บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ•ตอนที่ 30

ความลับใต้ฐานหิน

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
"พ่อ... งั้นหรือ?" เสียงของขุนพลสั่นพร่า ร่างกำยำของอดีตทหารพรานยืนนิ่งดุจรูปปั้นหิน ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับในโถงถ้ำใต้ฐานศิลาแลง อาการสั่นระริกที่ปลายนิ้วบ่งบอกถึงพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำอยู่ภายใน ดร.รินรดาขยับเข้าไปใกล้ด้วยความระมัดระวัง เธอเห็นแผ่นหลังกว้างของเขาสั่นไหว ดวงตาคมดุจพยัคฆ์ที่เคยนิ่งสงบ บัดนี้กลับฉายแววแตกสลาย "คุณขุนพลครับ ตั้งสติหน่อย" ตาเฒ่าพานกระซิบเสียงต่ำ มือเหี่ยวกร้านจับกระบอกไม้ไผ่ที่บรรจุของขลังแน่น "อย่าให้เสียงเรียกที่ไร้ที่มานั่นกลืนกินจิตวิญญาณของคุณ นี่เป็นกับดักของพวกเดรัจฉานวิชา มันต้องการให้คุณเสียสมาธิก่อนจะถึงประตูชั้นใน" ขุนพลหันขวับ สายตาของเขามืดมนดั่งก้นบึ้งของมหาสมุทร เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระจัดกระจายกลับคืนสู่ร่าง "มันไม่ใช่แค่เสียงลมพาน... มันเป็นเสียงที่ผมรอคอยมาตลอดสิบปี เสียงที่ผมสาบานไว้ว่าจะต้องตามหาความจริงให้พบ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม" เขาเดินตรงไปยังแท่นหินใจกลางโถง ซึ่งมีร่องรอยการแกะสลักอักขระขอมโบราณที่ส่องประกายเรืองรองราวกับมีชีวิต รินรดาคว้าไฟฉายส่องกราดไปตามรอยลึกเหล่านั้น พลางขมวดคิ้วแน่น "มันไม่ใช่แค่จารึกบันทึกประวัติศาสตร์ทั่วไป แต่นี่คือ 'แผนผังเลือด'" รินรดากล่าว พลางไล้นิ้วผ่านรอยสลักที่ดูเหมือนลายเส้นของรอยสักพยัคฆ์บนแผ่นหลังของขุนพล "ขุนพลครับ ดูนี่สิ รอยบากตรงจุดนี้... มันตรงกับตำแหน่งยันต์พยัคฆ์บนตัวคุณเป๊ะเลย" ขุนพลถอดเสื้อตัวนอกออก เผยให้เห็นรอยสักสีหมึกดำที่ดูเหมือนจะขยับเขยื้อนได้ยามที่แสงไฟกระทบ เขาแตะมือลงบนจารึกหินทันที ความรู้สึกเหมือนกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านเข้าสู่กระดูกสันหลังทำให้เขาต้องกัดฟันแน่น ภาพนิมิตที่พร่าเลือนเริ่มปรากฏชัด—ชายร่างสูงในชุดพรานเก่าคร่ำ สวมสร้อยประคำที่สลักเป็นรูปหัวพยัคฆ์ กำลังยืนทำพิธีปิดผนึกบางอย่างอยู่ตรงหน้าแท่นหินนี้ "เขาไม่ได้หายสาบสูญไปเฉยๆ" ขุนพลพึมพำ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเคียดแค้น "เขากำลังปกป้องบางอย่าง... ปกป้องความลับของรอยสักพยัคฆ์ที่ไม่ควรมีใครได้ครอบครอง" "ถ้าเช่นนั้น พ่อของคุณก็คือ 'ผู้พิทักษ์คนสุดท้าย' ของกลุ่มพยัคฆ์ทมิฬ" ตาเฒ่าพานวิเคราะห์ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยย่นเคร่งเครียดขึ้นกว่าเดิม "แต่ถ้าเขารู้ความลับนี้จริง แล้วเหตุใดเขาถึงทอดทิ้งคุณไปในดงพรายแห่งนี้ หรือว่า..." ยังไม่ทันที่ตาเฒ่าพานจะพูดจบ แผ่นดินใต้เท้าก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แท่นหินที่ขุนพลสัมผัสอยู่ค่อยๆ แยกตัวออก เผยให้เห็นโพรงมืดมิดที่พุ่งไอเย็นเยียบออกมา มันไม่ใช่แค่ไอเย็นของธรรมชาติ แต่เป็นไออาคมที่เข้มข้นจนขนลุกซู่ รินรดารีบฉายไฟเข้าไปข้างใน สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่ทองคำหรือสมบัติโบราณ แต่มันคือหีบไม้จันทน์หอมที่ถูกล่ามด้วยโซ่ตรวนที่ทำจากกระดูกสัตว์ รอยจารึกที่อยู่รอบหีบนั้นสลักคำสาปแช่งที่รุนแรงเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะอ่านออกโดยไม่เสียสติ "อย่าเปิดมัน!" ขุนพลร้องเตือน แต่ทว่า... จังหวะที่เขากำลังจะดึงมือกลับ รอยสักพยัคฆ์บนแผ่นหลังของเขากลับร้อนผ่าวราวกับถูกไฟเผา มันเริ่มแผ่รังสีสีดำออกมาครอบคลุมโถงถ้ำ บังคับให้มือของเขาเลื่อนไปแตะที่ฝาหีบโดยไม่อาจควบคุมได้ "ขุนพล! หยุด!" รินรดาตะโกนสุดเสียง แต่เสียงของเธอถูกกลบด้วยเสียงคำรามกึกก้องที่ไม่ได้มาจากปากของมนุษย์ แต่มาจากความว่างเปล่าเบื้องหน้า เมื่อฝาหีบไม้จันทน์ถูกงัดออกเพียงเสี้ยวหนึ่ง หมอกควันสีเลือดก็พวยพุ่งออกมาทันที ท่ามกลางหมอกนั้น ร่างเงาของชายผู้หนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้น เค้าโครงหน้าของเขาช่างคุ้นตาจนขุนพลแทบหยุดหายใจ ชายผู้นั้นสวมหมวกปีกกว้างแบบพรานป่าและมีรอยสักพยัคฆ์ที่เหมือนกับของขุนพลทุกประการ... ไม่ผิดแน่ นี่คือพ่อของเขาที่หายตัวไปเมื่อสิบปีก่อน! ทว่าสิ่งที่น่าขนลุกยิ่งกว่าคือดวงตาของชายผู้นั้น ที่บัดนี้กลายเป็นสีดำสนิทไร้แววตา และที่ลำคอของเขามีรอยบาดแผลที่ดูเหมือนถูกกระชากด้วยกรงเล็บขนาดมหึมา "ลูกรัก..." เสียงแหบพร่าดังกังวานในหัวของขุนพล พร้อมกับที่ร่างนั้นค่อยๆ เคลื่อนตัวออกมาจากหีบ "เจ้ากลับมาตามหาพ่อ... แต่เจ้าลืมไปแล้วหรือว่า การตามหาความจริงในป่าพรายแห่งนี้ มีราคาที่ต้องจ่ายด้วยวิญญาณ" สิ้นคำพูดของร่างเงา รอยสักบนหลังของขุนพลก็กระชากร่างเขาให้หมุนกลับไปเผชิญหน้ากับศัตรูที่ยืนดักรออยู่ตรงปากทางเข้าถ้ำ ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็น 'จอมขมังเวทเงามืด' ที่กำลังถือมีดอาคมจ่อที่คอของรินรดา พร้อมรอยยิ้มเย้ยหยันที่สะท้อนกับแสงไฟฉาย "ยินดีด้วยที่คุณพบมันแล้ว ขุนพล" จอมขมังเวทกระซิบ แววตาอำมหิตจ้องมองไปยังหีบไม้จันทน์ "ตอนนี้ ส่ง 'พยัคฆ์มฤตยู' ในหีบนั่นมาให้ข้า แล้วข้าจะยอมปล่อยผู้หญิงคนนี้ไป... หรือไม่ เจ้าก็เลือกว่าจะเห็นพ่อของเจ้า สังหารคนรักของเจ้าด้วยมือของเขาเอง!" ขุนพลนิ่งค้าง มือหนึ่งกุมหีบแห่งความลับ อีกมือหนึ่งกำปืนแน่น ในใจเขากำลังเต้นเป็นจังหวะแห่งความเป็นความตาย ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับผมในความมืดมิดครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ เพชรตาเสือโบราณ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%