บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ•ตอนที่ 24

การเผชิญหน้าครั้งแรก

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
คมดาบโบราณเย็นเยียบแตะอยู่ที่ลำคอของผม กลิ่นสาบสางของเลือดและกลิ่นคาวสนิมที่อบอวลอยู่บนใบดาบนั้นรุนแรงจนชวนให้อาเจียน ดวงตาของพ่อ... ชายผู้เป็นดั่งวีรบุรุษในความทรงจำของผม บัดนี้กลับไร้ซึ่งแววตาของมนุษย์ มันเป็นเพียงหลุมดำที่ว่างเปล่า สะท้อนภาพเงาของผมที่กำลังสั่นสะท้านด้วยสัญชาตญาณ "พ่อครับ... นี่ผมเอง ขุนพล" ผมกระซิบ เสียงของผมแหบพร่า แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่ดวงตาคู่นั้น หวังจะเห็นเศษเสี้ยวของความรักที่เคยมีให้กัน "ขุนพล... ชื่อที่แสนจืดชืด" พ่อเอ่ยตอบ แต่น้ำเสียงที่หลุดออกมานั้นไม่ใช่เสียงของคนแก่ หากแต่เป็นเสียงทุ้มต่ำที่ก้องกังวานราวกับออกมาจากหุบเหว สลับกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณนับร้อย "ร่างนี้มีไว้เพื่อรองรับอำนาจพยัคฆ์... ไม่ใช่เพื่อความผูกพันไร้สาระ!" สิ้นคำ ดาบในมือพ่อก็ขยับวูบ ผมก้มหัวหลบตามสัญชาตญาณทหารพราน คมดาบเฉือนผ่านอากาศที่เต็มไปด้วยไอหมอกสีเลือด ผมดีดตัวถอยหลังไปสามก้าว ลมหายใจหอบถี่ ดร.รินรดาที่หลบอยู่หลังต้นไทรใหญ่เบิกตากว้าง เธอคว้าปืนพกขึ้นมา แต่ผมยกมือห้ามไว้ทันที "อย่าครับริน! นั่นพ่อผม" "แต่นั่นไม่ใช่พ่อคุณแล้วขุนพล! ดูรอยสักที่คอเขาสิ!" รินรดาตะโกนตอบ เธอชี้ให้เห็นลวดลายอักขระสีดำที่กำลังเลื้อยผ่านผิวหนังบนลำคอของชายตรงหน้า มันขยับได้... มันราวกับอสรพิษที่กำลังหิวโหย ในจังหวะนั้นเอง เงามืดที่อยู่หลังแผ่นหลังของพ่อก็เริ่มก่อตัว มันไม่ใช่เงาจากแสงอาทิตย์ แต่เป็นกลุ่มก้อนพลังงานสีดำทมิฬที่บิดเบี้ยว สมุนของจอมขมังเวทสามคนก้าวออกมาจากความมืดมิดของพงไพร รูปร่างของพวกมันผอมโซจนเห็นกระดูก แต่ดวงตากลับลุกโชนด้วยไฟอาถรรพ์ มือของพวกมันถือโซ่ตรวนที่ทำจากกระดูกสัตว์ "จับตัวมันมา" เสียงหนึ่งสั่งการมาจากเงามืดที่ลึกที่สุด ชายสมุนพุ่งเข้าใส่ผมราวกับเสือหิว ความเร็วของพวกมันเกินกว่ามนุษย์ปกติจะทำได้ ผมคว้ามีดสั้นประจำกายขึ้นมาปัดป้อง แรงกระแทกจากการปะทะทำให้แขนผมชาหนึบ นี่ไม่ใช่การต่อสู้ด้วยกำลังกาย แต่มันคือการปะทะด้วยพลังเวทที่ฝังอยู่ในรอยสักของผม "ตาเฒ่าพาน! พารินหนีไป!" ผมตะโกนลั่น พร้อมกับหมุนตัวเตะเข้าที่ก้านคอของสมุนคนหนึ่ง แต่มันกลับไม่สะทกสะท้าน มันคว้าขาผมไว้ด้วยมือที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง "ข้าไม่ทิ้งเจ้าหรอกไอ้หนู!" ตาเฒ่าพานตะโกนสวนกลับพร้อมกับหยิบยันต์เกราะเพชรออกมาจากย่าม เขาเริ่มบริกรรมคาถาเสียงดังจนป่ารอบข้างสั่นสะเทือน "มึงจำไว้ไอ้พวกเดรัจฉาน! ผืนป่านี้ยังมีเจ้าของ!" ผมรวบรวมสมาธิ ปล่อยให้พลังจากรอยสักพยัคฆ์บนแผ่นหลังไหลเวียนไปทั่วร่าง ความร้อนผ่าวแล่นผ่านเส้นเลือด ผมไม่ได้สู้เพื่อฆ่า แต่สู้เพื่อหยุดยั้งคนตรงหน้า ผมพุ่งเข้าชาร์จพ่อที่กำลังรำดาบเข้าใส่ผมอย่างบ้าคลั่ง เราสองคนคลุกวงใน ทั้งเตะ ทั้งต่อย เสียงปะทะของเนื้อหนังดังสนั่นหวั่นไหว "ปล่อย... ออกไป..." พ่อคำรามในลำคอ ดวงตาของท่านเริ่มมีหยดน้ำตาไหลออกมาผสมกับไอสีดำ "พ่อครับ! ผมอยู่นี่!" ผมคว้าข้อมือพ่อไว้แน่น ทั้งที่รู้ว่านั่นจะทำให้พลังอาถรรพ์ของท่านย้อนกลับมาทำร้ายผม แต่ผมไม่สน รอยสักพยัคฆ์บนตัวผมเริ่มเรืองแสงสีทองสู้กับไอสีดำที่พยายามจะครอบงำพ่อ วินาทีที่ผิวหนังเราสัมผัสกัน กระแสไฟฟ้ามหาศาลพุ่งเข้าสู่ร่างผม ภาพความทรงจำที่บิดเบี้ยวของพิธีกรรมโบราณไหลบ่าเข้ามา พ่อไม่ได้ถูกควบคุม แต่พ่อกำลังทำพิธีสะกดตัวเองเพื่อไม่ให้ 'บางสิ่ง' ที่อยู่ในตัวท่านหลุดออกมาทำลายโลก ทว่า ในขณะที่ผมกำลังจะถึงจุดสมดุล พ่อกลับเปลี่ยนสีหน้าจากที่กำลังทรมานเป็นยิ้มแสยะที่น่าสยดสยอง ท่านตวัดมือที่ว่างอยู่คว้าลำคอของผมไว้แน่น แรงบีบนั้นมหาศาลจนผมแทบขาดใจ "ขอบใจที่มอบตัวเจ้ามาให้ข้า..." พ่อกระซิบข้างหูผม เสียงนั้นไม่ใช่เสียงพ่ออีกต่อไป แต่เป็นเสียงของใครบางคนที่ผมเกลียดชังที่สุดในชีวิต "ข้ากำลังขาดร่างที่สมบูรณ์พอจะรองรับวิญญาณของจอมขมังเวทพอดี" ผมเบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยสักสีดำบนคอพ่อเริ่มย้ายมาที่มือของท่าน... และมันกำลังเลื้อยผ่านแขนผม เข้ามายังผิวหนังของผมอย่างรวดเร็ว! ดร.รินรดากรีดร้องเมื่อเห็นร่างผมเริ่มถูกความมืดกลืนกิน ทว่าก่อนที่สติของผมจะดับวูบไป มีเสียงหนึ่งดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท มันเป็นเสียงกระซิบที่แผ่วเบาแต่กึกก้อง... เสียงของแม่ที่ผมไม่ได้ยินมานานนับยี่สิบปี 'ขุนพล... อย่าลืมว่าเจ้าไม่ใช่แค่ทายาทของเสือ... แต่เจ้าคือผู้คุมขังพยัคฆ์มฤตยู' ทันใดนั้นเอง แผ่นหลังของผมก็ร้อนผ่าวราวกับถูกไฟเผา รอยสักพยัคฆ์ของผมไม่ได้เลือนหายไป แต่มันกลับขยายตัวออกมาเป็นรูปเสือโคร่งขนาดใหญ่ที่โอบล้อมร่างผมไว้ พลังงานสีทองระเบิดออกจนสมุนขมังเวททั้งหมดกระเด็นไปคนละทิศละทาง แม้แต่พ่อก็ยังถูกแรงอัดนั้นเหวี่ยงออกไปจนร่างกระแทกกับโขดหิน ผมยืนหอบหายใจอยู่กลางวงล้อม ความรู้สึกที่เคยหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบเยือกเย็นที่แล่นผ่านหัวใจ ผมมองลงมาที่มือของตัวเอง รอยสักอักขระไม่ได้อยู่ใต้ผิวหนังอีกต่อไป แต่มันเริ่ม 'ขยับ' และมีชีวิตจริง ๆ บนร่างกายของผม และในตอนนั้นเอง ที่ร่างเงาในชุดคลุมยาวสีดำสนิทก้าวออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ มันปรบมือเบาๆ เสียงปรบมือที่ฟังดูนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความอำมหิต "ยอดเยี่ยม... ยอดเยี่ยมมาก ขุนพล" ร่างนั้นก้าวเข้ามาจนเห็นใบหน้าที่แท้จริงภายใต้ฮู้ด... มันเป็นใบหน้าที่ผมจำได้แม่นยำที่สุด เพราะมันคือใบหน้าของตัวผมเองที่แก่ชรากว่านี้อีกหลายสิบปี "ขอบใจที่ปลุกพลังของเจ้าขึ้นมาให้ข้า... เพราะตอนนี้ ร่างกายนี้ ก็พร้อมจะเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์แล้ว" ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันยาวไกลนี้ไปกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ - เพชรตาเสือโบราณ -
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%