“วางมีดลงเสีย ตาพาน... ท่านไม่ได้กำลังจะเชือดไก่ แต่ท่านกำลังจะเชือดพวกเดียวกันเอง!”
เสียงของขุนพลตวาดก้องท่ามกลางความเงียบงันของพงไพรที่ดูเหมือนจะหยุดหายใจไปชั่วขณะ ปลายมีดพกอาบอาคมในมือของพรานเฒ่าพานสั่นระริก แววตาที่เคยฉายแววความเก๋าเกมและเมตตาบัดนี้กลับขุ่นมัวราวกับมีหมอกสีเทาปกคลุม ร่างกายของชายชราเกร็งค้าง มืออีกข้างหนึ่งกำลังกำสร้อยประคำกระดูกสัตว์ไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
ดร.รินรดาถอยหลังกรูดไปจนชิดโคนไม้ใหญ่ ลมหายใจของเธอติดขัด เธอพยายามรวบรวมสติที่หลุดลอย แต่ภาพตรงหน้ามันเกินกว่าทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ที่เธอเคยร่ำเรียนมา “คุณขุนพล... แววตาของตาพาน... มันไม่ใช่คนเดิม ท่านกำลังโดนอะไรบางอย่างครอบงำ!”
ขุนพลไม่รอช้า เขาขยับกายดุจเสือร้ายที่เตรียมกระโจน รอยสักยันต์พยัคฆ์บนแผ่นหลังของเขาภายใต้เสื้อยืดสีมอๆ เริ่มร้อนผ่าวราวกับจะเตือนภัยถึงอันตรายที่มองไม่เห็น เขารู้ดีว่าหากพุ่งเข้าไปดื้อๆ มีดอาคมเล่มนั้นอาจฝังลงในเนื้อของใครคนใดคนหนึ่ง แต่หากปล่อยไว้ ตาพานที่เขาเคารพดั่งญาติผู้ใหญ่คนนี้อาจต้องจบชีวิตลงด้วยไสยเวทที่กลืนกินจิตวิญญาณไปจนหมดสิ้น
“ผมไม่ให้ท่านทำแบบนั้น” ขุนพลกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งทว่าเด็ดขาด สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่ดวงตาของพรานเฒ่า “ท่านจำไม่ได้หรือครับ ว่าใครเป็นคนพาท่านออกจากดงดิบมรณะเมื่อสามสิบปีก่อน? ใครคือคนขุดรากถอนโคนพวกเดรัจฉานวิชาที่พยายามจะยึดครองป่าแห่งนี้? ตั้งสติให้มั่นเถอะตาพาน!”
พรานเฒ่ากระตุกยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่เหยียดหยามและอำมหิตเกินกว่าจะเป็นคนใจดีอย่างที่เคยเป็น “เจ้าเด็กน้อย... เจ้าคิดว่าเสียงเห่าหอนของเจ้าจะกลบเสียงคำสั่งจากนายเหนือหัวข้าได้งั้นรึ? พยัคฆ์ที่ไร้เขี้ยวเล็บอย่างเจ้าก็เป็นได้เพียงเหยื่อรอวันตายเท่านั้น”
น้ำเสียงของตาพานเปลี่ยนไป มันแหบพร่าและซ้อนทับกันราวกับมีวิญญาณหลายดวงกำลังพูดผ่านลำคอของชายชรา รินรดารีบคว้ากระเป๋าเป้ของเธอ หยิบเอาผงเกลือบริสุทธิ์และแผ่นยันต์ที่เคยคัดลอกมาจากถ้ำโบราณขึ้นมา “ขุนพล! ใช้พุทธคุณสยบมัน พลังงานรอบตัวเราเปลี่ยนไป ค่าความเป็นกรดด่างในอากาศ... ไม่สิ ความกดอากาศที่นี่มันผิดปกติไปหมดแล้ว!”
ขุนพลพยักหน้าให้ดร.สาว เขาตัดสินใจทิ้งตัวลงกับพื้นดินในจังหวะที่ตาพานถลาเข้ามาพร้อมมีดคมกริบ ความรวดเร็วของอดีตทหารพรานยังคงยอดเยี่ยม เขาเบี่ยงตัวหลบคมมีดที่เฉี่ยวคอไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ก่อนจะใช้สันมือกระแทกเข้าที่ข้อมือของตาพานอย่างแรงจนมีดหลุดกระเด็นไปปักอยู่บนต้นไม้ใหญ่
ทว่า พรานเฒ่ากลับไม่หยุดยั้ง เขาใช้มือเปล่าคว้าคอเสื้อขุนพลไว้แน่น แรงมหาศาลที่มาจากไหนไม่ทราบได้ทำให้ขุนพลถึงกับหน้าเขียว “ขุนพล... หนีไป...” ตาพานเค้นเสียงออกมาสลับกับเสียงคำรามในลำคอ “มีคนซ่อนตัวอยู่... มันอยู่ในเงาของต้นไม้... มันกำลังมองเราอยู่!”
ขุนพลกัดฟันกรอด เขารู้สึกถึงกระแสพลังมืดที่แผ่พุ่งออกมาจากป่าลึก มันเย็นเยียบและชวนขนลุกราวกับความตายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ จอมขมังเวทเงามืดไม่ได้ต้องการแค่เครื่องราง แต่มันต้องการ "ภาชนะ" ที่จะใช้สถิตร่างเพื่อคืนชีพพยัคฆ์มฤตยู และบัดนี้ มันกำลังเปลี่ยนคณะเดินทางของเขาให้กลายเป็นหมากบนกระดานนรก
“รินรดา! วิ่งไปที่ลานหินอาคมที่เคยเจอเมื่อวาน!” ขุนพลตะโกนสั่งพร้อมกับพยายามสะบัดร่างให้หลุดจากพรานเฒ่า “ห้ามหันหลังกลับมาเด็ดขาด ไม่ว่าท่านจะได้ยินเสียงอะไรก็ตาม!”
“ไม่! ฉันจะไม่ทิ้งคุณ!” รินรดาตะโกนตอบ น้ำตาคลอเบ้า แต่เธอไม่มีทางเลือกเมื่อเห็นขุนพลชักมีดอาคมของพ่อออกมาเพื่อต่อสู้กับเพื่อนร่วมทางที่ถูกครอบงำ
ในวินาทีนั้นเอง เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนเสียงกระดูกลั่นดังระงมไปทั่วบริเวณ ไม่ใช่เสียงจากตาพาน ไม่ใช่เสียงจากขุนพล แต่มันดังมาจากทุกทิศทางราวกับป่าทั้งป่ากำลังขบขันกับความพยายามอันไร้ค่าของมนุษย์ที่หลงทางเข้ามาในเขตหวงห้าม
ทันใดนั้น ร่างของตาพานที่กำลังบีบคอขุนพลอยู่ก็นิ่งค้างไปสนิท แววตาที่เคยขุ่นมัวเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับโลหิต เขากระซิบเสียงเบาแทบไม่ได้ยินที่ข้างหูของขุนพลว่า “เจ้ามองหาพ่อเจ้าอยู่ใช่ไหม ขุนพล... งั้นลองมองดูในเงาของเจ้าสิว่าใครกำลังรออยู่”
ขุนพลตัวแข็งทื่อ ความรู้สึกเย็นวาบแล่นปราดไปทั่วกระดูกสันหลัง เขาค่อยๆ ก้มหน้าลงมองเงาของตัวเองที่ทอดตัวยาวอยู่บนพื้นดิน แทนที่จะเป็นเงาของมนุษย์ทั่วไป เงาที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขากลับปรากฏเป็นร่างของชายคนหนึ่งที่เขารอคอยมาตลอดทั้งชีวิต... ร่างนั้นกำลังเงื้อมมือขึ้นหมายจะคว้าคอเขาจากใต้พื้นดิน
เขารีบเบนสายตาไปที่ดร.รินรดาหวังจะตะโกนเตือน แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อร่างของดร.สาวที่ควรจะวิ่งหนีไปตามคำสั่ง กลับหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าเงาดำที่พุ่งออกมาจากลำต้นไม้... ร่างเงาที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจนกลายเป็นรูปร่างของบุคคลที่เขาจำได้แม่นยำว่าเป็นใคร—คนที่ควรจะตายไปตั้งแต่เขายังเด็ก
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ยังคงติดตามการเดินทางอันตรายครั้งนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ พรุ่งนี้เราจะมาลุ้นกันต่อว่าขุนพลจะรับมือกับความจริงที่โหดร้ายกว่าความตายนี้อย่างไรครับ
เพชรตาเสือโบราณ
บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ•ตอนที่ 19
กลลวงของจอมขมังเวท
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!