“ถ้าท่านไม่อยากให้ปืนกระบอกนี้ลั่นใส่หน้าท่านเสียก่อน ก็จงคายความจริงออกมาเดี๋ยวนี้ ตาพาน!”
เสียงกดนกสับของลูกซองยาวดัง ‘กริ๊ก’ ก้องไปทั่วเพิงพักชั่วคราวกลางป่าดงดิบ ขุนพลไม่ได้ขู่ เขากดกระบอกปืนลงบนหน้าผากเหี่ยวย่นของชายชราตรงหน้าอย่างหนักแน่น ดวงตาคู่คมดุจพยัคฆ์ของเขาฉายแวววาวด้วยโทสะที่ถูกเก็บกดมานานหลายปี รอยสักยันต์พยัคฆ์บนแผงอกของเขาดูราวกับจะขยับไหวตามจังหวะลมหายใจที่หนักหน่วง
ดร.รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างกองไฟ มือเรียวบางของเธอสั่นเทาขณะถือตะเกียงเจ้าพายุ เธอพยายามจะเอ่ยห้าม แต่เมื่อเห็นแววตาที่บ้าคลั่งของขุนพล ความกล้าที่จะเข้าไปแทรกแซงก็มลายหายไปสิ้น
ตาเฒ่าพานไม่ได้หวาดกลัว เขาเพียงแค่ถอนหายใจยาว พ่นควันยาสูบฉุนกึกออกมาจากริมฝีปากที่แห้งแตกเป็นแผลเป็น นัยน์ตาขุ่นมัวของเขามองทะลุผ่านลำกล้องปืนไปสบตากับคนหนุ่ม
“ใจเย็นเถอะไอ้หนุ่ม... ถ้าข้าตายที่นี่ ความลับที่พ่อเจ้าทิ้งไว้ ก็จะฝังรากลึกอยู่ใต้ดินพร้อมกับกระดูกข้าไปตลอดกาล” พานพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้งเหมือนกิ่งไม้แห้งสีกัน “เจ้าเชื่อหรือว่ารอยสักนั่น พ่อเจ้าสลักให้เจ้าเพียงเพื่อให้มาตามหาเขาในป่าที่ไม่มีวันได้กลับออกไปอย่างนั้นหรือ?”
ขุนพลชะงัก ลำกล้องปืนสั่นไหวเล็กน้อย “พูดมา! อย่ามาเล่นลิ้นกับข้า พ่อข้าไปไหน และเจ้าไปเกี่ยวอะไรกับเขา!”
พานวางกล้องยาสูบลงบนโขดหินช้าๆ เขาสลัดคราบพรานป่าผู้ต่ำต้อยทิ้งไปชั่วขณะ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นคมกริบและดูน่าเกรงขามอย่างประหลาด “เจ้ากับข้า... เราไม่ได้เพิ่งพบกันที่ปากทางเข้าดงพญาเย็นหรอกขุนพล พ่อเจ้า ‘ขุนศึก’ ไม่ได้มาที่นี่เพื่อล่าสมบัติ แต่เขามาที่นี่เพื่อ ‘ปิดตาย’ ประตูที่ไม่มีใครควรเปิด”
“ปิดตาย?” ดร.รินรดาเผลอหลุดปากอุทานออกมา “คุณหมายความว่าอย่างไรคะ ความหมายในจารึกขอมที่ดิฉันพบ... มันบอกว่ามีขุมทรัพย์ที่ให้พลังอำนาจเป็นอมตะ ไม่ใช่การปิดตาย!”
พานหัวเราะหึๆ ในลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งและฟังดูหดหู่ “วิทยาศาสตร์ของเจ้ามันแคบเกินไปแม่สาวน้อย เครื่องรางที่พวกเจ้าตามหา มันไม่ได้มีไว้ให้คนครอบครอง แต่มันคือ ‘กุญแจพันธนาการ’ สิ่งที่พ่อเจ้าทำลงไปเมื่อยี่สิบปีก่อน... ข้าเป็นคนเดียวที่เดินอยู่ข้างเขาจนถึงนาทีสุดท้าย”
ขุนพลลดปืนลงช้าๆ แต่ยังคงจ้องเขม็ง “ว่ามา... เขาตายยังไง หรือเขายังไม่ตาย?”
ชายชราลุกขึ้นช้าๆ ร่างกายที่ดูงอค้อมกลับเหยียดตรงอย่างสง่างามผิดวิสัยพรานป่า เขาสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้ขุนพลจนเกือบชิด รอยแผลเป็นรูปกรงเล็บที่พาดผ่านลำคอของพานดูเหมือนจะเปล่งประกายสีหม่นท่ามกลางแสงไฟ
“ขุนศึกไม่ได้ตาย... แต่เขากลายเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนนี้ไปแล้ว” พานกระซิบ เสียงของเขาแผ่วเบาทว่าทรงพลังราวกับคำสาป “คืนนั้น... ที่ถ้ำหลังน้ำตกสายรุ้ง ข้าเห็นเขาควักหัวใจตัวเองออกมาวางบนแท่นศิลา เพื่อหยุดยั้งจอมขมังเวทเงามืดที่เจ้ากำลังตามล่าอยู่ ทุกวันนี้... เขาคือกรงขังที่กักขังวิญญาณชั่วร้ายเอาไว้”
คำพูดของพานราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจขุนพล ความสับสนและความเจ็บปวดถาโถมเข้ามาจนเขาเซถอยหลังไปพิงต้นไม้ใหญ่
“โกหก...” ขุนพลเค้นเสียงลอดไรฟัน “เจ้าเล่าเรื่องนิทานหลอกเด็กเพื่อจะหนีความผิดงั้นหรือ!”
“ถ้าเจ้าไม่เชื่อ ก็ลองแบมือซ้ายของเจ้าออกมาดูสิ” พานท้าทาย “แผลเป็นรูปเขี้ยวเสือที่ข้อมือเจ้า... ไม่ใช่รอยแผลเป็นธรรมดาหรอก มันคือรอยประทับที่พ่อเจ้าฝากไว้ให้เจ้าสืบทอดหน้าที่... หน้าที่ของ ‘ผู้พิทักษ์’ ที่ต้องมาแทนที่เขา ในคืนที่พระจันทร์ดับแสง”
ขุนพลมองข้อมือตัวเองอย่างเลื่อนลอย รอยแผลที่เขาเคยคิดว่าเป็นอุบัติเหตุในวัยเด็ก บัดนี้มันเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาเหมือนถูกไฟลน ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วแขนจนเขาต้องกัดฟันแน่น
ทันใดนั้น เสียงลมพัดกรรโชกแรงราวกับพายุเข้า ทั้งที่เมื่อครู่ยังเงียบสงัด กองไฟที่ลุกโชนพลันดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดกลืนกินทุกสรรพสิ่ง ทิ้งให้เหลือเพียงเสียงหอนยาวเหยียดที่ฟังดูคล้ายเสียงมนุษย์ร้องด้วยความทรมานดังมาจากทิศทางที่พวกเขาต้องมุ่งหน้าไป
“มันรู้แล้วว่าเราอยู่ที่นี่” พานเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า “ขุนศึก... พ่อของเจ้า กำลังเรียกหาเจ้าจากอีกฟากหนึ่งของความตาย”
ท่ามกลางความมืดขุนพลสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบที่แตะลงบนไหล่ แรงบีบนั้นหนักหน่วงและคุ้นเคยอย่างประหลาด ก่อนที่เสียงกระซิบแหบแห้งของผู้ชายคนหนึ่งจะดังขึ้นข้างหูของเขา... เสียงที่เขาจำได้ดีที่สุดในชีวิต
*“กลับไปเถอะขุนพล... ที่นี่ไม่มีสมบัติ... มีเพียงสุสานของเจ้าเท่านั้น”*
ขุนพลหันขวับไปด้านหลังทันที ทว่าสิ่งที่ปรากฏแก่สายตามีเพียงเงามืดของแมกไม้ที่ดูคล้ายมือคนนับร้อยกำลังเอื้อมมาหาพวกเขา และในวินาทีนั้นเอง เขาก็เห็นร่างเงาร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่บนยอดไม้ ร่างนั้นสวมชุดนักรบโบราณที่ขาดวิ่น และที่สำคัญที่สุด... รอยสักพยัคฆ์บนแผ่นหลังของร่างนั้น เหมือนกับที่เขามีอยู่บนร่างตนเองไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันยาวนานและลึกลับนี้ไปกับผมนะครับ
เพชรตาเสือโบราณครับ
บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ•ตอนที่ 22
ความจริงเกี่ยวกับพ่อ
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!