"หยุด! อย่าขยับแม้แต่ปลายนิ้ว ถ้าไม่อยากให้วิญญาณหลุดออกจากร่าง!"
เสียงแหบพร่าของตาเฒ่าพานดังขึ้นตัดความเงียบงันราวกับคมมีดบาด ขุนพลที่กำลังจะชักปืนพกคู่กายถึงกับชะงักค้าง หัวใจของเขาเต้นรัวดุจกลองรบที่กำลังโหมกระหน่ำในอก เสียงนั้นไม่ใช่แค่คำสั่ง แต่มันคือการเตือนภัยจากสิ่งที่ประสาทสัมผัสของเขายังมองไม่เห็น ในความมืดมิดเบื้องหน้า เงาร่างที่บิดเบี้ยวเริ่มขยับเขยื้อนราวกับควันไฟที่ถูกพายุพัดพา มันไม่ใช่คน แต่มันคือ 'ไออาถรรพ์' ที่เข้มข้นจนอากาศรอบข้างหนาวเหน็บถึงกระดูก
ดร.รินรดาคว้าแขนขุนพลไว้แน่น มือของเธอสั่นเทา แต่สายตายังคงจ้องเขม็งไปที่รอยสักพยัคฆ์บนแผ่นหลังของเขา ซึ่งในวินาทีนี้ มันเริ่มเปล่งแสงสีแดงคล้ำราวกับเลือดที่กำลังเดือดพล่าน
"พาน... นี่มันไม่ใช่สัตว์ร้ายธรรมดา" ขุนพลเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายของเขารู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่จ้องจะบดขยี้ประสาทสัมผัส "รอยสักของผม... มันกำลังเตือนอะไรบางอย่าง"
ตาเฒ่าพานขยับเข้ามาใกล้ แสงจากคบเพลิงที่เหลือน้อยเต็มทีวูบไหวสะท้อนดวงตาที่ฝ้าฟางแต่แฝงความนัยลึกซึ้ง เขาปักมีดหมอเล่มเก่าลงบนพื้นดินอย่างแรง ก่อนจะพ่นน้ำหมากที่เคี้ยวจนเข้มข้นออกมาเป็นละอองฝอยอาคม "คุณชายขุนพล อย่าเพิ่งใช้ปืน... สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือ 'เงาจองเวร' ของเจ้าป่าที่ตายไปเมื่อห้าร้อยปีก่อน มันไม่ได้ต้องการชีวิตพวกคุณ แต่มันต้องการ 'เลือดเจ้าของยันต์' เพื่อเป็นกุญแจเปิดประตูไปสู่ตำนานพยัคฆ์ดำ"
ดร.รินรดาขมวดคิ้วแน่น สติปัญญาของนักวิชาการถูกท้าทายด้วยสิ่งที่อยู่ตรงหน้า "ตำนานพยัคฆ์ดำที่บันทึกในใบลานขอมโบราณ... นั่นไม่ใช่เรื่องเล่าเพื่อกล่อมเด็กหรือคะ? ว่ากันว่ามันคือต้นกำเนิดของยันต์พยัคฆ์มหาอำนาจที่เหล่าขุนศึกโบราณใช้สร้างกองทัพไร้พ่าย"
"ตำนานนั้นมีอยู่จริง และมันมีราคาที่ต้องจ่ายด้วยวิญญาณ" พานกล่าวพลางชี้ไปที่เงาร่างเหล่านั้น "ต้นกำเนิดของยันต์นี้ ไม่ได้มาจากความเมตตาของเทพยดา แต่มันมาจาก 'สัญญาเลือด' ของพรานป่าผู้หนึ่งที่ยอมขายชีวิตให้พยัคฆ์ปีศาจ เพื่อแลกกับความสามารถในการปกป้องผืนป่าแห่งนี้จากการรุกราน แต่เมื่อพรานผู้นั้นสิ้นชีพ ร่างของเขาก็ถูกกลืนกินโดยวิญญาณพยัคฆ์ กลายเป็นเงาอาถรรพ์ที่คอยตามล่าผู้สืบทอดสายเลือด... นั่นก็คือคุณ ขุนพล"
ขุนพลนิ่งงัน คำพูดของตาเฒ่าพานซ้อนทับกับความทรงจำเลือนลางของพ่อที่เคยเตือนเขาเสมอว่า 'จงอย่าได้ใช้ยันต์นี้พร่ำเพรื่อ หากวันใดที่เจ้าเห็นเงาสีดำสนิทในป่าลึก วันนั้นคือวันแห่งการทวงคืน'
เงาร่างเหล่านั้นเริ่มรวมตัวกันเป็นรูปร่างของเสือโคร่งขนาดใหญ่ยักษ์ ดวงตาของมันแดงก่ำราวกับถ่านไฟในเตาเผาที่กำลังคุโชน มันไม่ได้คำรามด้วยเสียง แต่มันคำรามด้วย 'จิต' ที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณ ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินหัวใจ แต่ขุนพลรู้ดีว่าหากถอยตอนนี้ ความตายก็ไม่ต่างอะไรกับผลลัพธ์ที่รออยู่
"รินรดา ถอยไปข้างหลัง!" ขุนพลสั่งเสียงเข้ม เขาตัดสินใจก้าวออกมาเผชิญหน้ากับเงามฤตยูนั้นตรงๆ เขาถอดเสื้อนอกออก เผยให้เห็นแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยรอยสักพยัคฆ์ที่บัดนี้รอยหมึกสีดำดุจถ่านเริ่มขยับเขยื้อนราวกับมีชีวิต
"ตาเฒ่าพาน บอกวิธีมา! ผมต้องทำอย่างไรถึงจะควบคุมมันได้ ไม่ใช่แค่หยุดมัน"
"กัดนิ้วชี้ข้างขวา เลือดของคุณคือหมึกศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้เขียนยันต์นี้ตั้งแต่บรรพบุรุษ!" พานตะโกนตอบแข่งกับเสียงหวีดหวิวของลมป่า "ใช้นิ้วเขียนยันต์บนอากาศตรงหน้านางเสือร้ายนั้น แต่อย่าได้ลังเล! หากจิตคุณแกร่งไม่พอ เงาของมันจะฉีกกระชากวิญญาณคุณไปเป็นส่วนหนึ่งของมันทันที!"
ขุนพลไม่รอช้า เขาใช้นิ้วชี้กรีดกับคมมีดสั้นที่พกติดตัวมา เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมา เขาสูดลมหายใจลึกรวบรวมสมาธิทั้งหมดที่เคยฝึกฝนมาจากการเป็นทหารพรานและวิชาอาคมที่ได้รับการถ่ายทอดมา เขาตวัดนิ้วเขียนอักขระขอมโบราณลงในความว่างเปล่าด้วยความเร็วและแม่นยำ ทุกจังหวะที่ขีดเขียน รอยสักบนหลังของเขาจะส่องแสงเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ จนพื้นที่รอบข้างสว่างวาบราวกับกลางวัน
ดร.รินรดามองภาพนั้นด้วยความทึ่งและหวาดหวั่น เธอเห็นอักขระเหล่านั้นลอยเด่นอยู่ในอากาศ เปล่งแสงสีทองอร่ามเข้าปะทะกับเงามืด จนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นราวกับฟ้าผ่ากลางป่า
ทว่า ในขณะที่เงามืดกำลังจะสลายไป เสียงหัวเราะแหลมเล็กและเย็นเยือกก็ดังก้องขึ้นมาจากเงามืดอีกมุมหนึ่ง เสียงที่ขุนพลจำได้ดีว่าเป็นของใคร
"งดงาม... ข้าตามหาผู้ที่สามารถปลุกยันต์พยัคฆ์ให้ตื่นเต็มที่มานานแสนนาน"
ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ รอยยิ้มของ 'จอมขมังเวทเงามืด' แฝงไปด้วยความพึงพอใจอย่างร้ายกาจ ในมือของเขาไม่ได้ถืออาวุธ แต่ถือ 'ม้วนคัมภีร์หนังมนุษย์' ที่บรรจุรอยสักพยัคฆ์อีกชุดหนึ่งเอาไว้
ขุนพลทรุดฮวบลงกับพื้น เลือดที่สูญเสียไปและการใช้พลังอาคมอย่างหนักทำให้ร่างกายของเขาแทบยืนไม่อยู่ จอมขมังเวทเงามืดก้าวเข้ามาใกล้ หยุดอยู่ตรงหน้าขุนพลแล้วยื่นมือที่เย็นเฉียบออกมาสัมผัสที่รอยสักบนแผ่นหลังของเขา
"เจ้าไม่ใช่แค่ผู้สืบทอดขุนพล... เจ้าคือ 'ภาชนะ' ที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่ข้าจะใช้เป็นร่างใหม่ในการคืนชีพพยัคฆ์มฤตยู"
สิ้นคำพูดนั้น รอยสักพยัคฆ์บนหลังของขุนพลก็แปรเปลี่ยนจากสีแดงฉาน กลายเป็นสีดำสนิทที่ลามเลียขึ้นมาถึงลำคอ พร้อมกับสติสัมปชัญญะของเขาที่กำลังถูกความมืดมิดกลืนกินเข้าไปทีละน้อย
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับผมในป่าอาถรรพ์แห่งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ - เพชรตาเสือโบราณ
บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ•ตอนที่ 37
ตำนานพยัคฆ์ดำ
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!