บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ•ตอนที่ 13

กำแพงกั้นเขต

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
“อย่าก้าวเท้าเข้าไปเกินกว่าศิลาจารึกนั่นเด็ดขาด ถ้าคุณยังอยากเห็นตะวันขึ้นในวันพรุ่งนี้” เสียงแหบพร่าของตาเฒ่าพานดังแทรกความเงียบงันที่กดทับป่าดงดิบยามพลบค่ำ ขุนพลหยุดชะงักฝีเท้าทันที ปลายกระบอกปืนลูกซองยาวในมือเลื่อนลงต่ำโดยสัญชาตญาณ สายตาคมกริบของเขาจ้องมองผ่านความสลัวของพุ่มไม้ไปยังเบื้องหน้า ที่นั่น... แผ่นหินทรายเก่าคร่ำคร่ารูปร่างประหลาดตั้งตระหง่านราวกับฟันของยักษ์ที่ผุดขึ้นมาจากดิน บรรยากาศรอบบริเวณนั้นผิดเพี้ยนไปอย่างสิ้นเชิง ต้นไม้ใหญ่ในอาณาเขตนั้นมิได้เขียวชอุ่ม แต่กลับเป็นสีเทาหม่นคล้ายถูกสูบชีวิตออกไปจนสิ้น ดร.รินรดาก้าวตามมาติดๆ เธอหยุดหายใจหอบเล็กน้อยก่อนจะคว้าไฟฉายขึ้นส่องไปยังแนวเขตนั้น แสงสีขาวนวลกระทบเข้ากับตัวอักษรขอมโบราณที่สลักลึกลงบนหิน เธออุทานออกมาเบาๆ สัมผัสได้ถึงความเยือกเย็นที่แล่นปราดจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ “นี่มันไม่ใช่รอยจารึกทั่วไป ขุนพล... ดูสิ อักขระพวกนี้มันเหมือนกับที่ฉันเคยพบในบันทึกของพ่อคุณ แต่มันดูเหมือนกับว่า... มันกำลัง 'ขยับ' ได้” ขุนพลหรี่ตาลง รอยสักพยัคฆ์บนแผ่นหลังของเขาเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างประหลาด มันไม่ใช่ความร้อนจากไอแดด แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยที่ฝังอยู่ในสายเลือด “อย่าแตะต้องมัน ดร. สิ่งที่คุณเห็นน่ะไม่ใช่ศิลปะ แต่มันคือกรงขัง” เขาขยับตัวไปขวางหน้าหญิงสาวไว้ สายตาของเขาจับจ้องไปยังความมืดมิดหลังแนวกำแพงหิน ที่นั่นไม่มีแม้แต่เสียงแมลงร้อง ไม่มีเสียงลมหวีดหวิว ราวกับว่ากฎฟิสิกส์ทุกอย่างถูกตัดขาดจากโลกภายนอก “ตาเฒ่า...” ขุนพลหันไปหาพรานเฒ่าที่ยืนตัวสั่นเทา มือของชายชรากำด้ามมีดอาคมแน่น “คุณพาเรามาถึงเขต 'แดนตาย' แล้วใช่ไหม? ที่ที่คุณเคยบอกว่าแม้แต่สัตว์ป่ายังไม่กล้าเฉียดกราย” พานไม่ได้ตอบในทันที เขาค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าบนพื้นดินที่แห้งกรัง ก่อนจะหยิบเอาเศษกระดูกสัตว์แห้งๆ ขึ้นมาโปรยลงบนพื้นตามพิธีกรรมโบราณ แสงไฟฉายของรินรดาส่องเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นของพรานเฒ่าอย่างชัดเจน “ที่นี่ไม่ใช่แค่ป่ามรณะ แต่มันคือรอยต่อ... รอยต่อระหว่างโลกของเรากับสิ่งที่ถูกลืม” พานกระซิบเสียงสั่น “คุณขุนพลครับ ดูที่ปลายเท้าของท่านสิ” ขุนพลก้มลงมอง สิ่งที่เขาเห็นทำให้หัวใจกระตุกวูบ บนพื้นดินตรงเส้นแบ่งเขตนั้น มีร่องรอยของการต่อสู้ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน รอยเลือดที่ยังคงสีแดงสดเปรอะเปื้อนอยู่บนใบไม้แห้ง มิใช่เลือดของสัตว์ร้าย แต่มันคือเลือดมนุษย์ และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือ... รอยรองเท้าบูทแบบทหารที่เขารู้จักดี รอยเท้าที่เป็นของคนในทีมสำรวจที่หายสาบสูญไปเมื่อสัปดาห์ก่อน “มีคนหลุดเข้าไปในนั้น” รินรดาหน้าซีดเผือด “เราต้องเข้าไปช่วย...” “ไม่มีใครช่วยใครได้ในเขตนี้ครับ” ขุนพลขัดขึ้นน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด “ถ้าก้าวข้ามเส้นนี้ไป สิ่งที่รอเราอยู่ข้างหน้าอาจจะไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป” ขณะที่บรรยากาศกำลังบีบคั้นถึงขีดสุด เสียงกิ่งไม้หักดังสนั่นมาจากทางด้านหลังของพวกเขา ทั้งสามคนหันขวับไปพร้อมกัน ความมืดมิดหลังแนวพุ่มไม้เผยให้เห็นเงาร่างของชายชุดดำกลุ่มหนึ่งที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ พวกมันไม่ได้ถือปืน แต่มือแต่ละคนถือคบเพลิงที่ส่งกลิ่นกำยานฉุนกึก ขบวนของจอมขมังเวทเงามืดมาถึงแล้ว “ช้าไปก้าวเดียวจริงๆ” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากเงาไม้ ชายร่างสูงในชุดคลุมสีเข้มก้าวออกมา แววตาของมันดูว่างเปล่าและเต็มไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนมองรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็ง “ข้าตามหาประตูบานนี้มาครึ่งค่อนชีวิต และวันนี้... ฤกษ์พยัคฆ์คืนชีพก็ได้เริ่มขึ้นแล้ว” ขุนพลยกปืนขึ้นเล็งไปที่กลางหน้าผากของชายคนนั้น แต่นิ้วของเขาที่เหนี่ยวไกกลับหยุดชะงัก เมื่อเห็นสิ่งที่ชายคนนั้นจูงออกมาจากความมืด มันคือร่างของชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่สวมเสื้อผ้าชุดเดิมกับพ่อของเขาในรูปถ่ายเก่าๆ ร่างนั้นเดินก้มหน้าไร้สติ แต่ข้อมือข้างหนึ่งถูกล่ามด้วยโซ่ตรวนที่สลักอักขระเดียวกับแนวกำแพงหิน รินรดาเบิกตากว้างจนแทบจะหยุดหายใจ “พ่อคุณ...” ขุนพลตัวแข็งทื่อ ปืนในมือแทบจะร่วงหล่น พ่อของเขา... คนที่เขาตามหามาตลอดชีวิต กลับมายืนอยู่ตรงหน้าในสภาพที่เป็นดั่งหุ่นเชิดของศัตรู และชายชุดดำคนนั้นก็ก้าวเดินเข้ามาหาเขาพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้โลกทั้งใบดูบิดเบี้ยวไปหมด “ไม่ต้องรีบร้อนไป คุณขุนพล” ชายชุดดำกล่าวพลางเหยียดยิ้ม “อีกไม่กี่วินาที... คุณจะได้รู้ว่าการพรากจากกันตลอดกาลมันเจ็บปวดเพียงใด เมื่อกำแพงนี้เปิดออก สิ่งที่อยู่ข้างใน... จะกลืนกินจิตวิญญาณของผู้ที่ถือสายเลือดพยัคฆ์เป็นเครื่องเซ่นสังเวย” ทันใดนั้น แผ่นหินตรงหน้าก็เริ่มสั่นสะเทือน เสียงดังกึกก้องประหนึ่งแผ่นดินแยกออกจากกัน อักขระโบราณบนกำแพงส่องแสงสีเลือดจางๆ ออกมา ผนึกที่กั้นระหว่างโลกกำลังแตกสลาย และสิ่งที่อยู่หลังกำแพงนั้นก็เริ่มขยับตัว... มันไม่ใช่แค่เสียงของป่า แต่เป็นเสียงคำรามที่คุ้นเคยเสียยิ่งกว่าเสียงของตัวเอง ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านป่ามรณะมากับผมนะครับ และขอให้อดใจรอสักนิด เพราะในตอนหน้า ความจริงที่โหดร้ายกว่าความตายกำลังจะถูกเปิดเผยครับ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%