บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ•ตอนที่ 25

เส้นทางสู่ใจกลางป่า

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
“เจ้าจะเอาอะไรไปสู้กับสิ่งที่แม้แต่ตัวเจ้าในอนาคตยังต้องสยบยอม ขุนพล?” เสียงแหบพร่าดุจใบไม้แห้งกรีดสีกันดังขึ้นจากร่างที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ใบหน้าของชายชราที่ดูเหมือนผมราวกับส่องกระจกเงาบิดเบี้ยว กำลังยกยิ้มที่มุมปาก ยิ้มที่ไม่ได้มีความเมตตา แต่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและอำนาจมืดมิดที่แผ่ซ่านจนอากาศรอบข้างหนาวเย็นยะเยือก ผมไม่รอช้า พลิกข้อมือคว้ามีดพกอาคมเล่มเก่าของพ่อจ้วงแทงเข้าที่หัวใจของมันทันที! แต่มีดนั้นกลับผ่านร่างมันไปราวกับแทงลงในกลุ่มควันสีเทา ร่างชราหายวับไปกับตา ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะก้องอยู่ในโสตประสาทที่สั่นสะเทือน ดร.รินรดาเบิกตากว้าง เธอทรุดลงกับพื้นพิงโคนต้นไม้ใหญ่ หายใจหอบถี่ มือที่เคยถือสมุดจดสั่นระริกจนแทบทำหลุดมือ “ขุนพล... เมื่อกี้มัน...” เธอพึมพำ น้ำเสียงขาดห้วง “นั่นไม่ใช่ภาพหลอนใช่ไหม? นายเห็นสิ่งที่ฉันเห็นใช่ไหม?” ผมเก็บมีดเข้าฝัก มือที่สั่นเทาเล็กน้อยถูกกำแน่นไว้ข้างกาย ผมไม่ตอบ แต่สายตาจับจ้องไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า ที่ซึ่งแนวป่าพยัคฆ์มฤตยูกำลังโอบล้อมพวกเราไว้เหมือนกรงเล็บปีศาจ “อย่าได้มองมันนาน รินรดา ยิ่งเราสงสัยในสิ่งที่เห็น จิตเราจะยิ่งเปิดช่องให้มันเข้ามาแทรกซึม” “แล้วเราจะไปต่อได้อย่างไร ในเมื่อศัตรูคนแรกที่เราต้องรบด้วย คือตัวนายเอง?” เธอตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่แฝงไว้ด้วยความแหลมคมของนักวิชาการที่พยายามหาเหตุผลในโลกที่ไร้เหตุผล ตาเฒ่าพานที่ยืนเงียบมาตลอดก็นิ่งไปนาน ก่อนจะถ่มน้ำหมากคำโตลงพื้นดินที่แห้งแล้งผิดธรรมชาติ “มันไม่ใช่ตัวนายหรอกนาแม่หนู... มันคือ ‘เงาอดีต’ ที่ป่านี้หยิบยืมมาใช้ข่มขวัญคนที่ใจยังไม่นิ่งพอ ถ้าจะผ่านเขตแดนชั้นในไปให้ได้ เราต้องทิ้ง ‘ตัวตน’ ไว้ข้างหลัง... ใครที่ยังยึดติดกับสิ่งที่เสียไป ก็เตรียมตัวเป็นปุ๋ยให้ป่านี้ได้เลย” เราเริ่มก้าวเท้าอีกครั้ง ความเงียบที่เข้าปกคลุมน่าอึดอัดกว่าเสียงคำรามของสัตว์ร้ายใดๆ ป่าชั้นในนี้ต่างออกไป ต้นไม้ใหญ่ที่นี่มีลำต้นบิดเบี้ยวคล้ายร่างมนุษย์ที่กำลังกรีดร้อง ใบไม้สีดำสนิทราวกับถูกอาบด้วยเลือดเก่าเก็บ และกลิ่นอายของอาถรรพ์ที่เข้มข้นจนผมรู้สึกได้ถึงรอยสักพยัคฆ์บนแผ่นหลังที่ร้อนผ่าว มันเต้นตุบๆ ตามจังหวะหัวใจ ราวกับว่าตัวมันเองก็กำลังตื่นกลัว... หรือกำลังหิวกระหาย? รินรดาเดินตามหลังผมมาติดๆ เธอเริ่มสังเกตเห็นบางอย่าง “ขุนพล ดูอักขระที่ต้นไม้พวกนี้สิ... มันไม่ใช่ขอมโบราณที่ฉันเคยศึกษา มันดูเหมือน... รอยแผลเป็นที่ถูกกรีดด้วยเล็บสัตว์” ผมหยุดกะทันหันก่อนจะเอื้อมมือไปสัมผัสเปลือกไม้ที่เย็นเฉียบ “ไม่ใช่รอยแผลเป็น แต่มันคือคำสาป นี่คือทางเข้าสู่ ‘สุสานมฤตยู’ ที่พ่อฉันเคยบันทึกไว้” เราเดินลึกเข้ามาจนถึงทางแยกที่มีก้อนหินขนาดใหญ่สามก้อนวางเรียงกันเป็นรูปสามเหลี่ยม ตรงกลางนั้นมีคราบเลือดแห้งกรังจางๆ ตาเฒ่าพานหยุดยืนกอดอก ใบหน้าแก่ชราฉายแววหนักใจ “ถึงแล้ว... ด่านที่สาม ถ้าเราเลือกทางผิด ร่างกายของพวกเราจะแยกออกจากวิญญาณทันที นายเป็นทหาร นายต้องเลือก ทางไหนที่ ‘สัญชาตญาณ’ ของนายบอกว่าใช่?” ผมหลับตาลง พยายามปิดกั้นความคิดทุกอย่าง ปล่อยให้ความมืดมิดในใจนำทาง สัญชาตญาณในฐานะพรานและทหารพรานเตือนผมถึง ‘ความว่างเปล่า’ ที่อยู่ปลายทางหนึ่ง แต่อีกทางหนึ่งกลับมีกลิ่นหอมของดอกไม้ป่าที่คุ้นเคย... กลิ่นที่แม่เคยใช้ทำเครื่องหอมในบ้านเมื่อตอนผมยังเด็ก “ทางซ้าย...” ผมเอ่ยขึ้น แต่ทว่ารินรดาที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับแย้งขึ้นมาทันที “ไม่... ขุนพล ดูนั่นสิ!” เธอชี้ไปที่พื้นดินทางขวา ที่นั่นมีรอยเท้าคนเดินย่ำผ่านหญ้าไปเป็นทาง “มีคนเพิ่งเดินผ่านไปเมื่อไม่กี่นาทีนี้เอง รอยเท้าพวกนี้... มันสดเกินกว่าจะเป็นเรื่องลี้ลับ” ผมมองตามรอยเท้านั้น หัวใจกระตุกวูบ รอยเท้านั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว... มันคือรอยเท้าของ ‘พ่อ’ ที่ขาดนิ้วก้อยไปข้างหนึ่ง ซึ่งเป็นลักษณะที่ผมจำได้แม่นยำที่สุดในชีวิต “พ่อ...” ผมหลุดปากออกมา ร่างกายตอบสนองเร็วกว่าความคิด ผมก้าวพรวดพราดไปทางขวาทันทีโดยไม่ฟังคำเตือนของตาเฒ่าพาน “ขุนพล! อย่า!” เสียงตะโกนของรินรดาหายลับไปในความมืดที่ดูดกลืนร่างของผมเข้าไป วินาทีที่ผมก้าวข้ามแนวก้อนหิน บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผมไม่ได้อยู่ในป่าอีกต่อไป แต่กลับมาโผล่กลางห้องโถงหินที่เต็มไปด้วยเทียนนับพันเล่ม ที่ใจกลางห้องนั้น มีร่างชายคนหนึ่งนั่งหันหลังให้ผม เขาสวมชุดลายพรางทหารเก่าๆ เหมือนที่พ่อเคยใส่เป๊ะไม่มีผิดเพี้ยน “ขุนพล... ลูกมาสายไปหน่อยนะ” เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความโหยหา ผมเดินเข้าไปใกล้หัวใจเต้นรัวด้วยความดีใจและระแวงในคราวเดียวกัน “พ่อ! นั่นพ่อจริงๆ ใช่ไหม? ผมตามหาพ่อมานานเหลือเกิน!” เขาลุกขึ้นช้าๆ ร่างนั้นค่อยๆ หันกลับมา แต่ทว่า... สิ่งที่ผมเห็นกลับไม่ใช่ใบหน้าของพ่อ แต่มันเป็นเพียงความว่างเปล่าที่มี ‘ดวงตา’ หลายร้อยดวงกะพริบถี่ๆ อยู่ในหลุมดำนั้น! มันไม่ใช่พ่อ มันคือเครื่องรางโบราณที่ขยับเขยื้อนอยู่ภายใต้เศษซากเนื้อหนังที่เน่าเปื่อย ประตูทางเข้าห้องโถงปิดสนิทลงพร้อมกับเสียงล็อคจากกลไกโบราณที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งป่า ผมถูกขังอยู่กับสิ่งที่อ้างตนว่าเป็นพ่อ... ในขณะที่รินรดาและตาเฒ่าพานหายไปอย่างไร้ร่องรอย และวินาทีนั้นเอง เสียงที่ดังมาจากความมืดหลังกำแพงหินก็ทำให้ผมต้องหยุดหายใจ “ข้าบอกเจ้าแล้วไง... ว่าร่างนี้ จะเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์” ร่างนั้นก้าวออกมาจากเงามืดอีกครั้ง... ไม่ใช่พ่อ ไม่ใช่ปีศาจ แต่เป็นตัวผมเอง... ในสภาพที่ไร้ผิวหนังและถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนอักขระสีแดงฉาน! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันโหดร้ายนี้ไปกับผมด้วยใจจริงนะครับ เพชรตาเสือโบราณครับ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%