ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที!•ตอนที่ 2

ข้อตกลงลับ ฉบับรุ่นพี่สุดโหด

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
"นั่งลงสิ หรืออยากจะยืนให้ฉันมองจากมุมต่ำไปตลอดทั้งคาบ?" เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยแรงกดดันทำเอาขาของฉันสั่นพั่บๆ เหมือนลูกนกตกน้ำ พี่ธันวานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีขาวตัวเดิมที่ยืมมาจากห้องชมรม ใบหน้าหล่อเหลาที่ใครต่อใครต่างก็พากันกรี๊ดกราดบัดนี้กำลังนิ่งสนิทจนเดาทางไม่ถูก ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมาที่ฉันเหมือนนักล่าที่กำลังจ้องเหยื่อในกรง ฉันถอนหายใจยาว พยายามทำใจดีสู้เสือแล้วทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามเขาในห้องสมุดร้างท้ายตึกวิศวะ ที่นี่เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นตุบๆ ผิดกับสมองที่กำลังประมวลผลวุ่นวายว่าทำไม... ทำไมฉันต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์บ้าๆ นี่ด้วย! "เอ่อ... พี่ธันคะ เรื่องเสื้อตัวนั้น หนูซักให้แล้วนะคะ แต่ว่า... มันมีรอยคราบจางๆ นิดหน่อย หนูยอมรับผิดค่ะ จะให้ทำยังไงก็บอกมาเลย อย่าเอาแต่จ้องหน้ากันแบบนี้ มันกดดันนะคะ!" ฉันหลับหูหลับตาโพล่งออกไป เสียงตัวเองดังลั่นจนต้องรีบยกมือปิดปาก พี่ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยนิ่งสนิทเริ่มพราวระยับอย่างมีเลศนัย เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้จนฉันได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ แนวสะอาดๆ ที่โคตรจะอันตรายต่อใจ "คราบจางๆ เหรอ?" เขาพึมพำ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นมาสไลด์หน้าจอแล้วโยนมันลงบนโต๊ะตรงหน้าฉัน "ถ้าแค่ซักไม่ออก ฉันคงไม่เรียกเธอมาคุยเป็นการส่วนตัวหรอกนะ 'ยัยเด็กแสบ'" ฉันก้มมองหน้าจอที่เปิดค้างไว้ที่แชตกลุ่มของคณะที่กำลังเมาท์มอยเรื่อง... วีรกรรมของฉันเมื่อตอนเที่ยง? ไม่สิ นั่นมันรูปตอนที่ฉันทำน้ำแดงหกใส่เสื้อเขาตอนวิ่งชนนี่นา แต่มันไม่ได้มีแค่รูปเดียว ข้างๆ รูปนั้น คือตัวเลขจำนวนเงินมหาศาลที่ฉันแทบสำลักอากาศ! "นี่มันค่าซ่อมบำรุงหรือค่าเสื้อทองคำคะพี่ธัน! สองหมื่นเนี่ยนะ?!" ฉันร้องลั่น ลืมตัวไปชั่วขณะว่ากำลังอยู่ในที่สาธารณะ "เสื้อน่ะไม่กี่บาทหรอก" เขากระตุกยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ทำให้ใจฉันเต้นผิดจังหวะ "แต่ค่าเสียเวลาที่ฉันต้องเสียไปเพราะเธอ กับค่าที่เธอทำ 'ของรัก' ของฉันเสียหาย... มันประเมินค่าไม่ได้หรอกนะเกล" "แล้วจะให้หนูทำยังไง! หนูไม่มีเงินเยอะขนาดนั้นหรอกนะคะ ถ้าพี่จะขู่ให้หนูขายไตไปใช้หนี้ล่ะก็... หนูขอบอกไว้เลยว่าตับหนูแข็งแรงกว่าไต!" ฉันพยายามโต้กลับด้วยมุกแป้กๆ เพื่อลดความตึงเครียด แต่มันกลับทำให้พี่ธันวาหลุดขำออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะของเขามันช่างน่าหมั่นไส้... และน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน "ฉันไม่ได้ต้องการไตเธอหรอก" เขาขยับตัวเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเราแทบจะชนกัน ฉันรีบเอนหลังหนีจนเกือบตกเก้าอี้ แต่เขากลับคว้าต้นแขนฉันไว้แน่น สัมผัสอุ่นๆ นั้นทำให้ไฟช็อตไปทั่วร่าง "ฉันต้องการ 'เบ๊' สักคนไว้ใช้สอยในช่วงปิดเทอมนี้... สนใจจะรับตำแหน่ง 'ทาสเบ๊ล้างหนี้' ของฉันไหมล่ะ?" "เบ๊?! พี่จะใช้หนูเป็นเบ๊เนี่ยนะ? หนูเป็นนักศึกษาบริหารนะคะ ไม่ใช่คนใช้!" "งั้นก็จ่ายมาสองหมื่น... หรือจะเลือกเป็นเบ๊ให้ฉันจนกว่าหนี้จะหมด?" เขาเลิกคิ้วท้าทาย แววตาคู่นั้นไม่ได้มีร่องรอยของการล้อเล่นอีกต่อไป มันคือสายตาของคนที่ถือไพ่เหนือกว่าอย่างสมบูรณ์แบบ ฉันกัดริมฝีปากแน่นจนรู้สึกถึงรสฝาด สมองมันสั่งให้ปฏิเสธ แต่หัวใจเจ้ากรรมดันสั่นระรัวเหมือนถูกสปอยล์ให้จมลงไปในหลุมพรางที่เขาขุดไว้ตั้งแต่วันแรกที่เจอหน้า "แค่... แค่ทำความสะอาดห้องชมรมกับซื้อข้าวให้ใช่ไหมคะ?" ฉันถามเสียงอ่อย "มากกว่านั้น... แล้วแต่ฉันจะสั่ง" คำตอบนั้นทำเอาฉันหน้าชา แต่ก่อนที่จะได้อ้าปากเถียง เสียงแจ้งเตือนข้อความในไลน์ของฉันก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ ฉันหยิบมือถือขึ้นมาดูด้วยความงุนงง เป็นข้อความจากกะทิที่ส่งรูปภาพบางอย่างมาให้ 'เกล! แกดูรูปที่ฉันส่งไปให้ดีๆ นะ! นั่นมันพี่ธันวาที่ยืนอยู่กับมินตราเมื่อกี้ไม่ใช่เหรอ? ทำไมเขาสองคนดูสนิทกันจัง!' ฉันกดเปิดรูปดู หัวใจเหมือนถูกบีบจนแน่น มินตรา... ดาวคณะสวยหยดที่ใครๆ ก็รู้ว่าตามจีบพี่ธันวามานาน กำลังยืนอยู่ในมุมมืดของโรงอาหารด้วยท่าทีใกล้ชิดกับเขาอย่างที่ฉันไม่เคยเห็น ฉันเงยหน้าขึ้นมองพี่ธันวาที่นั่งจ้องฉันอยู่ก่อนแล้ว แววตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้ดูขี้เล่นเหมือนเมื่อกี้ แต่มันดู... หม่นลงอย่างน่าประหลาด "กะทิส่งรูปอะไรมาให้เหรอ?" เสียงทุ้มถามขึ้นเรียบๆ ราวกับอ่านใจฉันออก ฉันรีบเก็บมือถือแล้วเม้มปากแน่น พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ "ไม่มีอะไรค่ะ แค่เพื่อนชวนไปกินข้าว... งั้นตกลงค่ะ หนูจะเป็นเบ๊ให้พี่จนกว่าจะใช้หนี้ครบ!" พี่ธันวาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาฉัน สายตานั้นเหมือนกำลังพยายามค้นหาความลับบางอย่างที่ฉันซ่อนไว้ ก่อนที่เขาจะยิ้มออกมา... ยิ้มที่ดูเหมือนจะเศร้าแต่ก็เต็มไปด้วยเลศนัย "ดี... งั้นเริ่มตั้งแต่วินาทีนี้เลย" เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดส่งข้อความบางอย่างมาหาฉัน ทันทีที่เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น ฉันเปิดอ่านแล้วก็ต้องเบิกตากว้างจนแทบหลุดจากเบ้า [ข้อความจาก พี่ธันวา: 'ถ้าอยากรู้ว่าทำไมฉันถึงเลือกเธอแทนที่จะเป็นมินตรา... คืนนี้สี่ทุ่ม มาที่หน้าหอพักของฉันซะ อย่าให้ฉันต้องตามไปลากตัวมาเองนะเด็กดื้อ'] ฉันมองข้อความนั้นสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้าฉันแล้วก้มลงมากระซิบข้างหู "อย่าให้ฉันต้องรอนานล่ะ... เพราะฉันเกลียดคนผิดนัดที่สุด" กลิ่นน้ำหอมจางๆ ยังคงอบอวลอยู่รอบตัวฉัน แม้ว่าเจ้าของจะเดินออกไปไกลแล้ว ฉันได้แต่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้องสมุด ความรู้สึกโหว่งเหวงในอกมันเริ่มขยายตัวเป็นความตื่นเต้นที่ฉันไม่อาจปฏิเสธได้ มินตรา... ข้อตกลงนี้... และความลับที่เขากำลังจะบอก ฉันกุมมือถือแน่นจนข้อนิ้วขาว มือสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่แยกไม่ออกระหว่างความกลัวและความ... อยากรู้จนใจสั่น คืนนี้... ฉันควรจะไปหาสิ่งที่เรียกว่า 'ความลับ' หรือจะหนีไปให้ไกลที่สุดดีนะ? ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้ แล้วมาลุ้นกันต่อนะคะว่าน้องเกลจะตัดสินใจยังไง "ที่คั่นหนังสือสีชมพู" รออ่านคอมเมนต์ให้กำลังใจอยู่เสมอนะคะ!
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%