"คนบ้าอะไร... จะหน้าตาดีเกินเบอร์ไปไหนเนี่ย!"
เกลเกือบจะเหวี่ยงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในมือทิ้งลงกับพื้นห้องนอน ถ้านี่ไม่ใช่สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่เพิ่งผ่อนจ่ายไปได้แค่สามงวด มือเรียวบางที่กำลังสั่นระริกยกขึ้นกุมขมับ พยายามสะบัดภาพรอยยิ้มมุมปากอันแสนเจ้าเล่ห์ของรุ่นพี่ปีสามคนนั้นให้ออกไปจากหัวสมอง แต่ยิ่งพยายามสลัด ภาพใบหน้าคมคายสันจรามชัดเจนกับดวงตาคู่คมที่มองมาด้วยแววตากรุ้มกริมเมื่อตอนเย็นกลับยิ่งฉายชัดขึ้นมาในมสติราวกับเปิดแผ่นซ้ำวนไปวนมา
ให้ตายสิ! นี่เธอเป็นบ้าอะไรไปแล้วเนี่ยคะ!
ร่างบางทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนอนนุ่ม ฟาดหมอนใบโตระบายความหงุดหงิดใส่ที่นอนไปหลายที กعเลสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติตัวเองกลับมา ท่องไว้ค่ะเกล ท่องไว้! ผู้ชายแบบพี่ธันวา วิศวะเครื่องกล ปีสาม ตัวอันตรายระดับสิบ หว่านเสน่ห์เก่งเป็นที่หนึ่ง แถมยังชอบแกล้งให้เธอหัวปั่นเล่นสนุกๆ เป็นงานอดิเรก คนแบบนี้... เธอไม่มีทาง... ไม่มีวันชอบเด็ดขาดค่ะ!
"แกกำลังหลอกตัวเองอยู่ใช่ไหมอีเกล?"
เสียงใสแจ๋วของกะทิเพื่อนสนิทตัวดีดังขึ้นผ่านลำโพงโทรศัพท์ที่เปิดสปีกเกอร์โฟนวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง น้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยความรู้ทันจนเกลต้องรีบเด้งตัวขึ้นมาแยกเขี้ยวใส่หน้าจอทันที
"(หน้าแกตอนนี้แดงก่ำไปถึงใบหูแล้วค่ะเพื่อนรัก ไหน ปฏิเสธมาสิว่าไม่ได้คิดอะไรกับพี่เขา)"
"บ้าเหรอแก! ใครหน้าแดง ไม่มี๊!" เกลปฏิเสธเสียงดังกลบเกลื่อน พยายามทำเสียงให้ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ฉันแค่... แค่หงุดหงิดที่โดนแกล้งต่างหากเล่า! ใครจะไปพิศวาสผู้ชายปากเสียแบบนั้นกัน หน้าตาก็ธรรมดา ออกจะกวนประสาทด้วยซ้ำ!"
"(หื้มมม... ธรรมดา? พี่ธันวาเนี่ยนะธรรมดา แกเอาตาตุ่มมองเหรออีเกล ดาวคณะเรายังแทบจะกราบกรานขอส่วนบุญอยากได้พี่เขาเป็นแฟน แล้วดูแก... ปากบอกไม่ชอบ แต่ตอนที่พี่เขาเข้ามาใกล้จนจมูกจะชนกันเมื่อวาน แกยืนแข็งทื่อเป็นหินแกรนิตแถมยังลืมหายใจไปสามวิไม่ใช่เหรอจ๊ะ?)"
คำพูดแทงใจดำของกะทิทำเอาเกลสำลักน้ำลายตัวเอง แทบจะสำลักอากาศหายใจเข้าปอดไม่ทัน เกลอ้าปากพะงาบๆ จะเถียงแต่ก็เถียงไม่ออก เพราะภาพเหตุการณ์เมื่อตอนเย็นมันดันย้อนกลับมาตอกย้ำความจริงอันน่าอับอาย
ตอนนั้น... ระยะห่างระหว่างเธอกับเขามันใกล้เกินไปจริงๆ ค่ะ ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดอยู่ตรงข้างแก้ม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายสะอาดๆ เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ลอยมาแตะจมูก และที่ร้ายที่สุดคือปลายนิ้วอุ่นจัดที่แตะลงบนคางอิ่มเพื่อเชยหน้าเธอขึ้นไปสบตา...
*ตึกตัก ตึกตัก*
แค่คิด หัวใจเจ้ากรรมก็ทรยศเต้นโครมครามขึ้นมาอีกรอบจนน่ากลัวว่ามันจะทะลุออกมานอกอก เกลยกมือขึ้นกอบกุมหน้าอกข้างซ้ายไว้แน่น เม้มริมฝีปากเข้าหากันอย่างขัดใจ ทำไมกันนะ... ทำไมร่างกายถึงไม่ยอมฟังคำสั่งสมองเลยสักนิด เธอบอกตัวเองชัดเจนแล้วแท้ๆ ว่าผู้ชายอันตรายคนนั้นคือภัยต่อความสงบสุขในชีวิตมหาวิทยาลัย แต่ทำไมพอเขาเข้าใกล้ หัวใจเจ้ากรรมถึงได้ทรยศด้วยการเต้นแรงทุกที
"ฉันไม่ได้ชอบเขา... ฟังไม่รู้เรื่องรึไงยะ" เกลเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความมั่นใจที่เคยมีมันหดหายเหลือแค่ความลังเลที่ฉายชัดในน้ำเสียง "(ปากแข็งเบอร์นี้ ระวังเถอะแก จะโบ้ตามพี่เขาไม่ทันนะบอกให้)" กะทิกดเสียงต่ำลงอย่างรู้ทันก่อนจะตัดสายทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใย ปล่อยให้เกลนั่งเคว้งคว้างอยู่กับความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองในห้องนอนที่เงียบสงบ
ห้องพักสี่เหลี่ยมสีขาวสะอาดตาดูจะแคบลงไปถนัดตาเมื่อความรู้สึกวุ่นวายใจเข้าครอบงำ เกลลุกขึ้นเดินวนไปวนมาเหมือนหนูติดจั่น มือเรียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันแชตสีเขียว มองชื่อโปรไฟล์ของคนบางคนที่ขึ้นสถานะออนไลน์อยู่
หน้าจอแสดงห้องแชตล่าสุดที่บทสนทนาค้างเติ่งไว้ตั้งแต่ตอนทุ่มตรง
*[พี่ธันวา]: ถึงห้องยังครับเด็กดื้อ*
*[พี่ธันวา]: อย่าลืมกินยานอนหลับล่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นมาตาบวมเป็นหมีแพนด้า พี่ไม่รับผิดชอบนะ*
เห็นข้อความกวนๆ แบบนั้นแล้วมันน่าทุบให้หลังหักนัก! เกลพองลมในแก้มอย่างหมั่นไส้ นิ้วเรียวจิ้มแป้นพิมพ์ยิกๆ เพื่อพิมพ์ข้อความตอบกลับไปด้วยความฉุนเฉียวปนรั้น
*[เกลเองจ้า]: ใครเด็กดื้อไม่ทราบคะ! แล้วก็ไม่ต้องมาสั่ง เลิกยุ่งกับฉันสักทีเถอะค่ะ รำคาญ!*
พิมพ์เสร็จก็กดส่งอย่างรวดเร็วด้วยความสะใจ แต่ผ่านไปไม่ถึงหวินาที ข้อความแจ้งเตือนสถานะการอ่านก็เด้งขึ้นมาทันที ราวกับว่าอีกฝ่ายถือโทรศัพท์รอเธอตอบอยู่ตลอดเวลา
*[พี่ธันวา]: ปากบอกรำคาญ แต่พิมพ์ตอบไวแท้เหลา*
*[พี่ธันวา]: หิวนมไหมเด็กน้อย เดี๋ยวพี่ซื้อไปส่ง หน้าห้องพักเดิมใช่ป่ะ*
*[เกลเองจ้า]: ไม่ต้อง! และไม่ต้องมาด้วย บอกว่ารำคาญไงคะ ฟังภาษาไทยไม่เข้าใจรึไง!*
*[พี่ธันวา]: ครับๆ ฟังเข้าใจดีครับ... แต่พอดีพี่เป็นคนความจำสั้น แถมดื้อด้วยสิ*
*[พี่ธันวา]: เปิดประตูห้องหน่อยสิครับ*
เกลขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง เปิดประตู? เปิดประตูอะไรของเขา เธอล็อกห้องแน่นหนาดีแล้วนี่นา หรือว่าเขาจะส่งข้อความมาอำเล่นอีก เกลส่ายหัวให้กับความกะล่อนของรุ่นพี่ตัวดีแล้วเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียงต่อ ทำเป็นเมินเฉยไม่สนใจข้อความที่เด้งรัวๆ ติดต่อกันหลายข้อความ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูห้องพักดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเป็นจังหวะ ท่ามกลางความเงียบสงบยามดึกดื่น ทำให้เกลที่กำลังซุกหน้าลงกับหมอนถึงกับสะดุ้งสุดตัว ขนลุกซู่ขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องเดาเลยว่าใครยืนอยู่หลังบานประตูนั้น
ให้ตายสิ... เขามาจริงๆ เหรอเนี่ย!
เกลผุดลุกขึ้นนั่ง ตาโตเท่าไข่ห่าน หัวใจเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าตอนวิ่งมาราธอน มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะก้าวเดินย่องไปที่หน้าประตูห้องอย่างเงียบเชียบที่สุด เธอแนบหูฟังเสียงฝั่งตรงข้าม
เงียบกริบ... ไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมาเลย นอกจากเสียงลมหายใจของตัวเอง
"รุ่นพี่... กลับไปได้แล้วนะะคะ ดึกแล้ว!" เกลตัดสินใจตะโกนบอกผ่านบานประตูออกไป เสียงสั่นนิดๆ จนน่าเกลียด
"(ไม่กลับครับ จนกว่าเด็กดื้อจะยอมเปิดประตูมาเคลียร์กันให้รู้เรื่อง)" เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังลอดผ่านรอยต่อบานประตูเข้ามา ชัดเจนและใกล้ชิดเสียจนเกลสะดุ้งโหยง ถอยหลังกรูดไปสองก้าวราวกับเจอผีหลอก "(เปิดหน่อยสิเกล... พี่หนาวนะเนี่ย ยืนรอตั้งนานแล้วนะ)"
"สมน้ำหน้า! ใครใช้ให้มาเล่า กลับไปเลยนะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจข้อหาบุกรุก!" เกลขู่ฟ่อผ่านประตู แต่หัวใจเจ้ากรรมดันทรยศเต้นโครมครามด้วยความเป็นห่วงขึ้นมาเสียอย่างนั้น นี่เธอ... เป็นห่วงเขาเหรอเนี่ย? บ้าไปแล้วแน่ๆ!
"(แจ้งเลยครับ เชิญตามสบาย... แต่ก่อนตำรวจจะมา พี่อาจจะเคาะประตูห้องแกจนคนอื่นตื่นหมดทั้งชั้นก่อนนะ)" น้ำเสียงกวนประสาทลอยลอดเข้ามา พร้อมกับเสียงเคาะประตูเบาๆ อีกสองที
เกลกัดริมฝีปากตัวเองแน่นด้วยความคับแค้นใจ จะไล่ก็ไม่ไป จะเปิดก็กลัวใจตัวเองว่าจะตบะแตกพ่ายแพ้ให้กับสายตาคู่นั้น สุดท้ายความรำคาญผสมความจำนนก็ชนะทุกอย่าง เกลเอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตูแล้วกระชากเปิดออกกว้างด้วยใบหน้าบึ้งตึง
"อยากโดนอะไรนักหนาคะ ถึงได้มา..."
คำพูดต่อว่าต่อขานกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อดวงตาคู่สวยประสานเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มของร่างสูงที่ยืนยันตัวอยู่ตรงหน้า พี่ธันวาไม่ได้ใส่เสื้อช็อปวิศวะเหมือนเคย เขาสวมเพียงเสื้อยืดสีดำตัวโคร่งกับกางเกงวอร์มสบายๆ เรือนผมยุ่งเหยิงเล็กน้อยเพราะแรงลม แต่สิ่งที่ทำให้เกลพูดไม่ออกก็คือรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยนที่ส่งมาให้ จนใบหน้าหล่อเหลานั้นดูมีเสน่ห์ร้ายกาจเป็นบ้า
ร่างสูงก้าวล้ำเข้ามาในห้องหนึ่งก้าวอย่างถือวิสาสะ บีบพื้นที่ระหว่างเธอกับกรอบประตูให้แคบลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง เกลผถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ แต่หนีไปไหนไม่ได้อีกแล้วเมื่อวงแขนแกร่งยกขึ้นยันกำแพงกั้นเธอไว้ตรงกลาง
"บอกว่ารำคาญนัก... แต่ทำไมตอนเปิดประตู หน้าตาถึงได้ดูดีใจขนาดนี้ล่ะหึ?"
เสียงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู พร้อมกับปลายนิ้วอุ่นที่เอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ระแก้มให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้ผิวเนื้อบริเวณที่ถูกแตะต้องร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เกลตื่นตระหนกจนสมองขาวโพลน หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระกระเด็นออกมาข้างนอก
*ตึกตัก... ตึกตัก...*
ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับและปฏิเสธมาตลอด พรั่งพรูทะลักออกมาจนต้านทานไม่ไหว เกลเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบนั้นโดยลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ
"พี่... พี่มันคนบ้า..." เกลกระซิบเสียงสั่น เผลอหลุดคำในใจออกมาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว "บอกว่าเกลียด... แต่ทำไม... ถึงใจเต้นแรงทุกทีที่อยู่ใกล้พี่เลยล่ะคะ..."
ธันวาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะค่อยๆ
ปรากฏขึ้นบนมุมปากหยักสวยอย่างได้ใจสุดๆ
"อ๋อ... ยอมรับแล้วสินะครับ ว่าชอบพี่?"
เกลเบิกตากว้างเมื่อรู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรออกไป ใบหน้าร้อนผ่าวราวจับไข้ รีบยกมือขึ้นผลักอกแกร่งเต็มแรงเพื่อถอยหนี แต่ทว่า... วงแขนแกร่งกลับรวบเอวบางเข้าหาตัวแนบชิด ลมหายใจอุ่นปะทะกันจนรับรู้ถึงความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
ธันวาก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะชนกัน แววตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความสุขที่ปิดไม่มิด
"เกล... ปากแข็งได้อีกไม่นานหรอกนะ เพราะหลังจากนี้... พี่ไม่ปล่อยให้หนีไปไหนอีกแล้วล่ะครับ"
ขอบคุณที่เดินทางมาเติมเต็มหัวใจสีชมพูในตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะใจเต้นไปพร้อมกับเกลแล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที!•ตอนที่ 16
ใครกันที่บอกว่าไม่ชอบรุ่นพี่?
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!