“เก็บมีดของเจ้าซะตาเฒ่า ถ้าอยากให้หัวอยู่บนบ่าต่อจนถึงเช้าวันพรุ่งนี้”
ขุนพลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบขาดราวกับคมดาบที่เพิ่งชักออกจากฝัก ดวงตาคมกริบของอดีตทหารพรานจ้องเขม็งไปที่ปลายมีดพกในมือของตาเฒ่าพาน ซึ่งกำลังสั่นระริกอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางความมืดมิดที่โอบล้อมรอบกองไฟที่เริ่มมอดดับ
“แต่นายหัว... ท่านดูรอยนั่นสิ! รอยเท้าแบบนี้ไม่ใช่ของหมี ไม่ใช่ของเสือ หรือสัตว์ป่าชนิดไหนที่ข้าเคยเห็นมาตลอดหกสิบปีในดงดิบนี้!” ตาเฒ่าพานตะคอกกลับด้วยเสียงที่แหบพร่า ใบหน้าเหี่ยวย่นอาบด้วยเหงื่อเย็น แม้เปลวไฟจะสะท้อนในตา แต่แววตานั้นกลับว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด
ดร.รินรดานั่งนิ่งอยู่ข้างกระเป๋าใส่อุปกรณ์ทางโบราณคดี เธอไม่ได้หยิบกล้องถ่ายรูปหรืออุปกรณ์วัดพิกัดขึ้นมาอย่างที่เคยทำ แต่เธอกลับกำสมุดบันทึกเล่มเก่าของบิดาขุนพลแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด สายตาของเธอมองไปยังรอยบุ๋มลึกบนพื้นดินที่เปียกชื้นนอกเขตวงล้อมของกองไฟ รอยเท้าประหลาดขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือมนุษย์ซ้อนกันสามชั้น แต่นิ้วเท้ากลับเรียวยาวผิดธรรมชาติและมีรอยจิกที่ลึกจนพื้นดินแตกออกเป็นรัศมี
“รอยลึกขนาดนี้... แรงกดมหาศาลมาก ถ้าเป็นสัตว์ มันต้องมีน้ำหนักตัวไม่ต่ำกว่าสามร้อยกิโลกรัม” รินรดาพึมพำ น้ำเสียงที่เคยหนักแน่นด้วยตรรกะวิทยาศาสตร์เริ่มสั่นคลอน “แต่นี่ไม่ใช่รูปทรงของเท้าสัตว์ นายหัว... ดูที่รอยฝ่าเท้าตรงกลางสิ มันเหมือน... เหมือนอักขระอะไรบางอย่าง”
ขุนพลเดินไปหยุดที่ขอบรอยเท้านั้น เขาไม่ได้ใช้อุปกรณ์วัด แต่เขาย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วสัมผัสไอเย็นที่แผ่ออกมาจากรอยดิน ความรู้สึกเหมือนกระแสไฟฟ้าแล่นปราดจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ รอยยันต์พยัคฆ์บนแผ่นหลังของเขาเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
“มันไม่ได้เดินผ่านค่ายเรา” ขุนพลพูดพลางลุกขึ้นยืน สายตามองลึกเข้าไปในความมืดมิดของพงไพรที่ดูเหมือนจะขยับเคลื่อนไหวได้ “มันยืนเฝ้าเราอยู่... ตั้งแต่เรากางเต็นท์เสร็จ”
“เป็นไปไม่ได้!” ตาเฒ่าพานอุทาน “ถ้ามีอะไรอยู่ใกล้ขนาดนั้น ลมหายใจมันต้องส่งกลิ่นเหม็นเน่าออกมาบ้างแล้ว! ข้ามีสัญชาตญาณพรานนะนายหัว!”
“สัญชาตญาณพรานของคุณใช้ไม่ได้กับสิ่งที่ไม่ได้หายใจด้วยปอดหรอกตาเฒ่า” ขุนพลหันมาจ้องหน้าพรานเฒ่าด้วยแววตาที่เย็นเยือก “สิ่งที่ทิ้งรอยนี้ไว้ มันใช้ ‘อาคม’ กลบกลิ่นและเสียง แต่มันลืมไปว่าดินที่นี่รับน้ำหนักมหาศาลของมันไม่ได้”
ทันใดนั้น เสียงกรอบแกรบของกิ่งไม้แห้งก็ดังขึ้นจากด้านหลังของพวกเขา เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของสัตว์ป่าที่กำลังเดิน แต่เป็นเสียงของ ‘การลาก’ อะไรบางอย่างที่มีน้ำหนักมากไปตามพื้นดิน ขุนพลชักปืนพกคู่ใจออกมาทันทีโดยไม่ต้องมอง รินรดารีบคว้าไฟฉายส่องไปที่ทิศทางของเสียง แต่แสงสีขาวที่สว่างวาบกลับไปกระทบเข้ากับบางสิ่งที่ทำให้ทั้งสามคนต้องหยุดหายใจ
บนต้นไม้ใหญ่ที่ห่างออกไปเพียงสิบเมตร ร่างของงูเหลือมตัวเขื่องถูกฉีกกระชากจนขาดสองท่อน เลือดสีแดงฉานยังคงหยดลงมาบนใบตองป่าช้าเป็นจังหวะ ราวกับกำลังบอกเวลาความตาย แต่ที่น่าสยดสยองยิ่งกว่าคือ บนเปลือกไม้ที่ถูกขูดจนเป็นรอยลึก มีรอยเท้าขนาดใหญ่ลักษณะเดียวกับที่พื้นดินประทับอยู่ซ้ำไปซ้ำมานับสิบรอย ราวกับมีบางอย่างกำลังยืนเกาะกิ่งไม้และใช้กรงเล็บตะกุยมันด้วยความโกรธแค้น
“นั่นมันไม่ใช่สัตว์...” รินรดาสะอื้นเบาๆ ขณะที่ขุนพลก้าวถอยหลังมาบังเธอไว้ “มันคืออาวุธ... อาวุธที่จอมขมังเวทส่งมาเพื่อขัดขวางเรา”
“นายหัวครับ...” ตาเฒ่าพานเสียงสั่นเทา พลางชี้ไปที่กองไฟที่จู่ๆ ก็เปลี่ยนสีจากเปลวไฟสีส้มเป็นสีน้ำเงินเข้ม “ไฟ... ไฟมันกำลังจะดับ แล้วไอ้นั่น... มันลงมาแล้ว”
ความมืดมิดรอบค่ายเริ่มบีบตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว กิ่งไม้รอบๆ สั่นไหวราวกับมีพายุพัดผ่าน ทั้งที่อากาศนิ่งสนิท ขุนพลสูดลมหายใจลึก เขาจำกลิ่นอายนี้ได้ดี กลิ่นสาบของพยัคฆ์ผสมกับกลิ่นธูปที่จุดในงานศพ เงาสีดำขนาดมหึมาเริ่มก่อตัวขึ้นตรงหน้าพวกเขา ร่างนั้นค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืดมิด เผยให้เห็นดวงตาคู่หนึ่งที่ส่องประกายสีแดงก่ำดั่งถ่านไฟเก่า มันไม่ใช่พยัคฆ์ธรรมดา แต่เป็นอสุรกายกึ่งมนุษย์กึ่งสัตว์ที่มีรอยสักเต็มตัวไม่ต่างจากขุนพล
“ในที่สุด... ข้าก็ได้พบเจ้า สายเลือดสุดท้ายของผู้พิทักษ์” เสียงกระซิบที่ดังมาจากทุกทิศทางสั่นประสาทจนดร.รินรดาเข่าทรุด ขุนพลยกปืนขึ้นเล็งไปที่หัวใจของร่างนั้น แต่เขากลับต้องชะงักเมื่อเห็นสัญลักษณ์บางอย่างบนหน้าอกของอสุรกายตนนั้น
มันคือสร้อยคอที่สลักชื่อพ่อของเขา... ชื่อที่หายสาบสูญไปพร้อมกับความลับของพยัคฆ์มฤตยู!
หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้าในครั้งนี้นะครับ
เพชรตาเสือโบราณ
บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ•ตอนที่ 5
รอยเท้าปริศนา
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!