“อย่ามองที่มัน!”
เสียงตะโกนแหบพร่าของตาเฒ่าพานแผดก้องกลบเสียงหินถล่มลงมาดั่งภูเขาพังทลาย ผมกระชากดร.รินรดาให้พ้นจากวิถีของแท่นศิลาที่ร่วงหล่นลงมาฉิวเฉียด ฝุ่นละอองสีเทาฟุ้งกระจายจนกลายเป็นม่านปิดบังทัศนวิสัย ทุกอย่างรอบตัวสั่นสะเทือนเหมือนโลกกำลังโกรธเกรี้ยว ผมอาศัยจังหวะที่จอมขมังเวทเงามืดกำลังตื่นตะลึงกับอักขระที่ขาดสะบั้น ฉุดรั้งรินรดาให้วิ่งฝ่าความโกลาหลออกไปสู่ช่องว่างที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของโบราณสถานแห่งนั้น
“ขุนพล! ข้างหน้า!” รินรดาร้องเตือน มือของเธอสั่นสะท้านในอุ้งมือผม แต่ดวงตาของเธอมีประกายของนักสู้ไม่เสื่อมคลาย
เมื่อเราพุ่งตัวออกมาจากซากปรักหักพังได้สำเร็จ สิ่งที่รออยู่เบื้องหน้ากลับไม่ใช่ป่าทึบอย่างที่คิด แต่เป็นหุบเขาอับลมที่เต็มไปด้วยพรรณไม้สีหม่นแปลกตา ลำต้นของพวกมันบิดเบี้ยวราวกับร่างของมนุษย์ที่กำลังบิดเร้าด้วยความทรมาน พื้นดินใต้ฝ่าเท้าเราไม่ใช่ดินร่วนซุย แต่เป็นเส้นใยสีน้ำตาลคล้ายรากไม้ที่เต้นตุบๆ ราวกับมีชีพจร
“หยุด... ทุกคนอย่าเพิ่งขยับ” ตาเฒ่าพานทรุดตัวลงคุกเข่า สายตาจ้องเขม็งไปที่รากไม้นับพันที่กำลังเลื้อยคลานเข้าหาปลายรองเท้าของพวกเรา “เราไม่ได้หลุดพ้นจากอาถรรพ์ แต่นี่คือ 'ดงนรกต้นไม้กินคน' ใครเหยียบโดนรากของมันทีเดียว... มันจะสูบเลือดจนหมดตัว”
ผมชักมีดพกออกมาเตรียมพร้อม สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่พุ่งขึ้นมาจากแผ่นดิน รินรดารีบหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมาดูครู่หนึ่งก่อนจะเบิกตากว้าง “ขุนพล... ดูนั่น ลำต้นพวกนั้นไม่ใช่ไม้ แต่มันคือ... มนุษย์ที่ถูกเปลี่ยนสภาพ!”
ใช่ครับ สิ่งที่เธอกล่าวเป็นความจริง ลำต้นที่ดูบิดเบี้ยวเหล่านั้นมีเค้าโครงของใบหน้ามนุษย์ที่กรีดร้องโดยไร้เสียง ผิวสัมผัสของเปลือกไม้หยาบกร้านดุจเนื้อหนังที่ตายด้าน ทันใดนั้น หนึ่งในรากไม้ที่ดูเหมือนจะไร้พิษสงก็ดีดตัวขึ้นราวกับงูพิษ มันพุ่งเข้าพันธนาการที่ข้อเท้าของตาเฒ่าพานอย่างรวดเร็ว!
“อ๊าก! ไอ้ปีศาจ!” ตาเฒ่าพานแผดเสียงลั่นพร้อมพยายามใช้มีดพร้าฟัน แต่รากไม้นั้นกลับเหนียวแน่นยิ่งกว่าเหล็กกล้า มันเริ่มกระชากร่างของเขาให้จมลงไปในดินที่กำลังแปรสภาพเป็นโคลนดูด
“รินรดา ถอยไป!” ผมคำรามก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปคว้าแขนตาเฒ่าพานไว้สุดแรง ผมสัมผัสได้ถึงแรงดึงมหาศาลจากใต้ดินราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังยื้อแย่งชีวิตเราไป รอยสักยันต์พยัคฆ์บนแผ่นหลังของผมร้อนผ่าวขึ้นมา ราวกับมันรับรู้ถึงพลังงานชั่วร้ายที่กำลังสั่นคลอนจิตวิญญาณ
“มันไม่ได้กินแค่เลือด!” รินรดาร้องบอกขณะสังเกตเห็นอักขระสีแดงที่เลือนรางบนพื้นดิน “มันกิน 'อาคม' ของพวกเราด้วย! ขุนพล... ใช้เลือดของคุณ! ยันต์พยัคฆ์นั่น!”
ผมกัดฟันกรอด ไม่มีความลังเลเหลืออยู่ ปาดมีดลงบนฝ่ามือจนเลือดสีสดซึมออกมา ผมกดฝ่ามือนั้นลงบนพื้นดินที่กำลังสั่นไหว พร้อมกับบริกรรมคาถาในใจที่พ่อเคยพร่ำสอน ผมไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง แต่สู้เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ต้องซ้ำรอยเดิมที่พ่อหายไป
ชั่วขณะที่เลือดสัมผัสรากไม้ที่พันธนาการตาเฒ่าพาน เกิดเสียงกรีดร้องแหลมสูงโหยหวนดังสะท้อนมาจากป่าทั้งป่า รากไม้นั้นกระตุกอย่างรุนแรงก่อนจะถอยกรูดกลับลงไปในดินเหมือนเจอไฟลน แต่การช่วยเหลือครั้งนี้มีราคาที่ต้องจ่าย... ร่างของผมเริ่มสั่นสะท้าน พลังงานในตัวถูกสูบออกไปอย่างรวดเร็ว
เราหอบหายใจรวยรินท่ามกลางความเงียบที่น่าสะพรึงกลัว ตาเฒ่าพานลุกขึ้นนั่งอย่างอ่อนแรง พลางมองมาที่ผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันคือสายตาของคนที่รู้ความลับบางอย่างที่ปิดบังมาตลอด
“คุณขุนพล...” ตาเฒ่าพานเอ่ยเสียงสั่น “รอยสักนั้น... พ่อของคุณไม่ได้หายไปไหน ท่านไม่ได้ตายในป่านี้ แต่ท่านเป็น...”
เขายังพูดไม่ทันจบประโยค เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งลงมาจากยอดไม้สูงเสียดฟ้า มันไม่ได้มีรูปร่างเหมือนพืชหรือสัตว์ แต่มันคือกลุ่มก้อนของความมืดที่รวมตัวกันเป็นร่างมนุษย์ที่คุ้นตา มันก้าวออกมาจากเงามืดของต้นไม้กินคน เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้หัวใจของผมหยุดเต้นสนิท
ใบหน้านั้น... คือใบหน้าของผมเองที่แก่ชรากว่า และเต็มไปด้วยบาดแผลแห่งไสยเวท
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเสี่ยงตายไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เพชรตาเสือโบราณ
บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ•ตอนที่ 27
ต้นไม้กินคน
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!