"หยุดเท้าเสียขุนพล... ถ้าไม่อยากให้วิญญาณของพวกเราต้องกลายเป็นเครื่องสังเวยเฝ้าศาลนี้ไปเสียก่อน"
เสียงแหบพร่าของตาเฒ่าพานดังขึ้นพร้อมกับมือเหี่ยวกร้านที่คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของขุนพล ชายหนุ่มชะงักฝีเท้าทันที ความเงียบงันที่ผิดธรรมชาติเข้าครอบงำพื้นที่โดยรอบราวกับผืนป่าแห่งนี้ถูกสูบเอาสรรพเสียงออกไปจนหมดสิ้น แม้แต่เสียงนกแมลงที่เคยส่งเสียงระงมกลับเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง
เบื้องหน้าของพวกเขา คือโครงสร้างไม้เก่าคร่ำคร่าที่ดูเหมือนศาลเจ้าโบราณขนาดกะทัดรัด แต่สิ่งที่ทำให้ดร.รินรดาถึงกับก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวคือ 'ร่องรอย' ที่ปรากฏอยู่รอบศาล ไม้กระดานผุพังถูกตอกตรึงด้วยยันต์หนังเสือที่เปื้อนคราบเลือดแห้งกรัง รอบศาลเจ้ามีอาคมขีดวงกลมไว้ แต่สิ่งที่อยู่ภายในวงกลมนั้นไม่ใช่พระพุทธรูปหรือเทวรูปทั่วไป หากแต่เป็นเครื่องรางที่ทำจากกระดูกสัตว์สลักลายอักขระขอมโบราณที่ดูบิดเบี้ยวและน่าขนลุก
"นี่มันไม่ใช่ศาลเจ้าของชาวบ้านในพื้นที่..." รินรดากระซิบ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยขณะหยิบแว่นขยายขึ้นส่องดูอักขระที่ศาล "ขุนพล ดูนี่สิ นี่ไม่ใช่ภาษาสรรเสริญเทพเจ้า แต่มันคือคำสาปแช่ง... ใครบางคนสร้างที่นี่เพื่อกักขังบางอย่างไว้ ไม่ใช่เพื่อให้คนมากราบไหว้"
ขุนพลไม่ได้ตอบทันที เขากวาดสายตาคมกริบสำรวจโดยรอบ มือขวาเลื่อนลงไปแตะด้ามปืนพกข้างเอวโดยสัญชาตญาณ รอยสักรูปยันต์พยัคฆ์บนแผ่นหลังของเขารู้สึกร้อนผ่าวราวกับมีถ่านไฟแดงๆ มาวางนาบ มันคือสัญญาณเตือนภัยที่เขาไม่เคยเมินเฉย
"ตาเฒ่า... ในบันทึกของพ่อผม เคยพูดถึงที่นี่บ้างไหม" ขุนพลถามเสียงเรียบแต่หนักแน่น
ตาเฒ่าพานกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ดวงตาฝ้าฟางจ้องมองเครื่องรางกระดูกเหล่านั้นอย่างหวาดหวั่น "สมัยก่อนข้าเคยได้ยินผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่า มีพวกจอมขมังเวทนอกรีตกลุ่มหนึ่งที่พยายามทำพิธีดึงวิญญาณเสือสมิงมาเป็นข้ารับใช้ พวกมันไม่ได้ต้องการบูชา แต่ต้องการ 'สยบ' ...และศาลเจ้าร้างแห่งนี้ คือคุกที่ใช้คุมขังพยัคฆ์มฤตยูตนนั้นไว้ หากเราเข้าไปรบกวนอาคมที่เสื่อมสภาพ พวกเราทุกคนอาจไม่ได้เดินกลับออกไปจากที่นี่"
รินรดาสังเกตเห็นบางอย่างที่มุมหนึ่งของศาล "เดี๋ยวค่ะ! ดูนั่น... ที่ฐานศาล มีรอยขีดเขียนใหม่!"
เธอขยับเข้าไปใกล้โดยไม่ฟังคำทัดทาน ขุนพลรีบปราดเข้าไปประคองหลังเธอไว้ สายตาจับจ้องทุกย่างก้าว ที่ฐานศาลมีรอยสลักเป็นรูป 'เพชรตาเสือ' ที่มีรอยบากเป็นรูปกากบาททับรอยเดิม ขุนพลถึงกับเบิกตากว้างเมื่อเห็นลายเซ็นสัญลักษณ์ประจำตัวของพ่อเขาที่สลักไว้ด้วยรอยแผลเป็นบนไม้
"พ่อไม่ได้มาที่นี่เพื่อสำรวจ..." ขุนพลครางเบาๆ "พ่อมาเพื่อทำลายมัน"
ขณะที่ขุนพลเอื้อมมือไปแตะรอยสลักนั้นเอง ความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน! เสียงลมหวีดหวิวพัดผ่านศาลเจ้าร้างราวกับเสียงโหยหวนของสัตว์ร้าย เครื่องรางกระดูกที่เคยนิ่งสนิทกลับสั่นไหวและส่งเสียงลั่นดัง 'กร๊อบ' ราวกับกระดูกคนหัก
"ถอยออกมา!" ขุนพลคำราม พร้อมผลักรินรดาหลบไปด้านข้าง
ทว่าสายไปเสียแล้ว หมอกสีดำสนิทพวยพุ่งออกมาจากใต้ฐานศาลราวกับถูกเปิดฝาโลง ผืนป่ารอบข้างที่เคยเงียบสงัดพลันเต็มไปด้วยดวงตาสีอำพันนับสิบคู่ที่จ้องมองมาจากความมืดมิดของพุ่มไม้ ขุนพลชักปืนขึ้นเตรียมยิง แต่เขากลับต้องชะงักค้างเมื่อเห็นร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงามืดหลังศาลเจ้า
ชายร่างสูงในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนไว้ใต้หน้ากากพยัคฆ์โบราณ เขากำลังถือเครื่องรางชิ้นหนึ่งที่ขุนพลคุ้นตาดีที่สุดในชีวิต... มันคือเครื่องราง 'เพชรตาเสือ' ชิ้นที่พ่อของเขาหายสาบสูญไปพร้อมกับมัน
"เฝ้ารอมาเนิ่นนาน... ในที่สุดสายเลือดของไอ้คนทรยศก็เดินทางมาส่งมอบกุญแจชิ้นสุดท้ายให้ถึงที่" เสียงของชายชุดดำดังก้องกังวานราวกับออกมาจากห้วงลึกของป่า
ขุนพลกำหมัดแน่น เลือดในกายพลุ่งพล่าน "มึงเป็นใคร และพ่อกูอยู่ที่ไหน!"
ชายชุดดำหัวเราะร่วน ก่อนจะชี้ปลายมีดสั้นอาคมมาที่อกของขุนพล "อยากรู้หรือ? ถ้าเช่นนั้นก็จงเอาชีวิตเข้าแลก เพื่อเปิดประตูเมืองลับแลด้วยตัวของเจ้าเองเถิด!"
ทันใดนั้นเอง ชายชุดดำก็กระแทกมีดลงบนเครื่องรางในมือ แสงสีเลือดสาดกระจายไปทั่วป่า พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของขุนพลเริ่มยุบตัวลงเผยให้เห็นโลงศิลาโบราณที่ฝังอยู่ลึกนับสิบเมตร และสิ่งที่นอนสงบนิ่งอยู่ในโลงนั้น ทำให้หัวใจของขุนพลแทบหยุดเต้น... ร่างของชายผู้หนึ่งที่สวมชุดทหารพรานเก่าคร่ำ... ผู้ที่เขาทั้งรักและตามหามาตลอดสิบปี!
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในความมืดมิดของพงไพรนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ•ตอนที่ 8
ศาลเจ้าร้างกลางป่า
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!