"อย่าเพิ่งแตะต้องมัน!"
เสียงของขุนพลตวาดกร้าว พร้อมกับมือหนาที่คว้าข้อมือของดร.รินรดาไว้แน่นจนร่างบางชะงักกึก ปลายมีดพกที่เพิ่งจะถากเปลือกไม้เพื่อดูรอยอักขระหล่นร่วงลงสู่พื้นดิน ความเงียบงันเข้าปกคลุมราวกับผืนป่าแห่งนี้กลั้นหายใจ
"มีอะไรหรือครับขุนพล?" ตาเฒ่าพานที่นั่งยองๆ อยู่ข้างพุ่มไม้หันกลับมาถาม เสียงแหบพร่าของแกดูสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาฝ้าฟางกวาดมองไปรอบกายด้วยความระแวดระวัง
ขุนพลไม่ตอบทันที เขาทรุดตัวลงต่ำ สายตาคมกริบดุจพยัคฆ์กวาดมองคราบสีดำสนิทที่ติดอยู่บนโคนต้นตะเคียนทองขนาดใหญ่ กลิ่นคาวเลือดจางๆ ผสมปนเปกับกลิ่นกำยานที่คุ้นเคยในยามประกอบพิธีกรรมไสยเวทเข้มข้น มันไม่ใช่กลิ่นของสัตว์ป่า แต่เป็นกลิ่นของ 'มนุษย์' ที่ถูกฉีกกระชากด้วยบางสิ่งที่เหนือธรรมชาติ
"รอยพวกนี้..." รินรดาก้มลงมองใกล้ๆ จนแทบชิดกับรอยคราบนั้น เธอขมวดคิ้วมุ่น "มันไม่ใช่การกัดของสัตว์ป่าขุนพล แต่มันเหมือนรอยถูกของมีคมตัดผ่านอย่างรุนแรง... ดูที่รอยบากบนลำต้นนี่สิ มันเป็นการจารึกอักขระที่รีบร้อนและรุนแรง"
"ไม่ใช่แค่รีบร้อน แต่มันคือการทำลายหลักฐาน" ขุนพลเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเย็นเยียบ "มีคนมาก่อนหน้าเรา และดูเหมือนว่า... พวกมันจะไม่ได้มาอย่างมิตร"
เขาหยิบเศษผ้าสีดำที่ติดอยู่กับกิ่งหนามขึ้นมา เศษผ้าเนื้อดีที่ดูขัดกับสภาพป่าดิบชื้นแห่งนี้ บนเนื้อผ้ามีลวดลายปักด้ายสีทองเป็นรูปงูพันคอไม้เท้า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นกระตุก
"ลัทธิมหาเวท" ตาเฒ่าพานเปรยขึ้นเบาๆ มือที่สั่นเทาหยิบยาสูบขึ้นมาจุด แต่ควันกลับม้วนตัวผิดรูปราวกับมีพลังงานบางอย่างบีบคั้น "ข้าไม่คิดว่าพวกมันจะกล้าลึกเข้ามาถึงเขตอาถรรพ์ชั้นในนี่ พวกมันกำลังตามล่าสมบัติ หรือตามล่า 'เรา' กันแน่?"
บรรยากาศรอบข้างเริ่มเปลี่ยนไป ลมที่เคยนิ่งสนิทกลับพัดหวีดหวิวผ่านยอดไม้ เสียงใบไม้เสียดสีกันฟังดูคล้ายเสียงกระซิบของคนนับร้อย ขุนพลลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือขวาแตะที่ซองปืนข้างเอวโดยอัตโนมัติ รอยสักยันต์พยัคฆ์บนแผ่นหลังของเขารู้สึกร้อนผ่าวราวกับจะเตือนภัยถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
"เราต้องออกไปจากจุดนี้เดี๋ยวนี้" ขุนพลสั่งเสียงเข้ม "รินรดา เก็บของทุกอย่างให้เรียบร้อย อย่าทิ้งอะไรไว้เป็นร่องรอยให้พวกมันตามมา"
รินรดารีบเก็บอุปกรณ์เก็บข้อมูลลงกระเป๋า แม้ใจจะอยากบันทึกข้อมูลของอักขระลึกลับบนต้นไม้นั่นไว้มากเพียงใด แต่สัญชาตญาณของการเอาตัวรอดก็สั่งให้เธอเชื่อฟังชายหนุ่มผู้นี้อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง
ทว่า ในขณะที่ทั้งสามกำลังจะก้าวเท้าออกจากจุดนั้น เสียงดีดนิ้วอย่างเชื่องช้าก็ดังขึ้นมาจากความมืดหลังพุ่มไม้ทึบด้านหลัง เสียงนั้นแผ่วเบาแต่ก้องกังวานลึกไปถึงกระดูกสันหลัง ทุกคนหยุดชะงักกึกราวกับถูกสาป
"ช่างเป็นพรานที่หูไวตาไวเสียจริงนะ พ่ออดีตทหารพราน"
ร่างสูงโปร่งในชุดสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงามืด ใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากรูปยักษ์โบราณ ดวงตาที่ลอดผ่านช่องหน้ากากออกมานั้นดูเยือกเย็นและว่างเปล่า ในมือของมันถือเครื่องราง 'ตาเสือ' ที่เปร่งประกายแสงสีอำพันออกมาเป็นระยะ
ขุนพลผลักรินรดาไปข้างหลังทันที พร้อมกับชักปืนออกมาเล็งไปยังเป้าหมาย แต่กลับพบว่ารอบตัวพวกเขานั้นไม่ได้มีเพียงศัตรูคนเดียวเสียแล้ว เงาร่างจำนวนมากเริ่มปรากฏตัวขึ้นตามโคนไม้ ดั่งวิญญาณที่ถูกเรียกมาใช้งาน
"พวกมึงต้องการอะไร?" ขุนพลถาม เสียงของเขาหนักแน่นไม่มีความหวาดกลัวเจือปน
ชายหน้ากากยักษ์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะฟังดูแห้งแล้งและน่าขนลุก "สิ่งที่ข้าต้องการ... ก็คือสิ่งที่พ่อยอดรักของแกทิ้งไว้ให้ก่อนจะหายสาบสูญไปไงล่ะ ขุนพล... ความลับที่อยู่ในเลือดของแกนั่นแหละ ที่จะปลุกพยัคฆ์มฤตยูให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง!"
มันดีดนิ้วอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่เสียงก้องกังวาน แต่เป็นเสียงเหมือนกระดูกหักลั่นป่า ทันใดนั้น ต้นตะเคียนทองเบื้องหน้าก็เริ่มแยกออกเป็นสองซีก เผยให้เห็นโพรงมืดมิดที่มีแสงสีเขียวพุ่งออกมาจากภายใน และสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น... เมื่อร่างที่ก้าวออกมาจากโพรงไม้ไม่ได้เป็นทั้งคนหรือสัตว์ แต่เป็นร่างที่ดูคุ้นตาจนขุนพลถึงกับหน้าซีดเผือด
นั่นคือร่างของพ่อเขา... พ่อที่ควรจะหายสาบสูญไปนานหลายสิบปี แต่บัดนี้กลับยืนนิ่งสนิท ดวงตาสีฟ้าครามที่ไร้แววชีวิตคู่นั้น จ้องมองมาที่เขาอย่างกระหายเลือด พร้อมกับมือที่ยกขึ้นชี้มาที่หน้าอกของขุนพล!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันตรายครั้งนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ หากชื่นชอบ อย่าลืมเป็นกำลังใจให้กันในตอนถัดไปครับ
บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ•ตอนที่ 16
ร่องรอยการต่อสู้
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!