"ย้ำอีกรอบนะคะรุ่นพี่... นี่คือรายการกาแฟของมนุษย์ หรือว่าสาส์นท้าประลองยุทธภพมารคะเนี่ย!"
ฉันแทบอยากจะเอาใบเสร็จยาวเป็นหางว่าวใบนี้ฟาดหน้าคนตัวสูงที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในห้องสโมสรนักศึกษา พี่ธันวาเงยหน้าขึ้นจากแล็ปท็อป กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นกาแฟจางๆ ลอยมาแตะจมูก รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นมาวูบหนึ่งทำเอาหัวใจเจ้ากรรมของฉันกระตุกวูบอย่างน่าหมั่นไส้
"อ่านไม่ออกเหรอเด็กปีหนึ่ง หรือว่าเด็กบริหารสมัยนี้เขาไม่สอนวิชาอ่านภาษาอังกฤษเบื้องต้นกันแล้ว" น้ำเสียงทุ้มนุ่มติดจะกวนประสาทเอ่ยขึ้น พร้อมกับปรายตามามองกระดาษในมือฉันอย่างเหนือกว่า "อเมริกาโน่เย็น เมล็ดพันธุ์คั่วกลาง คาแรคเตอร์ฟรุตตี้ ไม่หวานเลยแม้แต่หยดเดียว... อ้อ น้ำแข็งต้องเป็นแบบก้อนกลมละลายช้า เพื่อไม่ให้รสชาติเจือจางระหว่างพี่ตรวจเอกสารด้วยนะ"
"แล้วไอ้วงเล็บข้างล่างนี่ล่ะคะ! *'ขอฟองนมเนียนนุ่มดุจปุยเมฆด้านบน แต่ห้ามผสมกับตัวกาแฟเด็ดขาด'* อันนี้คือฉันต้องไปขอให้บาริสต้าเสกคาถาใส่เหรอคะรุ่นพี่!" ฉันโวยวายเสียงดังจนกะทิที่นั่งจิ้มมือถืออยู่มุมห้องต้องสะดุ้งรีบดึงชายเสื้อฉัน
"ก็ลองดูสิ เผื่อเธอมีพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์ พี่จะได้ไม่ต้องจ้างเบ๊เพิ่ม" เขาตอบหน้าตาย ก่อนจะก้มลงพิมพ์งานต่อโดยไม่สนใจใบหน้าบึ้งตึงของฉันเลยสักนิด
คืนนี้... หลังจากที่ฉันนอนคิดวนไปวนมาทั้งคืนเรื่อง "ความลับ" ที่เขาซ่อนไว้จนเกือบไม่ได้นอน ผลลัพธ์ในเช้าวันแรกของการเป็นเบ๊จำยอมของฉันจึงกลายเป็นทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ (ที่พร้อมจะหยิกหลังรุ่นพี่สักทีสองทีถ้ามีโอกาส)
ฉันควกระเป๋าผ้าใบเก่งแล้วสะบัดหน้าใส่หนึ่งที เดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องสโมสรตรงดิ่งไปยังคาเฟ่หน้าคณะวิศวะทันทีด้วยความฮึดฮัด แดดเปรี้ยงๆ ยามสายไม่ได้ทำให้ฉันหงุดหงิดเท่ากับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของนายธันวาคนนั้นเลยสักนิด!
*ครืดดด!*
เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอโทรศัพท์ในมือถือดังขึ้นระหว่างที่ฉันกำลังยืนรอคิวหน้าเคาน์เตอร์คาเฟ่
**(Chat: พี่ธันวาตัวแสบ)**
*พี่ธันวา:* อย่าลืมบอกบาริสต้าด้วยนะว่าขอหลอดกระดาษรักษ์โลก แต่ต้องไม่เปื่อยง่ายเกินไป ไม่งั้นพี่ดูดไม่ฟิน
*เกลเองค่ะ:* รุ่นพี่คะ! นี่กาแฟหรือโปรเจกต์จบปริญญาโทคะเนี่ย! ฉันไม่ใช่บาริสต้าส่วนตัวนะคะ! 😡
*พี่ธันวา:* ส่งสติกเกอร์แมวทำหน้ากวนประสาท
*พี่ธันวา:* เร็วๆ ล่ะ พี่รอนาน เดี๋ยวงานราษฎร์งานหลวงจะเสีย แล้วถ้ากาแฟละลายหมดแก้ว... เธอก็รู้ใช่ไหมว่าจะโดนทำโทษยังไง เจ้าเด็กดื้อ
ฉันกัดริมฝีปากตัวเองแน่นเมื่ออ่านข้อความนั้น ภาพใบหน้าหล่อเหลาที่โน้มเข้ามาใกล้เมื่อวานซืนผุดขึ้นมาในหัว ทำเอาแก้มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ให้ตายสิ... ทำไมฉันต้องแพ้ทางลูกหยอดพวกนี้ทุกทีเลยนะ!
หลังจากผ่านสงครามประสาทกับพนักงานร้านกาแฟจนได้เครื่องดื่มตามสั่งระดับพระกาฬมาครอบครอง ฉันก็รีบสาวเท้ากลับมาที่ห้องสโมสรด้วยความระมัดระวังขั้นสุด กลัวว่าถ้าฟองนมปุยเมฆเกิดยุบตัวขึ้นมา ฉันคงโดนรุ่นพี่ใจร้ายคนนั้นแกล้งใช้งานหนักคูณสองแน่ๆ
แต่เมื่อผลักประตูห้องสโมสรเข้ามา ภาพที่เห็นกลับทำให้ฉันต้องชะงักกึก
มินตรา ดาวคณะบริหารฯ คนสวยที่มักจะส่งสายตาพิฆาตใส่ฉันเสมอ กำลังยืนประชิดโต๊ะทำงานของพี่ธันวา ร่างระหงในชุดนักศึกษารัดรูปกำลังโน้มตัวลงพูดอะไรบางอย่างด้วยน้ำเสียงออดอ้อน มือเรียวสวยแตะลงบนแขนเสื้อของคนตัวสูงเบาๆ อย่างสนิทสนม
"พี่ธันวาคะ เย็นนี้มินว่างนะคะ... เรื่องเอกสารงานกิจกรรมคณะ มินให้พี่ช่วยติวให้ที่ห้องสมุดดีไหมคะ" เสียงหวานหยดย้อยลอยมาเข้าหูจนฉันเผลอเบ้หน้าโดยไม่รู้ตัว
พี่ธันวาไม่ได้ขยับหนี แต่เขากลับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปลายตาดำสนิทคู่นั้นกวาดมองมินตราด้วยแววตาราบเรียบ ก่อนที่จังหวะที่ฉันกำลังจะถอยหลังเดินออกไปเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวน สายตาคู่นั้นก็บังเอิญหันมาสบเข้ากับฉันพอดี
แววตานิ่งสนิทเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นประกายระยิบระยับทันที รอยยิ้มมุมปากร้ายกาจปรากฏขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
"ไม่ต้องไปถึงห้องสมุดหรอครับมินตรา..." พี่ธันวาเอ่ยขึ้น เสียงทุ้มนุ่มดังพอให้คนที่ยืนอยู่หน้าประตูอย่างฉันได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ พร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินผ่านมินตราตรงดิ่งมาหาฉันที่ยืนถือแก้วกาแฟอยู่
เขาก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าฉัน ระยะห่างระหว่างเราลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ปะปนกับความอบอุ่นจากตัวเขาทำเอาฉันหายใจไม่ทั่วท้อง
"ไปกันเถอะ... เบ๊ส่วนตัวของฉัน" พี่ธันวาจงใจกระซิบเสียงต่ำชิดริมหู พร้อมกับยื่นมือมาหยิบแก้วกาแฟจากมือฉันไปหน้าตาเฉย ทิ้งให้มินตราที่ยืนอยู่ข้างหลังหน้าเสียจนสีหน้าเปลี่ยนสีอย่างเห็นได้ชัด
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจฉันหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่ใช่สายตาอาฆาตของมินตรา...
*ครืดดด!*
โทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อของพี่ธันวาที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นครืดขึ้นมา หน้าจอสมาร์ทโฟนสว่างวาบพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชต์ที่เด้งขึ้นมาโชว์หราต่อหน้าต่อตาฉัน—
**[ข้อความใหม่จาก: "คุณแม่"]**
*"ธันวาตาลูก... เรื่องหนูเกลที่ลูกให้แม่ช่วยสืบประวัติและเรื่องสัญญาหมั้นเมื่อสิบปีก่อน แม่จัดการให้เรียบร้อยแล้วนะจ๊ะ..."*
โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ ฉันเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมคายที่ตอนนี้รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เลือนหายไป กลายเป็นสายตานิ่งลึกที่อ่านไม่ออกแทน... และก่อนที่ฉันจะได้อ้าปากโวยวายอะไรออกมา นิ้วเรียวยาวของเขาก็เอื้อมมาแตะริมฝีปากฉันเบาๆ พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังลอดไรฟัน
"จุ๊ๆ... อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้เลยนะเด็กดี เพราะความลับที่เธออยากรู้น่ะ... มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหากล่ะ"
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานและร่วมเดินทางไปกับความป่วนครั้งนี้นะคะ!
ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที!•ตอนที่ 3
เบ๊จำเป็นต้องทำอะไรบ้าง?
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!