ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที!•ตอนที่ 5

ชื่อไลน์พี่ธันวาคืออะไรนะ?

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
เสียงแจ้งเตือนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นติดต่อกันสามครั้ง ทำเอาเกลถึงกับสะดุ้งสุดตัวจนเกือบทำแก้วชานมไข่มุกในมือร่วงลงไปกระแทกกับพื้นโต๊ะหินอ่อนในโรงอาหารคณะบริหารธุรกิจ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกำลังวิ่งแข่งมาราธอนสิบคิโลเมตร ภาพข้อความแชตจากหน้าจอยังคงสว่างวาบและบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท สมองของเธอขาวโพลนไปหมดหลังจากได้เห็นประโยคกำกวมแต่ทรงพลังทำลายล้างสูงจากผู้ชายอันตรายที่ชื่อ *ธันวา* *[Thunwa_T]: รูปนั้นน่ะ... ผมเป็นคนสั่งให้เขาปล่อยเองครับ* *[Thunwa_T]: อยากรู้ไหมว่าทำไม? เพราะต่อจากนี้... เกลต้องเป็นของผม 'คนเดียว' เท่านั้น* "ให้ตายเถอะ... บ้าไปแล้ว พี่ธันวาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ!" เกลพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดลามไปถึงใบหู มือบางยกขึ้นมาพัดวีใบหน้าตัวเองที่กำลังร้อนฉ่าราวกับเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เธอพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง แต่ยิ่งคิดถึงประโยคคำว่า *'ต้องเป็นของผมคนเดียว'* หัวใจเจ้าระกรรมก็ยิ่งเต้นแรงจนแทบจะทะลุกระดูกซี่โครงออกมาด้านนอก "ยัยเกล! เป็นอะไร หน้าแดงเป็นตูดลิงขนาดนั้น แกแอบกินพริกสกัดมาเหรอฟะ" เสียงใสแจ๋วของกะทิเพื่อนสนิทตัวแสบดังขึ้นพร้อมกับการทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างแรง จนน้ำแข็งในแก้วน้ำอัดลมกระฉอกออกมาเลอะขอบโต๊ะ กะทิหรี่ตามองเพื่อนรักด้วยความสงสัย ก่อนจะชะโงกหน้าเข้ามาใกล้เพื่อพยายามแอบส่องหน้าจอโทรศัพท์ในมือของเกล "เปล่าสักหน่อย! ใครหน้าแดง ไม่มี๊!" เกลรีบกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์แล้วคว่ำมันลงกับโต๊ะทันทีก่อนที่กะทิจะทันได้เห็นข้อความมหันตภัยนโยบายยึดครองโลกของนายวิศวะปีสามคนนั้น น้ำเสียงของเธอสูงปรี๊ดจนผิดปกติ เป็นพิรุธที่ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็ปิดไม่มิด "เสียงสูงแบบนี้... มีพิรุธร้อยเปอร์เซ็นต์!" กะทิหรี่ตาแคบลงกว่าเดิม ใช้สายตาจับผิดราวกับโคนันมาเอง "ไหนเอาโทรศัพท์มาดูซิ ว่าผู้ชายคนไหนมันบังAอาจทำให้เพื่อนรักของฉันอาการหนักขนาดนี้ หรือว่า... พ่อหนุ่มวิศวะคนนั้น ส่งอะไรมาทำให้ใจสั่นอีกล่ะหึ?" "หยุดเลยนะแก! ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ ยัยกะทิ ตัวดีนักนะ แกนี่แหละตัวต้นเหตุที่ทำให้ฉันต้องไปพัวพันกับเขารู้ไหม!" เกลเฉไฉเปลี่ยนเรื่องทันที พร้อมกับเอื้อมมือไปหยิกแขนเพื่อนสาวเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังกัดกินหัวใจเธอทีละน้อย "อ้าวๆๆ โทษฉันเฉยเลย ทั้งที่ฉันเนี่ยแหละคือกามเทพผู้เสียสละ เปิดทางให้แกได้สอยหนุ่มหล่อระดับท็อปของมหาลัยเชียวนะยะ" กะทิเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ พร้อมกับทำท่าทางกระดีกระด๊าเหมือนคนกำลังจะถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง "ว่าแต่... ตกลงเขาว่ายังไงบ้างล่ะ หลังจากที่รูปคู่ (ที่ไม่เชิงคู่) ของพวกแกว่อนคณะบริหารจนมินตราหน้าคว่ำไปครึ่งซีกแล้วเนี่ย" เกลเม้มริมฝีปากแน่นโดยอัตโนมัติเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้า รูปถ่ายใบนั้น... รูปที่เธอกำลังยืนทำหน้าเหวอใส่พี่ธันวาที่กำลังก้มตัวลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลางโรงอาหารคณะวิศวะฯ ที่ถูกปล่อยออกมาโดยฝีมือใครบางคน ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวสารภาพหน้าตาเฉยแล้วว่าเป็นคนบงการเองทั้งหมด! เกลไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนอย่างพี่ธันวา ผู้ชายมาดนิ่ง เงียบขรึม และไม่เคยสนใจใคร จะยอมลดตัวลงมาเล่นเกมปั่นหัวคนอื่นด้วยวิธีเด็กๆ แบบนี้ แถมยังพ่วงด้วยประโยคคำพูดที่ชวนให้ขาอ่อนแรงแบบนั้นอีก *ผู้ชายอะไร... ร้ายกาจเป็นบ้า!* ในขณะที่เกลกำลังนั่งกัดริมฝีปากครุ่นคิดด้วยความสับสนปนเขินอาย โทรศัพท์มือถือที่คว่ำอยู่บนโต๊ะก็สั่นครืดคราดขึ้นมาอีกครั้ง กะทิที่นั่งจ้องอยู่ก่อนแล้วทำตาโตเป็นไข่ห่าน มือไวราวกับลิงรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูก่อนที่เกลจะคว้าทัน "เฮ้ย! เขาโทรมาว่ะแก! พี่ธันวาโทรมา! รับเร็วๆสิยะ รออะไรอยู่!" กะทิส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดเบาๆ ด้วยความตื่นเต้น พร้อมกับยื่นโทรศัพท์มือถือมาตรงหน้าเกลราวกับมันคือวัตถุระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำงานได้ทุกเมื่อ "ยัยกะทิ! เอาคืนมานะ!" เกลพยายามจะแย่งโทรศัพท์คืน แต่มีหรือที่คนมือไวกว่าอย่างกะทิจะยอมหลุดมือง่ายๆ เพื่อนสาวจอมซนจัดการกดรับสายแถมยังเปิดสపీเกอร์โฟนแล้วโยนเครื่องมาวางไว้กลางโต๊ะหน้าตาเฉย! *ตู๊ด... ตู๊ด...* เสียงสัญญาณรอสายดังขึ้นสามครั้ง ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมรอบโต๊ะ เกลอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ สมองประมวลผลไม่ทันว่าควรจะตัดสายทิ้ง วิ่งหนี หรือหยิบขึ้นมาคุยดี หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนแทบจะกระกระเด็นออกมาข้างนอกอยู่แล้ว "รับสายแล้วนี่ครับ... ทำไมไม่พูดอะไรล่ะครับ เก黛... เอ๊ย เกล?" เสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลแต่เจือแววเจ้าเล่ห์นิดๆ ดังลอดออกมาจากลำโพงโทรศัพท์ น้ำเสียงนั้นช่างทรงพลังจนทำให้เกลรู้สึกเหมือนขนลุกชันไปทั้งตัว ใบหน้าที่เพิ่งจะหายร้อนกลับมาร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้งจนแทบจะระเบิด "พ... พี่ธันวา!" เกลเผลออุทานออกมาเสียงดังลั่นโดยลืมตัว ปลายเสียงสั่นเครือด้วยความตกใจและทำอะไรไม่ถูก "ครับ... พี่เอง ดีใจจังที่จำเสียงได้ นึกว่าจะลืมกันไปซะแล้ว" ปลายสายหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูก็รู้ว่ากำลังสนุกสนานกับการได้แกล้งเด็กสาวปีหนึ่งที่กำลังนั่งหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุกอยู่ปลายสาย กะทิที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ ทำท่าทางประกอบเป็นรูปปากคำว่า *'กรี๊ดดด เขาเรียกชื่อแกแบบสนิทสนมด้วย!'* พร้อมกับทำมือไม้ประกอบเป็นรูปหัวใจลอยละลิ่วจนเกลอยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด "ใครลืมคะ! ใครเขาลืมกันล่ะ!" เกลเผลอเถียงกลับไปตามสัญชาตญาณความปากเก่งของตัวเอง ลืมตัวไปสนิทว่าสถานการณ์ตอนนี้ตัวเองกำลังเสียเปรียบสุดๆ "แล้วโทรมามีอะไรไม่ทราบคะ ช่วงนี้คนยิ่งยุ่งๆ อยู่ด้วย!" "ยุ่งเรื่องรูปในเพจคณะ หรือว่ายุ่งเรื่องที่กำลังคิดถึงผมอยู่กันแน่ครับ?" น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยถามอย่างหยอกเย้า ชวนให้คนฟังรู้สึกเหมือนกำลังจะหายใจไม่ออก เกลสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและความเจ้าเล่ห์ที่แผ่ออกมาจากปลายสายได้อย่างชัดเจน "ไม่ได้คิดถึงสักหน่อย! อย่ามามโนนะพี่ธันวา!" เกลโวยวายกลบเกลื่อนความเขินอาย มือบางรีบคว้าแก้วน้ำขึ้นมาดูดเพื่อแก้เก้อ แต่เพราะความรีบร้อนทำให้เกลเกือบสำลักน้ำชานมจนต้องไอออกมาเบาๆ *แค๊กๆ!* "เบาๆ ครับ ไม่ต้องรีบกินขนาดนั้นก็ได้ ไม่มีใครแย่งหรอก" เสียงถอนหายใจเบาๆ พร้อมกับน้ำเสียงที่เจือความเอ็นดูอย่างปิดไม่มิดดังลอดมาอีกครั้ง "ตั้งใจโทรมาเตือนเฉยๆ หรอก... เลิกเรียนแล้ว ไม่ต้องรีบกลับหอพักนะ รออยู่ตรงโรงอาหารนั่นแหละ เดี๋ยวผมเดินไปรับ" "หา? ไปรับทำไมคะ เกลกลับเองได้!" เกลปฏิเสธเสียงแข็งทันทีโดยไม่ต้องคิด "ไม่ได้ครับ... ก็บอกแล้วไงว่าต่อจากนี้ เกลต้องเป็นของผม 'คนเดียว'..." ปลายสายเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง ก่อนจะกระซิบประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและจริงจังจนทำให้เกลรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ "...เพราะฉะนั้น ห้ามไปไหนกับใครเด็ดขาด เข้าใจไหมครับเด็กดี" ตู๊ด... ตู๊ด... สายถูกตัดไปแล้ว ทิ้งให้เกลนั่งแข็งทื่อเป็นหินอยู่ตรงนั้น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระกระเด็นออกมานอกอก ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาไฟมาสุม กะทิที่นั่งอ้าปากค้างอยู่ข้างๆ ค่อยๆ เอื้อมมือมาเขย่าแขนเกลเบาๆ พร้อมกับส่งเสียงกรี๊ดเบาๆ ในลำคออย่างคนควบคุมสติตัวเองไม่อยู่ "ยัยเกล... แกตาย! แกตายแน่ๆ ผู้ชายสายแบดแต่คลั่งรักแบบนี้ มันอันตรายต่อหัวใจเกินไปแล้วนะเว้ย!" กะทิเขย่าตัวเกลไปมาด้วยความตื่นเต้น แต่ทว่า... ในวินาทีที่เกลกำลังจะหันไปโวยวายใส่เพื่อนสนิท หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งจะดับไปเมื่อครู่ก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับข้อความใหม่จากแอปพลิเคชันไลน์ที่เด้งขึ้นมาตรงหน้า *[Thunwa_T]: มองไปที่เสาต้นที่สาม... ฝั่งทางเข้าโรงอาหารสิครับ* เกลเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอค่อยๆ หันขวับไปมองตามพิกัดที่ข้อความระบุไว้อย่างช้าๆ ราวกับภาพสโลโมชัน... และที่ตรงนั้น... ท่ามกลางฝูงชนมากมายในโรงอาหาร ร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาปีสามกางเกงสแลคเข้ารูปกำลังยืนพิงเสาต้นที่สามอยู่ รอยยิ้มมุมปากร้ายกาจแต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยความเอ็นดูกำลังมองตรงมาที่เธอราวกับนักล่าที่กำลังมองเหยื่อในกำมือ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่เกลนิ่งสนิท ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะขยับเป็นคำพูดไร้เสียงที่อ่านปากได้ชัดเจนว่า... *— "เจอตัวแล้วครับ คนของผม"* (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมลุ้นและเขินตัวบิดไปด้วยกันในตอนนี้ แล้วมาฟินต่อในตอนหน้านะคะ!)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%