"วางมีดนั่นลงเสียรินรดา อย่าให้ความกลัวทำให้คุณเสียสติ!"
เสียงของขุนพลกระแทกออกมาหนักแน่นท่ามกลางความเงียบงันในห้องสมุดเก่าแก่ กลิ่นอับของกระดาษโบราณผสมกับกลิ่นธูปที่จุดทิ้งไว้คลุ้งไปทั่วบริเวณ ดร.รินรดาไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวตามที่เขากล่าวหา แต่แววตาของเธอสั่นระริกขณะจ้องมองไปยังแผ่นหนังที่แผ่หลาอยู่บนโต๊ะไม้สัก ตัวอักษรขอมโบราณบนนั้นไม่ได้หยุดนิ่ง มันกำลังเลื้อยไหลเหมือนหนอนแมลงที่ฝังตัวอยู่ในเนื้อหนัง
"ฉันไม่ได้กลัวคุณขุนพล..." เธอแค่นเสียงตอบ มือที่ถือมีดผ่าตัดโบราณของบิดาเธอนั้นสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะขลาดเขลา แต่เพราะแรงสั่นสะเทือนบางอย่างที่พุ่งขึ้นมาจากพื้นไม้ "แต่มันกำลังอ่านใจเรา มันรู้ว่าเรากำลังพยายามแกะรอยพ่อของคุณ... และมันไม่อยากให้เราไปถึงที่นั่น"
ขุนพลขยับตัวเข้ามาใกล้ แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันก๊าดวูบไหวสะท้อนรอยสักรูปพยัคฆ์บนลำคอของเขาให้ดูดุดันราวกับมันกำลังคำรามเงียบๆ เขาเอื้อมมือหนาที่ผ่านการกรำศึกมาอย่างโชกโชนกดทับลงบนมือของรินรดาที่กำมีดไว้แน่น กลิ่นไอของพงไพรที่ติดตัวเขามานานปีปะทะเข้ากับสติสัมปชัญญะของเธอ
"ใจเย็นๆ มองที่อักขระตัวที่สามนั่น" ขุนพลสั่งเสียงต่ำ ดวงตาคมปลาบจ้องเขม็งไปที่รอยจารึก "มันไม่ใช่แค่รหัส แต่มันคือแผนที่ภูมิศาสตร์ที่ฝังอยู่ในมนตรา"
รินรดาหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสมาธิที่แตกซ่าน เธอค่อยๆ ปล่อยมีดลงบนโต๊ะก่อนจะใช้นิ้วเรียวสวยแตะลงบนรอยจารึก ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งไหลแล่นเข้าสู่หัวใจ ภาพในหัวของเธอเปลี่ยนไป จากห้องสมุดที่คุ้นเคย กลายเป็นภาพป่าทึบแสงที่ดูเหมือนจะไม่มีวันมีแสงอาทิตย์ส่องถึง ยอดไม้ที่สูงตระหง่านคล้ายกรงเล็บปีศาจข่วนขีดผืนฟ้า และที่ใจกลางนั่น... พยัคฆ์มฤตยูที่หลับใหล
"มันคือรอยแยกของมิติเวลา ขุนพล" รินรดากระซิบ เสียงของเธอแหบพร่า "อักขระขอมพวกนี้ไม่ได้บอกเส้นทางเดินเท้า แต่มันบอก 'จังหวะก้าว' ถ้าเราก้าวผิดเพียงจังหวะเดียว เราจะไม่ได้เดินเข้าสู่ป่า แต่เราจะเดินเข้าสู่ขุมนรกที่ไม่มีวันกลับออกมาได้อีก"
ขุนพลขมวดคิ้ว "คนโบราณที่เขียนบันทึกนี้ พ่อของผม... เขาเดินทางผ่านที่นั่นไปได้อย่างไร"
"เขาอาจไม่ได้เดินทางไปคนเดียว" รินรดาเงยหน้าขึ้น สายตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวล "คุณดูสัญลักษณ์รูปดวงตานี่สิ มันซ้อนทับกับรูปพยัคฆ์พาดกลอน นี่ไม่ใช่ตราประทับของตระกูลขุนนาง แต่มันคือตราของ 'ผู้เฝ้าประตู' ผู้ที่ถูกสาปให้ดูแลความลับจนกว่าจะมีคนรุ่นใหม่ไปรับช่วงต่อ"
ขณะที่บทสนทนากำลังดำเนินไปอย่างเคร่งเครียด เสียงเคาะประตูห้องสมุดไม้สักที่ปิดตายก็ดังขึ้น 'ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...' จังหวะการเคาะนั้นช้าและเนิบนาบ แต่กลับหนักแน่นจนบานประตูไม้หนาสั่นไหว ขุนพลชักปืนพกคู่ใจออกมาจากเอวทันที ร่างกายของเขาสปริงตัวหลบเข้ามุมมืดของชั้นหนังสือโดยอัตโนมัติ
"ใคร" ขุนพลตะโกนถาม เสียงของเขาเรียบนิ่งทว่าเย็นยะเยือก
ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงฝีเท้าที่ลากพื้นดังครูดเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จากหลังบานประตู เสียงนั้นดูเหมือนเท้าของคนที่ไม่ได้สวมรองเท้าและกำลังลากสิ่งของหนักๆ ตามมาด้วย
"รินรดา หลบหลังผม" ขุนพลสั่งพลางเล็งปืนไปยังจุดที่กลอนประตูจะถูกพังออก
ทันใดนั้น บานประตูไม้เก่าก็ค่อยๆ แง้มเปิดออกเองโดยไม่มีใครจับ ไม่ใช่แรงลม แต่เป็นกระแสพลังงานที่กดทับจนอากาศในห้องแทบจะกลายเป็นสุญญากาศ ตาเฒ่าพานก้าวเข้ามาในห้อง ร่างกายของเขาสะบักสะบอม เสื้อผ้าที่เคยสะอาดสะอ้านกลับขาดวิ่นและเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนสีดำสนิทที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าอย่างรุนแรง ที่สำคัญที่สุดคือ... ในมือของเขาไม่ได้ถือไม้เท้าประจำตัว แต่เขากำลังกุมสร้อยประคำที่ทำจากกระดูกนิ้วมือมนุษย์ร้อยเรียงกัน ซึ่งกำลังส่งเสียงสั่นสะเทือนดัง กริ๊กๆๆ ไปทั่วห้อง
"อย่า... อย่าตามหาเส้นทางนั้น" ตาเฒ่าพานพูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ราวกับไม่ใช่เสียงของคนแก่คนเดิม "นายขุนพล... ในบันทึกนั่นไม่ได้บอกรหัสลับเพื่อให้คนไปถึงที่นั่น แต่มันคือการเรียก 'มัน' ให้กลับมา"
ขุนพลก้าวเข้าไปคว้าคอเสื้อตาเฒ่าพานไว้ "พูดมาให้ชัดพาน! ไอ้พวกจอมขมังเวทเงามืดนั่นมันใช้อะไรขู่คุณ"
ตาเฒ่าพานยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันที่ดำสนิทราวกับกินเลือดเป็นอาหาร ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาขุนพลด้วยดวงตาที่เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานไร้ตาดำ "มันไม่ได้ขู่ข้า แต่มันเลือกข้าเป็นภาชนะสำหรับ 'พยัคฆ์มฤตยู' ตัวจริงที่กำลังจะลืมตาตื่นในคืนนี้... และตอนนี้ มันก็ส่งข้ามาเพื่อ 'รับ' เครื่องสังเวยชิ้นสุดท้าย"
ร่างของตาเฒ่าพานเริ่มบิดเบี้ยว กระดูกลั่นเปรี๊ยะดังไปทั่วห้อง ผิวหนังของเขาปริแตกออกเผยให้เห็นรอยสักสีทองที่โชติช่วงราวกับเปลวเพลิงที่กำลังกัดกินเนื้อหนัง ขุนพลยืนนิ่งงันด้วยความตกตะลึง ในขณะที่รินรดาหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นเงาดำขนาดมหึมาค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากรอยสักบนตัวของตาเฒ่าพาน พุ่งทะลุร่างเขาออกมาเป็นรูปร่างของพยัคฆ์ที่เต็มไปด้วยเขี้ยวเล็บอาถรรพ์และดวงตาสีเลือดที่จ้องมองมายังพวกเขาทั้งคู่
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามการเดินทางครั้งนี้ไปกับผมนะครับ - เพชรตาเสือโบราณ
บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ•ตอนที่ 3
รหัสลับขอมโบราณ
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!