"อย่าหันหลังกลับไปมองเด็ดขาด แม้จะได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองก็ตาม"
เสียงแหบพร่าของตาเฒ่าพานดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับยอดไม้ เสียงนั้นไม่ใช่คำสั่ง แต่มันคือคำเตือนที่สั่นสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง ขุนพลกระชับปืนลูกซองในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เขาไม่ได้หันไปมองพรานเฒ่า แต่สายตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบกาย ความหนาทึบของหมอกยามพลบค่ำที่ป่าดงพญาเย็นแห่งนี้ไม่เหมือนหมอกปกติ มันมีความเหนียวหนืดและกลิ่นอายของสาบสัตว์ป่าผสมกับกลิ่นไหม้ของธูปโบราณ
"คุณขุนพลครับ... ผมว่าพวกมันไม่ได้มาแค่คนเดียว" ดร.รินรดา กระซิบเสียงแผ่ว พลางขยับแว่นสายตาที่ขึ้นฝ้าจากความชื้น มือของเธอสั่นเทาขณะกอดสมุดบันทึกเล่มหนาไว้แนบอก "รอยเท้าที่ผมเห็นเมื่อครู่ ไม่ใช่รอยเท้าคนธรรมดา มันไม่มีรอยส้นเท้า... เหมือนพวกเขากำลังเดินด้วยปลายเท้า"
ขุนพลยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนหยุดนิ่ง เขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ฝ่าเท้า พื้นดินใต้ผืนป่าแห่งนี้ไม่ได้เงียบสนิทอย่างที่ควรจะเป็น มันมีจังหวะการเคลื่อนไหวที่สอดประสานกันเหมือนกองทัพที่ฝึกฝนมาอย่างดี
"หลบหลังต้นตะเคียนใหญ่" ขุนพลสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด "พวกมันกำลังไล่ต้อนเราเข้ามุมอับ ตาเฒ่า... ทางทิศตะวันออกมีทางออกอื่นไหม"
"ทางนั้นมีแต่ผาตัดตายครับคุณขุนพล" ตาเฒ่าพานหน้าถอดสี "พวกมันรู้เส้นทางนี้ดี ราวกับว่าป่าทั้งป่าถูกพวกมันครอบงำไปแล้ว"
ฉับพลันนั้นเอง เสียงผิวปากแหลมสูงก็กรีดผ่านความเงียบ มันไม่ใช่เสียงนกหรือแมลง แต่มันเป็นเสียงสัญญาณที่แฝงด้วยอาคมดำ ร่างเงาสีดำหลายร่างโผล่พ้นจากม่านหมอกออกมาอย่างรวดเร็ว พวกเขาไม่ได้วิ่ง แต่เคลื่อนไหวราวกับสายน้ำที่ไหลผ่านพุ่มไม้ ชุดสีดำสนิทกลมกลืนไปกับความมืดมิดจนดูเหมือนกลุ่มก้อนควัน
ขุนพลตัดสินใจในเสี้ยววินาที เขาปลดเซฟตี้ปืนลูกซองแล้วเล็งไปยังเงาที่พุ่งเข้ามาใกล้ที่สุด "รินรดา หมอบลง!"
ปัง!
เสียงปืนสนั่นหวั่นไหวไปทั่วป่า กระสุนพุ่งเจาะทะลุร่างเงาเบื้องหน้า ทว่าแทนที่จะล้มลง ร่างนั้นกลับแตกกระจายออกเป็นฝูงผีเสื้อราตรีสีดำสนิทที่บินว่อนเข้าหาพวกเขา ขุนพลสบถออกมาเบาๆ นี่ไม่ใช่แค่คนธรรมดา แต่เป็นสมุนของจอมขมังเวทที่ใช้คุณไสยมนต์ดำบังหน้า
"มันเป็นภาพลวงตา!" รินรดาตะโกนลั่น เธอหยิบเศษศิลาจารึกขอมที่เก็บได้จากบทก่อนหน้าขึ้นมา มือสั่นเทาพยายามลากนิ้วไปตามอักขระ "นี่คือคาถาปิดม่านอาถรรพ์... ขุนพล! พลังจากเครื่องรางที่อยู่กับคุณช่วยเปิดทางให้ผมได้ แต่คุณต้องตั้งสมาธิ!"
ขุนพลหลับตาลงชั่วครู่ รอยสักยันต์พยัคฆ์ที่แผ่นหลังเริ่มร้อนรุ่มราวกับถูกไฟลน เขาไม่ได้สวดมนต์ แต่เขากำลังส่งจิตไปกับอำนาจแห่งพยัคฆ์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ทันใดนั้น ความกดดันรอบกายก็เปลี่ยนไป เสียงกระซิบกระซาบที่เคยได้ยินจากเงาดำเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องโหยหวน
"เข้ามา!" ขุนพลคำราม ดวงตาของเขาฉายแวววาวเหมือนสัตว์ป่าที่จ้องมองเหยื่อในคืนจันทร์ดับ
เขากระโจนออกไปจากที่กำบัง ไม่ใช่เพื่อหนี แต่เพื่อเผชิญหน้า มือหนึ่งคว้ามีดสั้นอาคมที่พ่อของเขาทิ้งไว้ พุ่งเข้าปะทะกับหนึ่งในร่างสีดำที่โผล่มาประชิดตัว การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดท่ามกลางหมอกหนา ขุนพลเคลื่อนไหวรวดเร็วและหนักแน่น ทุกครั้งที่ใบมีดสัมผัสร่างของศัตรู จะมีเสียงเหมือนเหล็กกระทบเหล็กดังขึ้น พร้อมกับประกายไฟสีม่วงที่วาบขึ้นในอากาศ
"พวกมันต้องการ 'ตาเสือ' ชิ้นนั้น!" ตาเฒ่าพานร้องตะโกนขณะใช้มีดหมอคอยปัดป้องวิชาไสยเวทที่ลอยมาตามลม "อย่าให้มันไปอยู่ในมือพวกเดรัจฉานนั่นเด็ดขาด!"
การต่อสู้ยืดเยื้อจนลมหายใจของขุนพลเริ่มขาดห้วง กลุ่มชายชุดดำเริ่มล้อมวงเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ พวกมันดูไร้ความรู้สึก ไร้ความเจ็บปวด ราวกับหุ่นเชิดที่ถูกตรึงด้วยสายใยวิญญาณ
ทว่าในจังหวะที่ขุนพลกำลังเสียท่า เมื่อเงาสีดำร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาจากด้านหลังพร้อมกริชอาคมที่อาบด้วยเลือดสด รินรดาได้ตัดสินใจทำสิ่งที่เสี่ยงที่สุด เธอโยนแผ่นศิลาจารึกข้ามหัวขุนพลไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางของกลุ่มควัน
เกิดแรงระเบิดของคลื่นพลังงานสีทองพุ่งกระจายออกมา หมอกสีดำสลายตัวลงชั่วขณะ เผยให้เห็นใบหน้าของศัตรูที่อยู่เบื้องหน้า... ขุนพลชะงักกึก ปืนในมือแทบหลุดร่วงลงพื้น
ชายชุดดำที่อยู่ใกล้ที่สุดไม่ใช่คนแปลกหน้า รอยแผลเป็นรูปกากบาทที่ข้อมือซ้าย... นั่นคือรอยแผลที่เขารู้จักดีที่สุด
"พ่อ...?" ขุนพลพึมพำด้วยเสียงที่สั่นเครือที่สุดในชีวิต ความเย็นเยียบแล่นผ่านเข้าสู่หัวใจ
ร่างที่อยู่ตรงหน้าค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นดวงตาที่ไร้แววตาของมนุษย์ แต่มุมปากกลับแสยะยิ้มที่ดูชั่วร้ายและคุ้นเคยอย่างน่าขนลุก ก่อนที่ร่างนั้นจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดัดแปลงจนฟังดูแหบพร่าผิดมนุษย์ "แกไม่ควรตามหาข้า... เจ้าลูกชาย"
ขุนพลก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ร่างของ 'ชายคนนั้น' จะเริ่มบิดเบี้ยวและสลายกลายเป็นเถ้าถ่านไปกับสายลม ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังก้องอยู่ในมโนภาพของเขา ทันใดนั้น แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาก็ทรุดตัวลง พร้อมกับการปรากฏขึ้นของทางเข้าสุสานลับที่ไม่มีใครเคยพบเห็นมาก่อนในประวัติศาสตร์
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในความมืดมิดครั้งนี้นะครับ
เพชรตาเสือโบราณ
บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ•ตอนที่ 11
เงาในหมอก
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!