"คุณกำลังมองหาอะไรในตัวผมกันแน่ ดร.นลิน... เงาของคนที่คุณอยากช่วย หรือแค่เครื่องมือถอดรหัสศิลาจารึกนรกนั่น?"
น้ำเสียงของรวินท์ราบเรียบเย็นชาจนเกือบจะไร้อารมณ์ แต่แววตาที่สะท้อนแสงไฟฉายสีนวลในอุโมงค์ใต้ดินโบราณกลับคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมจะกรีดเฉือนทุกเกราะป้องกันทางจิตวิทยาที่หญิงสาวพยายามสร้างขึ้น
ดร.นลิน ชะงักมือที่กำลังใช้แปรงขัดคราบดินออกจากร่องสลักโบราณ เธอนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะเธออ่านความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนภายใต้หน้ากากความแข็งกระด้างนั้นออก
"ฉันไม่ได้มองหาเงาใคร และคุณไม่ใช่เครื่องมือ รวินท์" นลินตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ ปัดเศษฝุ่นออกจากเข่า ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดในระยะที่ความอึดอัดเริ่มทำงาน "ฉันแค่มองเห็นมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังแบกซากปรักหักพังไว้บนบ่า... เหมือนกับซากอารยธรรมที่เรากำลังขุดคุ้ยอยู่นี่แหละ"
คำพูดนั้นทำเอารวินท์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งผากและเต็มไปด้วยการเยาะเย้ยโชคชะตา เขาหันหลังให้เธอ เดินไปพิงผนังหินศิลาแลงอันเย็นเยียบของหลุมขุดค้นที่เคยพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากชีวิตของเขาเมื่อสิบปีก่อน
บรรยากาศภายในอุโมงค์อับชื้น มีเพียงเสียงหยดน้ำที่กระทบพื้นหินเป็นจังหวะราวกับนาฬิกาทรายที่กำลังนับถอยหลังความอดทนของพวกเขา
"คุณไม่เข้าใจอะไรเลย... นลิน" รวินท์เอ่ยชื่อเธอดิบๆ เป็นครั้งแรกโดยไม่มีคำนำหน้า "คุณรู้จักความตายจากตำรา จากพิพิธภัณฑ์ จากกระดูกชิ้นที่เหลือรอด แต่คุณไม่เคยรู้... ว่าการยืนมองคนที่คุณรักที่สุดถูกฝังกลบทั้งเป็นใต้กองดินสี่เมตรครึ่งมันรู้สึกอย่างไร"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ นลินสูดลมหายใจเข้าลึก ความแข็งกร้าวในแววตาของเธอสลายไปเหลือเพียงความเข้าใจอันลึกซึ้ง เธอก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด โดยไม่หวั่นเกรงต่อกำแพงที่เขาสร้างขึ้น
"เล่าให้ฉันฟังหน่อยสิครับ..." นลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอย่างประหลาด ราวกับนักจิตวิทยาที่กำลังโน้มน้าวผู้ป่วยให้ก้าวผ่านขอบเหว "บางที... การแบกมันไว้คนเดียว อาจจะหนักเกินกว่าที่คุณจะเดินต่อไปถึงปลายทางของความจริงได้นะ"
รวินท์หลับตาลง ภาพเหตุการณ์ในอดีตฉายชัดขึ้นมาในหัวสมองราวกับแผ่นฟิล์มที่ถูกกรอซ้ำ กลิ่นอับชื้นของดินโคลน กลิ่นคาวเลือด และเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือที่ค่อยๆ เงียบหายไปใต้แผ่นดินถล่ม... วันนั้น ฝนตกหนักพายุโหมกระหน่ำ ทีมสำรวจของพ่อและแม่ของเขารวมถึงน้องสาวคนเล็กติดอยู่ ภายในห้องโถงใต้ดินแห่งนี้ รวินท์ในวัยเด็กเป็นคนเดียวที่รอดชีวิต เพราะถูกผลักให้ออกมาเอาอุปกรณ์ด้านนอก แต่มันก็แลกมากับการที่เขาต้องยืนมองปากอุโมงค์พังถล่มทับร่างของพวกเขาทีละคน โดยที่เขาทำอะไรไม่ได้เลย
"มันไม่ใช่แค่ดินโคลน... นลิน" รวินท์ลืมตาขึ้น ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำแต่ไร้หยดน้ำตา ความแค้นและความรู้สึกผิดผสมปนเปกันจนกลายเป็นความด้านชา "แต่มันคือความโลภของคนที่จ้างพวกท่านมาขุดค้น มันคือสมบัติที่พวกเขาต้องการ ไม่ใช่ประวัติศาสตร์... พ่อกับแม่ผมตายเพราะปกป้องบันทึกพวกนั้น แต่องค์กรที่คุณสังกัดอยู่ ก็ไม่ต่างอะไรกับพวกมัน ที่เห็นคุณค่าของชีวิตคนเป็นแค่ตัวเลขในงบประมาณวิจัย!"
น้ำเสียงของเขาเจือความตัดพ้อและเกรี้ยวกราดอย่างถึงที่สุด แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเปราะบางที่ผู้ชายคนนี้ไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน นลินนิ่งอึ้ง เธอยืนสบตากับเขา รับรู้ได้ถึงแรงกระแทกทางจิตวิญญาณที่รุนแรง อุดมการณ์ที่เธอเคยยึดมั่นว่าความรู้วิชาการคือสิ่งบริสุทธิ์ เริ่มสั่นคลอนเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันเน่าเฟะเบื้องหลังวงการวิชาการที่รวินท์ต้องแลกมาด้วยเลือดเนื้อของครอบครัว
"ฉัน... เสียใจด้วยนะรวินท์" นลินเอ่ยแผ่วเบา เธอยื่นมือออกไปหวังจะแตะไหล่หนาที่กำลังสั่นเทาเล็กน้อย แต่วินาทีที่ปลายนิ้วของเธอเกือบจะสัมผัสโดน
กรึบ!
เสียงบางอย่างดังขึ้นแผ่วเบาจากความมืดลึกเข้าไปในอุโมงค์ สัญชาตญาณดิบของรวินท์ทำงานทันที มือหนาคว้าเอวของนลินแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างแรงจนเธอเซชนอกแผงอกของเขา ก่อนที่เขาจะชักปืนพกสั่นออกมาจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้มืออีกข้างปิดปากเธอไว้ไม่ให้ส่งเสียง
รวินท์หันปากกระบอกปืนเล็งไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า แสงไฟฉายจากหมวกนิรภัยสาดส่องฝ่าความมืดออกไป และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกักค้าง
บนแท่นบูชาหินโบราณที่ควรจะว่างเปล่า กลับมีวัตถุบางอย่างถูกวางทิ้งไว้สดๆ ร้อนๆ... มันคือ "สมุดบันทึกหนังแกะ" ปกสีดำสนิทที่มีสัญลักษณ์รูปดวงตาถูกกรีดทับด้วยรอยมีด และที่น่าสยดสยองที่สุดคือ บนหน้าปกนั้นยังมีหยดเลือดสดยังไม่แห้งสนิทหยดลงมาติ๋งๆ
และข้างๆ สมุดบันทึกฉบับนั้น มีวิทยุสื่อสารรุ่นเก่าเครื่องหนึ่งกำลังส่งเสียงซ่า... ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบจะดังลอดออกมาจากลำโพง
*"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ลูกชายผู้รอดชีวิต"</*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดและค้นหาความจริงไปกับตัวละครของเรา แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
ศัสตราวุธแห่งความเงียบกับนักแปลรหัสอดีต•ตอนที่ 9
รอยร้าวในใจ
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราวุธแห่งความเงียบกับนักแปลรหัสอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!