บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ•ตอนที่ 18

คืนเดือนดับ

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กตีเข้าจมูกอย่างรุนแรงจนขุนพลต้องขยقกคอ เส้นเลือดสีแดงสดที่ปูดโปนพาดพันอยู่บนท่อนแขนขวาของเขาไม่ได้เป็นเพียงภาพลวงตา มันเต้นตุบๆ ราวกับมีชีพจรของสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่งที่กำลังสูบฉีดเลือดเนื้อของเขาไปเป็นอาหาร กริชโบราณในมือหลุดร่วงลงพื้นดินเปียกชื้น แต่เสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังซ้ำไปซ้ำมาในโสตประสาทกลับชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ *‘ข้าหิว...’* “ไอ้สวะตัวไหนเล่นตลกวะ!” ขุนพลคำรามลอดไรฟัน ร่างกายกำยำเกร็งแน่นจนกล้ามเนื้อปูดโปน รอยสักยันต์พยัคฆ์โบราณบนแผ่นหลังร้อนผ่าวราวกับถูกนาบด้วยเหล็กแดง เขากัดฟันกรอด ใช้มือซ้ายกระชากเส้นเลือดประหลาดนั้นออกสุดแรงเกิด แต่ยิ่งดึงมันกลับยิ่งรัดแน่นจนเนื้อหนังแทบปริแตก ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นสู่สมอง ทว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าความเจ็บคือสติสัมปชัญญะของเขาที่เริ่มพร่าเลือน ภาพตรงหน้าบิดเบี้ยวเป็นคลื่นราวกับมองผ่านผิวน้ำในยามวิกาล “ขุนพล! ตั้งสติไว้!” เสียงตะโกนของ ดร.รินรดา ดังแทรกความมืดเข้ามา เธอพุ่งตัวเข้ามาใกล้ มือเรียวบางสั่นเทาแต่ยังคงคว้าข้อมือของเขาไว้แน่น ดวงตาภายใต้กรอบแว่นฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด “อย่าปล่อยให้มันครอบงำจิตใจ คุณก็รู้ว่าอาถรรพ์พวกนี้มันกัดกินความนึกคิดของผู้ใช้!” “คุณริน... ถอยไป...” ขุนพลเค้นเสียงลอดคอ เหงื่อกาฬไหลโทรมหน้าผาก “ผม... ควบคุมมันไม่อยู่แล้ว” เบื้องหน้าพวกเขาคือความมืดมิดสนิทของผืนป่าดงดิบ ในคืนเดือนดับที่ไร้ซึ่งแสงดาวและแสงจันทร์ ราวกับโลกใบนี้ถูกกลืนกินด้วยความว่างเปล่า ทว่าความมืดนั้นหาได้ว่างเปล่าไม่ มันกำลังเคลื่อนไหว เงาสมมติรูปร่างบิดเบี้ยวเริ่มผุดขึ้นจากพื้นดินรอบกาย ค่อยๆ ก่อตัวเป็นเงาร่างนับร้อยนับพัน ดวงตาสีแดงฉานนับคู่ปรากฏขึ้นท่ามกลางความดำมืด จ้องมองมาที่พวกเขาทั้งสองด้วยความกระหายหิว เสียงโหยหวนระคนเสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังระงมไปทั่วสารทิศ อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวขุ่น ตาเฒ่าพานที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง ยกไม้เท้าหัวพญานาคขึ้นสูง ปากท่องคาถากำราบภูตผีไม่หยุด น้ำหมากสีแดงฉานไหลย้อยเปรอะมุมปาก ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในรอบหลายสิบปีที่เดินป่า “ไม่ไหว... อาคมของข้าเอาไม่อยู่แล้วคุณขุนพล” ตาเฒ่าพานตะโกนแข่งกับเสียงหวีดหิวของดวงวิญญาณ “พวกมันไม่ใช่แค่ภูตพรายธรรมดา แต่นี่คือทัพผีดิบโบราณที่ถูกปลุกด้วยมนตร์ดำสายต่ำ! คืนเดือนดับแบบนี้ ประตูปรโลกเปิดกว้าง... พวกมันต้องการร่างเนื้อเพื่อกลับมาเกิดใหม่!” ขุนพลหอบหายใจหนักหน่วง ความโกรธแค้นและความรู้สึกผิดที่ฝังใจมาเนิ่นนานเกี่ยวกับผู้เป็นพ่อที่หายสาบสูญ ถูกปลุกเร้าขึ้นมาในห้วงคำนึง ภาพในอดีตซ้อนทับกับความจริงตรงหน้า เงาร่างหนึ่งในความมืดก้าวเดินออกมาจากหมู่ผีดิบ ร่างนั้นสูงใหญ่ กำยำ และสวมเสื้อผ้าโบราณที่ขาดวิ่น ใบหน้าครึ่งหนึ่งเน่าเปื่อยจนเห็นกระดูกขาวโพลน แต่ดวงตานั้น... ดวงตาคู่ที่จ้องมองมา เต็มไปด้วยความคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด หัวใจของขุนพลกระตุกวูบ “พ่อ...?” เขาหลุดปากเรียกออกมาอย่างไม่รู้ตัว เงาร่างนั้นหยุดฝีปากที่กำลังแยกเขี้ยว มันค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นรอยสักรูปพยัคฆ์ลายเดียวกันกับที่อยู่บนแผ่นหลังของขุนพล ทว่ามันเก่าแก่และซีดจางกว่า รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนริมฝีปากที่แห้งกรัง *“ลูกเอ๋ย... เจ้ามาช้าเหลือเกิน... มาเป็นส่วนหนึ่งของดงพรายแห่งนี้เสียเถอะ...”* เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของคนแปลกหน้า แต่มันคือเสียงเดียวกับที่ก้องอยู่ในหัวของเขามาตลอดหลายปี รินรดาส่ายหน้าช้าๆ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความตกใจกลัว “อย่าไปฟังมันนะขุนพล! นั่นไม่ใช่พ่อของคุณ! นั่นคือภาพลวงตาที่ไสยเวทรังสรรค์ขึ้นเพื่อล่อลวงจิตใจ!” แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เส้นเลือดสีแดงสดที่พันธนาการแขนขุนพลอยู่ก็ระเบิดแสงสีเลือดสาดส่องไปทั่วบริเวณ ความเจ็บปวดหายวับไปกับตา แทนที่ด้วยพลังงานมหาศาลที่หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกาย ขุนพลรู้สึกราวกับตนเองกำลังจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับความมืดมิดรอบกาย สัญชาตญาณดิบเถื่อนถูกปลุกเร้าจนยากจะควบคุม เขามองกริชโบราณบนพื้น สัญชาตญาณสั่งให้ก้มลงไปหยิบมันขึ้นมาอีกครั้ง มือหนาเอื้อมออกไป ปลายนิ้วแตะโดนด้ามกริชที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง... และในวินาทีที่ปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับเหล็กโบราณนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็หยุดลงพร้อมเพรียงกัน ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงปรบมือช้าๆ จะดังขึ้นมาจากความมืดเบื้องหลังร่างที่อ้างว่าเป็นพ่อของเขา *แปะ... แปะ... แปะ...* ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มสไตล์ตะวันตก แต่สวมหมวกปีกกว้างแบบคนโบราณก้าวออกมาจากเงาไม้ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจางๆ ดวงตาคู่นั้นคมกริบราวกับใบมีดโกน “ยอดเยี่ยมมาก... ขุนพล” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความชื่นชม “ในที่สุด ลูกชายของคนทรยศ ก็เดินมาถึงจุดจบที่ข้าเฝ้ารอคอยมาตลอดสิบปีเต็มเสียที” ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผจญภัยและไขปริศนาความลี้ลับไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%