บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ•ตอนที่ 32

สายเลือดที่ถูกเลือก

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
"ถอยไปขุนพล! อย่าให้คำลวงของมันครอบงำจิตใจเจ้า!" เสียงตะโกนของตาเฒ่าพานแผดก้องท่ามกลางความเงียบงันของป่าดงดิบยามราตรี แต่ขุนพลหาได้ยินไม่ ร่างกายของเขากลายเป็นหิน แข็งทื่อดุจถูกสาป สายตาจับจ้องอยู่ที่ร่างของชายผู้เป็นพ่อ ซึ่งบัดนี้ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กกล้าที่สลักอักขระขอมโบราณสีเลือดเรืองแสงวับวาว ดวงตาของพ่อเลื่อนลอย ไร้แววแห่งความจดจำ "ไง... ทหารกล้า" จอมขมังเวทเงามืดขยับริมฝีปากที่แห้งผาก เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าคล้ายเสียงใบไม้เสียดสีกัน "เจ้าตามหาความจริงในป่านี้มานานเหลือเกิน แต่น่าเสียดาย ที่ความจริงนั้น มันกลับมีราคาที่เจ้าอาจจะต้องแลกด้วยชีวิต" ขุนพลกำหมัดแน่นจนเล็บจิกลงบนฝ่ามือ รอยสักยันต์พยัคฆ์บนแผ่นหลังของเขาเริ่มร้อนผ่าว ราวกับมีเปลวไฟปะทุขึ้นจากใต้ผิวหนัง ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย แต่มันกลับเป็นความเจ็บปวดที่ปลุกสัญชาตญาณบางอย่างให้ตื่นขึ้น "ปล่อยเขา..." ขุนพลเค้นเสียงลอดไรฟัน "แกไม่มีสิทธิ์แตะต้องพ่อของข้า" "สิทธิ์งั้นหรือ?" จอมขมังเวทหัวเราะร่วน ดึงโซ่ที่ล่ามข้อมือชายวัยกลางคนไว้ให้กระตุกวูบ "สิทธิ์มันขึ้นอยู่กับใครที่มีอำนาจเหนือกว่าต่างหากล่ะ ขุนพล... เจ้ามองดูที่มือของเจ้าสิ นั่นมิใช่แค่รอยสักธรรมดา แต่มันคือตราประทับแห่ง 'ผู้พิทักษ์โลหิต' ที่สายเลือดของเจ้าถูกสาปให้แบกรับมานับพันปี" ดร.รินรดาที่หลบอยู่หลังโขดหินข้างๆ กำเศษกระดาษจดบันทึกของเธอแน่น มือที่สั่นเทาไม่ได้เกิดจากความกลัวเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความเข้าใจในสิ่งที่กำลังปรากฏแก่สายตา เธอเห็นอักขระบนโซ่นั้นสว่างวาบขึ้นทุกครั้งที่ขุนพลขยับตัว เหมือนดั่งแม่เหล็กที่พยายามดูดดึงพลังงานบางอย่างออกจากร่างของเขา "ขุนพล! อย่าฟังมัน!" รินรดาตะโกนเตือน "นั่นไม่ใช่พ่อของคุณจริงๆ! มันเป็นเพียงหุ่นเชิดที่ใช้เศษเสี้ยววิญญาณมาสร้างภาพลวงตาเพื่อดึงพลังในตัวคุณออกมา!" จอมขมังเวทหันมามองหญิงสาวด้วยสายตาอาฆาต ก่อนจะตวัดมือเพียงครั้งเดียว ลมพายุหมุนลูกเล็กก็พัดพาเอาฝุ่นและใบไม้เข้าจู่โจมรินรดาจนเธอต้องถอยกรูดไปพิงต้นไม้ใหญ่ "ฉลาดนักนะ นักโบราณคดี..." มันแสยะยิ้ม "ใช่... นี่คือภาพลวงตา แต่ความทรมานที่เขาได้รับจากการถูกขังอยู่ในกรงกักวิญญาณนั้น... เป็นของจริง" ทันใดนั้น ร่างที่ดูเหมือนพ่อของขุนพลก็แผดเสียงร้องโหยหวน เสียงนั้นบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของขุนพล ราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงหัวใจ ความแค้นที่สั่งสมมานานปะทุขึ้นจนเขาลืมเลือนความระมัดระวัง ขุนพลพุ่งตัวออกไปเหมือนพยัคฆ์ร้ายที่หลุดจากกรง ดาบพกในมือชักออกจากฝัก เตรียมพร้อมที่จะผ่าโซ่ตรวนเหล่านั้น "หยุดเดี๋ยวนี้ไอ้หนู!" ตาเฒ่าพานพยายามจะดึงตัวเขาไว้ แต่ทว่าแรงปะทะจากเวทมนตร์รอบตัวจอมขมังเวทกลับดีดร่างของพรานเฒ่ากระเด็นออกไปไกล "เข้ามาสิ..." จอมขมังเวทกระซิบ "หลั่งเลือดของเจ้าลงบนอักขระนี้เสีย แล้วพยัคฆ์ในตัวเจ้าจะตื่นขึ้น... แล้วข้าจะเป็นผู้ครอบครองพลังนั้นเอง!" ขุนพลเงื้อดาบขึ้นสุดแรง แต่ในเสี้ยววินาทีที่ดาบกำลังจะกระทบกับโซ่เหล็ก แสงสีทองสว่างวาบจากรอยสักที่หลังของเขาก็พุ่งออกมาคลุมร่างจนมิด ดาบหักสะบั้นลงในทันที ความร้อนที่รุนแรงเปลี่ยนจากความเจ็บปวดเป็นพลังอำนาจมหาศาลที่ไหลผ่านเส้นเลือดของเขา ขุนพลหยุดชะงัก ร่างกายของเขาเริ่มเปลี่ยนไป ผิวหนังบางส่วนปรากฏลวดลายพยัคฆ์ที่เข้มชัดและขยับเขยื้อนราวกับมีชีวิต เขารู้สึกได้ในเวลานั้นเอง... ไม่ใช่แค่หน้าที่ในการตามหาพ่อ แต่มันคือพันธสัญญาโบราณที่บรรพบุรุษของเขาสลักไว้ในดีเอ็นเอ เขามิใช่แค่ทหารพรานธรรมดา แต่เขาคือ "ผู้พิทักษ์แห่งพยัคฆ์มฤตยู" คนสุดท้าย "เจ้า... เจ้าตื่นแล้ว..." จอมขมังเวทเริ่มถอยกรูด สีหน้าเปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งเป็นความหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด ขุนพลเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีอำพันดุจดั่งตาเสือที่ล่าเหยื่อในความมืด เขาไม่ได้จ้องมองจอมขมังเวท แต่จ้องมองลึกเข้าไปในโซ่ตรวนที่ผูกมัดพ่อของเขาอยู่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและกังวานดุจเสียงคำรามของเจ้าป่า "แกคิดว่าแกกักขังวิญญาณพ่อข้าได้... แต่แกกลับลืมไปว่า สายเลือดที่ข้าได้รับมานั้น... มันไม่ได้มีไว้เพื่อยอมจำนน" เขาก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียว ผืนดินใต้ฝ่าเท้าก็สั่นสะเทือน รอยแตกแยกกระจายตัวดุจใยแมงมุม พลังกดดันมหาศาลทำให้ป่าทั้งป่าเงียบสงัดลงทันที แม้แต่เสียงนกแสกที่เคยร้องเตือนภัยก็หยุดกึก ทว่า ในขณะที่ขุนพลกำลังจะเงื้อมือเข้าจัดการกับร่างของจอมขมังเวท ร่างของพ่อที่เคยนิ่งงันกลับลืมตาขึ้นช้าๆ แววตานั้นไม่ใช่ความว่างเปล่าอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด ก่อนที่เขาจะตะโกนออกมาด้วยเสียงที่แหบแห้งจนแทบจะจำไม่ได้ "ขุนพล... อย่าฆ่ามัน! ถ้ามันตาย... ร่างของข้าจะแตกสลายไปพร้อมกับพันธสัญญาอาถรรพ์ที่ข้าแบกรับไว้ในใจของมัน!" คำพูดนั้นทำให้ขุนพลชะงักค้าง มือที่กำลังจะปลิดชีพศัตรูสั่นสะท้านขึ้นมาทันที ในจังหวะที่หัวใจเขากำลังเต้นรัวด้วยความสับสน จอมขมังเวทเงามืดก็แสยะยิ้มกว้าง ก่อนจะควักมีดอาคมแทงเข้าที่กลางอกของร่างที่ดูเหมือนพ่อของขุนพลต่อหน้าต่อตาเขา! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 32 นี้ด้วยกัน หวังว่าเนื้อหาในตอนนี้จะทำให้นักอ่านทุกท่านตื่นเต้นและอยากรู้บทสรุปของความสัมพันธ์ระหว่างขุนพลกับพ่อในตอนถัดไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%