บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ•ตอนที่ 12

พิธีสะกดวิญญาณ

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
“อย่าเพิ่งขยับตัว!” เสียงกระซิบแหบพร่าของตาเฒ่าพานดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของพงไพรที่ดูเหมือนจะบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก ขุนพลหยุดชะงัก ร่างกายของเขาสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่พุ่งผ่านแนวกระดูกสันหลัง มันไม่ใช่สายลม แต่มันคือ ‘แรงกดดัน’ ที่ไร้ตัวตน ทว่าหนักอึ้งราวกับขุนเขา เบื้องหน้าของพวกเขา เงาสีดำสนิทที่ดูบิดเบี้ยวและไม่มีเค้าโครงของมนุษย์ กำลังเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าในเงามืดของพุ่มไม้ มันไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีกลิ่นสาบสาง แต่กลับส่งเสียงหวีดหวิวเบาๆ ในโสตประสาท ราวกับเสียงคนคร่ำครวญจากขุมนรก “มันตามรอยเรามาตั้งแต่หุบผาสุสาน” ขุนพลพึมพำ ดวงตาคมกริบดุจพยัคฆ์จ้องเขม็งไปในความมืด มือขวาของเขากุมด้ามมีดสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอวแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดร.รินรดาที่ยืนอยู่ด้านหลังสั่นสะท้าน เธอพยายามรักษาความเยือกเย็นตามสัญชาตญาณนักวิทยาศาสตร์ แต่หัวใจที่เต้นรัวจนแทบหลุดออกมาจากอกบอกเธอว่าสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า ‘ไม่มี’ กฎฟิสิกส์ใดรองรับ “มันไม่ใช่สัตว์ป่า ขุนพล... รัศมีของมันบิดเบือนแสงไฟฉาย” เธอพยายามเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้จะสังเกตเห็นว่ามือของตนเองสั่นเทาเพียงใด “มันคือ ‘วิญญาณอาถรรพ์’ ที่ถูกปลุกขึ้นมาด้วยพิธีกรรม” ตาเฒ่าพานกล่าวพลางควักมวลยาสูบขึ้นมาเคี้ยวอย่างใจเย็น แม้ในยามวิกฤตเช่นนี้ “พวกมันตามกลิ่น ‘เพชรตาเสือ’ ที่คุณพกติดตัวมา... กลิ่นของความตายและอำนาจโบราณ” ขุนพลไม่รอช้า เขาถอดเสื้อนอกตัวหนาออกอย่างใจเย็น เผยให้เห็นรอยสักยันต์ ‘พยัคฆ์มฤตยู’ ที่เข้มข้นจนเกือบดำสนิทอยู่เต็มแผ่นหลังและต้นแขน รอยสักนั้นไม่ได้มีเพียงความงามทางศิลปะ แต่ดูราวกับว่าลวดลายอักขระขอมโบราณเหล่านั้นกำลัง ‘ขยับ’ ราวกับมีชีวิตภายใต้ผิวหนังของเขา “ตาเฒ่า บอกวิธีที่จะทำให้ข้าผ่านไปได้” ขุนพลเอ่ยพลางหลับตาลง สมาธิจดจ่ออยู่กับการไหลเวียนของโลหิตในกาย “ถอดจิตและเพ่งจิตไปที่รอยสัก ลมหายใจเจ้าต้องผสานกับรอยพยัคฆ์ หากเจ้ากลัว มันจะฉีกกระชากวิญญาณเจ้า หากเจ้าแกร่งกว่า มันจะกลายเป็นกรงขังที่ไม่มีสิ่งใดก้าวล่วงได้” ขุนพลทรุดเข่าลงกับพื้นดินที่ชื้นแฉะ เขาเริ่มบริกรรมคาถาในใจ น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงพลังดังก้องอยู่ในความเงียบงัน รอยสักบนร่างกายของเขาเริ่มเปล่งแสงสีแดงฉานสลัวๆ ผิวหนังเริ่มร้อนผ่าวราวกับถูกไฟแผดเผา เงาสีดำนั้นรับรู้ถึงอันตราย มันกรีดร้องด้วยเสียงที่แหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก ก่อนจะพุ่งเข้าหาขุนพลด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ “ขุนพล! ระวัง!” รินรดาตะโกนลั่น ทว่า ในวินาทีที่เงามืดนั้นจะเข้าถึงตัว ร่างของขุนพลก็แผ่รังสีอำนาจออกมาจนดินโดยรอบสั่นสะเทือน เสียงคำรามของเสือโคร่งตัวมหึมาดังสนั่นกึกก้องไปทั่วทั้งป่า แม้ว่าจะไม่มีตัวตนอยู่จริง แต่แรงกดดันมหาศาลจากรอยสักยันต์นั้นสร้างปราการคุ้มกันที่มองไม่เห็น มันปะทะกับเงามืดจนเกิดเสียงระเบิดดั่งฟ้าผ่า เงาสีดำกระเด็นถอยหลังไปคล้ายถูกผลักด้วยแรงมหาศาล “ยันต์พยัคฆ์กำลังต้านมันไว้ แต่มันยังไม่ตาย!” ตาเฒ่าพานเตือน “ต้องตรึงวิญญาณมันด้วยอักขระ รินรดา! หยิบผงอาคมในย่ามข้าออกมา วาดวงล้อมรอบตัวเขา เดี๋ยวนี้!” รินรดาไม่ปล่อยให้ความกลัวครอบงำ เธอรวบรวมสติทั้งหมดที่มี หยิบผงสีขาวนวลออกจากย่ามแล้วโรยเป็นวงกลมรอบขุนพลที่ยังคงนั่งสมาธินิ่ง อักขระที่เธอเรียนรู้จากตำราโบราณเริ่มปรากฏขึ้นบนพื้นดินเมื่อผงอาคมสัมผัสกับกลิ่นอายของขุนพล “จงดับสิ้นในแสงแห่งพยัคฆ์!” ขุนพลแผดเสียงก้องกังวาน ตาของเขาลืมขึ้นเผยให้เห็นนัยน์ตาที่เป็นสีเหลืองทองดุจสัตว์ป่า เขาชี้นิ้วไปยังเงามืดที่กำลังพยายามตะเกียกตะกายเข้ามา รอยสักยันต์บนแขนขวาของเขาดูเหมือนจะหลุดลอยออกมาเป็นเงาเสือตัวมหึมาพุ่งเข้าใส่เงามืดนั้น เสียงครวญครางของวิญญาณร้ายค่อยๆ เงียบหายไป พร้อมกับเงามืดที่ค่อยๆ สลายกลายเป็นฝุ่นผงก่อนจะจางหายไปในสายลม ร่างของขุนพลฟุบลงกับพื้นด้วยความอ่อนแรง เหงื่อกาฬไหลโชกไปทั่วร่าง “จบแล้วหรือคะ...” รินรดาถามด้วยเสียงอันสั่นเครือ พลางก้าวเข้าไปประคองขุนพล “แค่เริ่มต้นเท่านั้น...” ขุนพลตอบพลางหอบหายใจ “มันแค่ทัพหน้า... ศัตรูที่แท้จริงยังซ่อนตัวอยู่ในป่าลึกแห่งนี้ และดูเหมือนว่ามันจะรู้แล้วว่าเรากำลังตามหาอะไร” ตาเฒ่าพานเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะมองไปที่ต้นไม้ใหญ่เบื้องหน้าที่มีรอยแผลเป็นแปลกๆ คล้ายรอยขีดข่วนขนาดมหึมาที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน “ดูนั่นสิ... รอยเล็บของสัตว์ป่าที่ไม่มีในตำราเล่มไหน” ขุนพลเงยหน้าขึ้นมองตามรอยนั้น ก่อนจะพบกับความจริงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าสิ่งใด เพราะสิ่งที่ปรากฏอยู่บนต้นไม้นั้น ไม่ใช่แค่รอยเล็บ แต่มันคือสัญลักษณ์ประจำตระกูลของพ่อเขา... สัญลักษณ์ที่ควรจะสาบสูญไปพร้อมกับร่างที่หายไปเมื่อยี่สิบปีก่อน และที่น่าขนลุกไปกว่านั้น คือหยดเลือดสดๆ ที่ยังคงหยดลงมาจากรอยแผลบนต้นไม้ ราวกับมีบางอย่างเพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่กี่วินาทีนี่เอง ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันลี้ลับครั้งนี้ไปกับผมนะครับ เพชรตาเสือโบราณ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%