"อย่ามองตา... ขุนพล อย่าสบตาไอ้ตัวนั้น!"
เสียงตะโกนแหบพร่าของตาเฒ่าพานแผดก้องท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้น ร่างของผม—ร่างที่ไร้ผิวหนังและถูกพันธนาการด้วยโซ่อักขระสีแดงฉาน—กำลังขยับเขยื้อนด้วยท่วงท่าที่กระตุกเกร็งเหมือนหุ่นเชิดสายขาด มันไม่ได้เดิน แต่มัน "บิด" ตัวผ่านมิติที่สั่นไหวราวกับภาพในกระจกที่แตกร้าว
ผมกำปืนในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด กลิ่นสาบสางของเลือดและเนื้อที่เน่าเปื่อยโชยมาปะทะจมูก ทั้งที่ในความเป็นจริง ผมควรจะได้กลิ่นอายดินป่าหลังฝนตก ทว่าภาพตรงหน้ากลับบิดเบี้ยวจนน่าสะอิดสะเอียน รอบตัวเราตอนนี้ไม่ใช่ป่าดงดิบที่คุ้นเคยอีกต่อไป แสงสีแดงเลือดจางๆ อาบไล้ไปทั่วบริเวณ ต้นไม้ดูเหมือนจะยืดตัวสูงขึ้นและหดสั้นลงในจังหวะที่ไม่สัมพันธ์กัน
"นั่นไม่ใช่ผม..." ผมพึมพำ น้ำเสียงของผมเองยังสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ "ริน... รินรดา หลบไปข้างหลังผม!"
ดร.รินรดาไม่ตอบ เธอทรุดตัวลงคุกเข่า มือเรียวสั่นเทาขณะพยายามหยิบสมุดบันทึกโบราณออกมาเปิด เธอพึมพำภาษาที่ผมไม่เข้าใจ แสงจากคบเพลิงในมือเธอวูบไหวราวกับกำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็นในอากาศ "ขุนพล... นาฬิกา... ดูนาฬิกาของคุณสิ"
ผมก้มมองข้อมือ เข็มวินาทีของนาฬิกาข้อมือแบบกลไกของผมมันไม่ได้เดินเป็นจังหวะ 'ติ๊ก... ติ๊ก...' อย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับหมุนย้อนกลับด้วยความเร็วสูง ก่อนจะหยุดนิ่งสนิท แล้วดีดกลับไปข้างหน้าเหมือนคนบ้าคลั่ง
"มิติที่นี่... มันกำลังถูกบิดให้ซ้อนทับกัน" รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอฉายแววหวาดหวั่นที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน "สิ่งที่คุณเห็นตรงหน้า คือตัวคุณในเส้นเวลาที่ล้มเหลว หรืออาจจะเป็นตัวคุณที่ถูก 'กักขัง' ไว้ในอาถรรพ์ป่านี้มานานเกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้"
ร่างนั้นหยุดนิ่ง มันเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นดวงตาที่ปราศจากแววตา มีเพียงความมืดมิดที่ว่างเปล่า แต่มันกลับขยับริมฝีปากที่ไม่มีหนังหุ้ม เปล่งเสียงออกมาเป็นเสียงของผมเอง... เสียงที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองและโหยหา
"ขุนพล... นายเลือกที่จะทิ้งฉันไว้ที่นี่... เพื่อแลกกับอิสรภาพงั้นรึ?"
"หุบปาก!" ผมลั่นไกปืนออกไปหนึ่งนัด กระสุนแหวกอากาศพุ่งเข้าหาร่างนั้น แต่ทว่า... วินาทีที่กระสุนจะกระทบเป้าหมาย มันกลับกลายเป็นดอกไม้ป่าสีดำร่วงกราวลงพื้นดิน นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!
ตาเฒ่าพานพุ่งตัวเข้ามาคว้าไหล่ผมไว้ แรงบีบนั้นหนักหน่วงและเด็ดขาด "อย่าใช้กำลังกับสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงในมิตินี้เจ้าขุนพล! ยิ่งนายสู้ด้วยอาวุธ มันยิ่งมีตัวตน! นี่คือกับดักของเวลา ถ้าขืนปล่อยไว้แบบนี้ เราจะแก่ตายไปพร้อมกับวินาทีที่ไม่มีวันสิ้นสุดตรงนี้!"
"แล้วจะให้ผมทำยังไง!" ผมตวาดกลับ ความกดดันทำให้เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ "มันจะฆ่าเรา!"
"ยอมรับมัน..." เสียงของพานเบาลงจนแทบกลายเป็นกระซิบ "ยอมรับว่าตัวตนในอดีตของคุณคือส่วนหนึ่งของที่นี่ แล้วมันจะสลายไปเอง แต่อย่าได้เผลอใจเชื่อสิ่งที่มันพูดเด็ดขาด หากคุณก้าวเท้าเข้าหามันเพียงก้าวเดียว จิตวิญญาณคุณจะถูกสลับร่างกับมันทันที"
สถานการณ์ตรงหน้าดูเหมือนจะเลวร้ายลง เมื่อร่างไร้ผิวหนังนั้นค่อยๆ ลากโซ่ตรวนสีแดงเข้ามาใกล้ โซ่เหล่านั้นครูดกับพื้นดินเกิดเสียงแสบแก้วหู ทุกจังหวะที่มันก้าว พื้นดินรอบตัวเราเริ่มแตกร้าวเผยให้เห็น 'ความว่างเปล่า' เบื้องล่าง ราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังแตกสลายออกเป็นเสี่ยงๆ
รินรดาคว้ามือผมไว้แน่น ความเย็นจากฝ่ามือของเธอส่งผ่านมาถึงผม "ขุนพล... ตั้งสติ มองมาที่ฉัน นี่คือความจริงเพียงอย่างเดียวที่คุณต้องยึดเหนี่ยวไว้ อย่าไปฟังเสียงเรียกของอดีต!"
ผมสูดหายใจเข้าลึก พยายามดับความโกรธและความกลัวในใจ รวบรวมสมาธิทั้งหมดลงที่รอยสักพยัคฆ์บนแผ่นหลัง มันเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาเหมือนถูกไฟลน ผมปิดตาลง... ปล่อยให้เสียงหัวใจเต้นนำทางแทนดวงตาที่อาจถูกภาพมายาหลอกลวง
ทันใดนั้น เสียงกระซิบที่เคยดังอยู่ในหัวก็เงียบลง มีเพียงเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงของพวกเราสามคน แต่เมื่อผมลืมตาขึ้นอีกครั้ง ร่างที่ไร้ผิวหนังนั่นกลับหายไป!
ทว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับทำให้หัวใจผมแทบหยุดเต้น
แทนที่จะเป็นป่าลึกที่เงียบสงัด ภาพตรงหน้าผมกลับเป็นห้องโถงกว้างของโบราณสถานแห่งหนึ่งที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด บนแท่นหินใจกลางห้องมีร่างของชายคนหนึ่งนั่งหันหลังให้เรา เขาสวมชุดทหารพรานรุ่นเก่าที่ขาดวิ่น และที่คอของเขามีสร้อยห้อยฟันเสือที่ผมจำได้ขึ้นใจ... สร้อยเส้นเดียวกับที่พ่อผมหายสาบสูญไปพร้อมกับมันเมื่อยี่สิบปีก่อน
ร่างนั้นค่อยๆ หันกลับมาอย่างเชื่องช้า
นั่นไม่ใช่พ่อ... แต่เป็นผม... ในวัยที่แก่ชราขึ้นอีกนับสิบปี และที่ข้อมือของเขามีนาฬิกาเรือนเดียวกับผม... ที่กำลังเดินถอยหลังอย่างบ้าคลั่ง!
เขายกมือขึ้นชี้มาที่หน้าอกของผม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้งที่เหมือนกับผมแทบทุกประการ
"ทางออกไม่ได้อยู่ข้างหน้า... แต่มันอยู่ในความตายของแกเอง... ขุนพล"
ผมแทบสิ้นสติเมื่อเห็นเขาง้างมือขึ้น แล้วกระชากโซ่อักขระสีแดงที่พันธนาการตัวเขาเองจนขาดสะบั้น พร้อมกับที่เพดานของโบราณสถานเริ่มถล่มลงมาทับถมพวกเราทุกคน!
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในความมืดมิดครั้งนี้นะครับ
เพชรตาเสือโบราณ
บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ•ตอนที่ 26
มิติที่บิดเบี้ยว
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!