"ลดปืนลงเสียเถิดพ่อหนุ่ม... ดินปืนน่ะมันเอาไว้ไล่สัตว์ ไม่ได้เอาไว้ไล่สิ่งที่เจ้ายังมองไม่เห็นหรอก"
เสียงแหบพร่าดั่งใบไม้แห้งเสียดสีกันดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลังพุ่มหนาม ขุนพลไม่ยอมลดลำกล้องปืนลง เขายืนนิ่งราวกับรูปปั้นสลักที่ผ่านการกรำศึกมาอย่างโชกโชน หัวใจในอกเต้นเป็นจังหวะหนักหน่วงที่ไม่ได้เกิดจากความกลัว แต่มันคือสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่กำลังประเมินภัยคุกคาม
ร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงามืดของแมกไม้ เขาคือชายชราในชุดม่อฮ่อมซีดจางจนเกือบเป็นสีขาว ร่างกายผอมเกร็งราวกับกิ่งไม้แห้ง หากแต่แววตานั้นกลับวาวโรจน์ดุจตาของสัตว์ป่าที่ผ่านการล่ามานับไม่ถ้วน มือเหี่ยวย่นข้างหนึ่งถือไม้เท้าหัวกะโหลกสัตว์ที่ดูเก่าคร่ำคร่า
"คุณเป็นใคร" ขุนพลถาม เสียงเรียบเย็นแต่กดต่ำ
"คนนำทาง... หรือคนหลงทางในดงพยัคฆ์ ก็น่าจะเรียกได้ทั้งสองอย่างนั่นแหละ" ชายชราแสยะยิ้ม เผยให้เห็นฟันที่เหลือเพียงไม่กี่ซี่ "ข้าชื่อพาน... และข้าเห็นพวกเจ้าวนเวียนอยู่ที่ชายป่านี่มาสามวันแล้ว พ่อหนุ่มรอยสักนั่นน่ะ... พยัคฆ์มฤตยูน่ะ มันไม่ได้ถูกวาดไว้บนผิวหนังเพื่อให้เจ้าเดินหลงทางอยู่ในอาถรรพ์ของมันหรอกนะ"
ดร.รินรดา ซึ่งยืนอยู่ข้างหลังขุนพลขยับแว่นสายตา สายตาของเธอจ้องมองชายชราอย่างระแวดระวัง เธอเป็นนักวิทยาศาสตร์ แต่เมื่อเผชิญกับเหตุการณ์ประหลาดในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ความเชื่อมั่นในตรรกะของเธอก็สั่นคลอนอย่างรุนแรง
"คุณพานคะ" รินรดาแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่หนักแน่น "เรารู้ว่าพื้นที่นี้เป็นเขตหวงห้ามและอันตรายมาก แต่เรามีภารกิจที่ต้องทำ หากคุณรู้เส้นทางจริง เรายินดีจะตอบแทนด้วยทุกอย่างที่ต้องการ"
ตาเฒ่าพานหัวเราะหึๆ ในลำคอ เขาหันมามองหญิงสาว สายตาคู่นั้นกวาดมองไปทั่วร่างของเธอราวกับกำลังอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่ถูกซ่อนไว้ใต้ผิวหนัง "ความรู้คืออาวุธที่น่ากลัวกว่าปืนในมือพ่อหนุ่มนี่เสียอีก แม่หนู... แต่จงจำไว้ ดงพยัคฆ์ไม่ได้ต้องการทองคำหรือเงินตรา มันต้องการ 'ชีวิต' ของคนที่บังอาจก้าวล่วงเข้าไป"
ขุนพลลดปืนลงช้าๆ แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่มือของตาเฒ่าพานที่ไม่เคยอยู่ห่างจากย่ามเก่าๆ ที่สะพายอยู่เลย "ถ้าคุณรู้ทาง แล้วทำไมต้องรอให้เราเดินหลงจนเกือบตายอยู่ที่นี่"
ตาเฒ่าพานหุบยิ้ม ดวงตาคู่นั้นดูลึกลับขึ้นทันตา "เพราะเครื่องรางพยัคฆ์ที่เจ้าตามหาน่ะ มันไม่ได้อยู่เฉยๆ หรอกนะ มันกำลัง 'เลือก' เจ้าของใหม่... และดูเหมือนว่ามันจะรอนายมานานเกินไปแล้ว พ่อขุนพล"
คำเรียกชื่อของเขาทำให้ขุนพลชะงัก รอยสักยันต์พยัคฆ์ที่แผ่นหลังเริ่มรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างประหลาด ราวกับมันกำลังตอบรับกับคำพูดของชายชราผู้นี้ ขุนพลสูดลมหายใจลึก เขาจำได้ว่าพ่อเคยเล่าเรื่องพรานเฒ่าที่สามารถคุยกับพยัคฆ์ได้ แต่นั่นมันก็แค่เรื่องเล่าก่อนนอนไม่ใช่หรือ
"นำทางไป" ขุนพลเอ่ยสั้นๆ
"ขุนพล! เรายังไม่รู้เลยว่าเขาเป็นใครไว้ใจได้แค่ไหน" รินรดาขยับเข้ามาใกล้ กระซิบเตือนด้วยความกังวล
"ถ้าเราไม่ไปกับเขา เราก็ต้องตายอยู่ที่นี่ด้วยวิธีที่อธิบายไม่ได้" ขุนพลตอบเสียงต่ำ "อย่างน้อยเขาก็รู้ว่าฉันชื่ออะไร และรู้เรื่องรอยสักนี้... นั่นเพียงพอแล้วสำหรับสถานการณ์แบบนี้"
การเดินทางเริ่มต้นขึ้นภายใต้แสงสลัวของป่าทึบ ตาเฒ่าพานเดินนำหน้าโดยไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้า กระทั่งใบไม้แห้งใต้ฝ่าเท้าก็แทบไม่ขยับ ขุนพลและรินรดาเดินตามอย่างระมัดระวัง ทุกก้าวย่างของป่าแห่งนี้ดูเปลี่ยนไป ราวกับต้นไม้รอบข้างกำลังเขยิบเคลื่อนที่เพื่อปิดกั้นทางถอยของพวกเขา
"อย่าเผลอหันหลังกลับไปมองเด็ดขาด" ตาเฒ่าพานเอ่ยเตือนโดยไม่หันมามอง "ป่านี้มีตา... และมันเกลียดคนที่ลังเล"
รินรดาพยายามหยิบเข็มทิศออกมาดู แต่มันกลับหมุนคว้างไม่หยุดนิ่ง เธอรู้สึกถึงแรงกดอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันราวกับมีพายุลูกใหญ่กำลังก่อตัวภายในใจกลางป่า ทันใดนั้น ตาเฒ่าพานก็หยุดชะงักกะทันหัน
เขายกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ทั้งสองหยุดนิ่ง ขุนพลรีบชักปืนขึ้นมาอีกครั้ง สายตาของเขาจ้องเขม็งไปข้างหน้า สิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่สัตว์ป่า แต่เป็นค่ายกลอักขระโบราณที่สลักไว้บนก้อนหินมหึมากลางทางเดิน มันดูสดใหม่ราวกับเพิ่งถูกกรีดด้วยเล็บของสัตว์ร้ายที่ดุร้ายที่สุด
"ถึงเวลาที่เจ้าต้องเลือกแล้ว" ตาเฒ่าพานหันกลับมา แววตาของเขาไม่ได้ดูไร้เดียงสาเหมือนเมื่อครู่ แต่กลับมีความเย็นยะเยือกที่ทำให้ขุนพลขนลุกชัน "เลือดของตระกูลเจ้าคือกุญแจเดียวที่จะเปิดทางผ่านดงพยัคฆ์นี้ไปได้... จงเลือกเอาว่าจะหลั่งเลือดตัวเอง หรือจะให้ข้าเป็นคนจัดการให้"
ขุนพลมองเห็นเงาร่างบางอย่างที่เคลื่อนไหวอยู่หลังก้อนหิน มันไม่ใช่คน และไม่ใช่สัตว์ มันคือร่างโปร่งแสงที่คอยดักซุ่มอยู่ท่ามกลางเงาไม้ ดวงตาคู่นั้นจ้องมองมาที่ขุนพลด้วยความโหยหา
และเมื่อขุนพลหันไปมองตาเฒ่าพานอีกครั้ง เขาก็ต้องตะลึงงัน... เพราะในย่ามที่เปิดอ้าของชายชรา สิ่งที่อยู่ภายในนั้นไม่ใช่เครื่องรางหรือสมุนไพร แต่มันคือป้ายชื่อไม้สลักที่คุ้นตาเป็นที่สุด ป้ายชื่อของพ่อเขา... ที่ควรจะหายสาบสูญไปพร้อมกับร่างในป่าลึกเมื่อยี่สิบปีก่อน!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับผมในความมืดมิดของพงไพรนี้ด้วยกันนะครับ
เพชรตาเสือโบราณ
บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ•ตอนที่ 7
พรานนำทางผู้น่าสงสัย
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!