ้น" นลินกล่าวเสริม น้ำเสียงของเธอจริงจังขึ้นขณะที่เธอวางปากกาลง "บันทึกของนักบวชโบราณระบุไว้ชัดเจนว่า วิหารแห่งนั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อปิดผนึก 'บางสิ่ง' ที่มนุษย์ไม่ควรแตะต้อง และกุญแจที่จะเปิดประตูบานนั้น... อยู่ในมือของพวกเราแล้ว" บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงเปลวไฟจากตะเกียงที่ปะทุเบาๆ ทั้งสองคนต่างยืนนิ่ง จมอยู่กับความคิดของตนเอง ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ระหว่างนักวิชาการผู้บูชาความจริงกับนักแกะรอยผู้บูชาการเอาชีวิตรอด ถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างจำยอมด้วยพันธนาการแห่งเบาะแสชิ้นนี้ รวินท์เงยหน้าขึ้นมองนลิน แววตาของเขามีความรู้สึกที่ซับซ้อนฉายชัดขึ้น ทั้งความโกรธ ความกังวล และความดึงดูดใจอย่างประหลาดต่อความกล้าหาญที่โง่เขลาของหญิงสาวตรงหน้า "คุณนี่มันดื้อรั้นเป็นบ้าเลย, ดร.นลิน" รวินท์ถอนหายใจยาว เหยียดยิ้มมุมปากด้วยความยอมจำนน "เตรียมตัวเก็บกระเป๋าให้พร้อม... เราจะออกเดินทางกันก่อนรุ่งสาง เพราะดูเหมือนว่าจะมี 'แขกไม่速เชิญ' อีกกลุ่มหนึ่งที่ได้กลิ่นเลือดบนแผนที่นี้เหมือนกัน" นลินขมวดคิ้วเล็กน้อย "คุณหมายถึงใคร?" ยังไม่ทันที่รวินท์จะเอ่ยปากตอบ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ก็ดังขึ้นที่บันไดไม้ด้านนอกห้องใต้ดิน ตามด้วยเสียงโลหะกระทบกันของกระบอกปืนที่ถูกขึ้นลำอย่างเงียบเชียบ รวินท์พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของนลินแล้วดึงเธอหลบลงไปหมอบหลังโต๊ะทำงานไม้สักทันที พร้อมกับชักปืนพกออกจากซองอย่างไร้ซุ่มเสียง ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่ประตูไม้ผุพังที่กำลังถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับเงาดำสามร่างที่ทาบทับเข้ามาในความมืดมิด ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าความมืดและค้นหาความจริงไปกับตัวละครของเรา แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราวุธแห่งความเงียบกับนักแปลรหัสอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%