ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที!•ตอนที่ 17

คู่แข่งหัวใจปรากฏตัว

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
“รุ่นพี่ธันวาคะ มินเอาชีสเค้กจากร้านโปรดมาฝากค่ะ พอดีมินทำโปรเจกต์ดึกแล้วนึกถึงพี่ธันวาขึ้นมา... งื้อ พี่ธันวาอย่าเพิ่งก้มหน้ามองแล็ปท็อปสคะ หันมามองมินหน่อยเร้ว” เสียงหวานหยดย้อยที่จงใจดัดให้เล็กแหลมจนฟังดูเลี่ยนพุ่งเข้ามากระทบโสตประสาทของเกลเข้าอย่างจัง ขณะที่เธอกำลังก้มหน้าก้มตาคัดแยกเอกสารบัญชีอยู่หลังเคาน์เตอร์ร้านกาแฟใต้ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ มือบางที่กำลังถือแฟ้มเอกสารชะงักกึก เกลค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองผ่านกระจกใสบานกั้นระหว่างโซนสั่งเครื่องดื่มกับโต๊ะมุมโปรดของพี่ธันวา ภาพที่เห็นทำเอาเส้นเลือดขมับข้างขวาเต้นตุบๆ จนแทบจะระเบิดออกมาเป็นตัวหนังสือ มินตรา ดาวคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ปีสาม เจ้าของใบหน้าเรียวสวยเฉี่ยวและเรือนร่างเป๊ะปังในชุดนักศึกษาเข้ารูปกำลังโน้มตัวลงต่ำจนแทบจะแนบชิดกับไหล่กว้างของพี่ธันวา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจายจนเกลเผลอทำจมูกย่นด้วยความหมั่นไส้ ให้ตายเถอะ! นี่มันวันจันทร์นะยะ ทำไมแม่คุณถึงขยันมาป้วนเปี้ยนแถวนี้ซะยิ่งกว่าภารโรงตรวจตึกซะอีก! “ขอบใจนะ แต่วางไว้ตรงนั้นแหละ พอดีฉันไม่ค่อยชอบกินของหวานเท่าไหร่” เสียงทุ้มต่ำติดจะรำคาญใจนิดๆ เอ่ยขึ้นโดยที่เจ้าตัวยังไม่ยอมละสายตาจากหน้าจอแล็ปท็อปด้วยซ้ำ พี่ธันวาในชุดเสื้อเชイ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกดูดีจนน่าหมั่นไส้—เอ๊ย น่าหงุดหงิด เขากำลังง่วนอยู่กับการเขียนโค้ดโปรแกรมบางอย่าง นิ้วเรียวยาวขยับพิมพ์แป้นพิมพ์รัวเร็วราวกับโลกใบนี้ไม่มีสิ่งอื่นสำคัญไปกว่างานตรงหน้า แต่มินตรามีหรือจะยอมแพ้ง่ายๆ แม่คุณทำหน้ามุ้งมิ้ง ยื่นมือเรียวเล็บเจลลายหินอ่อนไปแตะแขนเสื้อของคนตัวโตเบาๆ พร้อมกับส่งเสียงออดอเซาะที่ต่อให้ผู้ชายทั้งมหาลัยได้ยินก็คงใจละลาย “โห... พี่ธันวานใจร้ายจังเลยค่ะ มินตั้งใจขับรถไปซื้อตั้งไกลเชียวนะคะ ชิมสักคำก็ไม่ได้เหรอคะคนดี...” *‘คนดีบ้านแกสิยัยดาวคณะหน้าปลอม!’* เกลแอบเคี้ยวกรอดอยู่ในใจ มือเล็กกำแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนปกกระดาษยับยู่ยี่ นึกถึงประโยคบ้าๆ ที่คนใจร้ายเคยทิ้งไว้เมื่อคืนก่อน... *‘ปากแข็งได้อีกไม่นานหรอกนะ เพราะหลังจากนี้... พี่ไม่ปล่อยให้หนีไปไหนอีกแล้วล่ะครับ’* ฮึ่ย! ปล่อยให้หนีอะไรล่ะ นี่สินะคำว่าไม่ปล่อย... ปล่อยให้ผู้หญิงคนอื่นมานัวเนียถึงถิ่นต่างหากเล่า! คนบ้า คนเจ้าชู้ คนหน้ามึน! “อ้าว น้องเกล ขนมเค้กชิ้นนี้ดูน่าอร่อยจังเลยนะคะ พอดีมินซื้อมาเผื่อคนในร้านด้วย น้องเกลเอาไปแบ่งพี่ๆ เค้ากินสิคะ เผื่อจะได้เรียนรู้งงานให้มันคล่องแคล่วขึ้น จะได้ไม่ทำเอกสารผิดพลาดบ่อยๆ อีก” จู่ๆ เสียงแหลมใสก็หันมาเล่นงานเกลที่ยืนหลบมุมอยู่ รอยยิ้มหวานหยดที่ส่งมาให้ช่างเคลือบยาพิษเสียจนเกลเกือบสำลักน้ำลายตัวเอง มินตราลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินนדเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์พร้อมกับกล่องเค้กสีชมพูหวานแหววในมือ ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเยาะเย้ยหยันแบบที่ตั้งใจให้เห็นแค่สองคน เกลสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกสติและความมั่นหน้าของเด็กปีหนึ่งสายสตรองกลับคืนมา รอยยิ้มการค้าแบบนางงามมิตรภาพถูกปั้นแต่งขึ้นทันทีอย่างไม่ยอมแพ้ “อุ๊ย ขอบคุณนะคะรุ่นพี่มินตราผู้ใจดี พอดีเกลอิ่มตัวกับความหวานเลี่ยนพวกนี้แล้วค่ะ เกรงใจจัง กลัวกินเข้าไปมากๆ แล้วจะทำให้... สมองฝ่อคิดอะไรไม่ทันคนอื่นเขาเหมือนใครบางคนน่ะค่ะ” เกลเน้นเสียงหนักตรงคำว่าสมองฝ่อ พร้อมกับส่งยิ้มหวานพิมพ์นิยมกลับไปแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน มินตราหน้าตึงขึ้นมาทันที รอยยิ้มเสแสร้งบนใบหน้าสวยเกือบจะหลุด เธอกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ “ปากเก่งจังนะคะ สมแล้วล่ะค่ะที่เป็นเด็กฝึกงาน... เอ๊ะ หรือว่าเป็นเด็กปั้นของใครแถวนี้กันแน่นะ ถึงได้กล้าทำตัวปีจอใส่รุ่นพี่แบบนี้” “อุ๊ย เกลเป็นเด็กฝึกงานที่ทำงานด้วยความสามารถค่ะ ไม่ได้อาศัยหน้าตาหรือขนมเค้กมาคอยเดินแจกอ่อยใครไปทั่วหรอกนะคะ” เกลย้อนกลับทันควัน ตาโตๆ จ้องเขม็งใส่รุ่นพี่สาวรุ่นพี่อย่างเอาเรื่อง บรรยากาศรอบตัวเริ่มมีประกายไฟแปลบปลาบราวกับเปิดศึกย่อมๆ กลางร้านกาแฟ “นี่เธอ...!” มินตราหน้าเสีย เงื้อมือถือกล่องเค้กขึ้นสูงด้วยความโมโห ชั่วพริบตานั้นเอง เกลแกล้งทำเป็นสะดุดขาตัวเองเซถอยหลัง มือปัดป่ายไปโดนแก้วกาแฟเย็นที่วางอยู่ใกล้ๆ หกกระเด็นเปื้อนกระโปรงทรงเอราคาแพงของมินตราเต็มๆ! *แผละ!* “กรี๊ดดดดด! บ้าที่สุด! ชุดนี้ห้าพันกว่าบาทนะยะอีน้องบ้า!” มินตรากรีดร้องเสียงหลง กระโปรงสีดำสนิทเปียกโชกไปด้วยคราบกาแฟสีน้ำตาลเข้มจนน่าเกลียด เธอสติหลุดจนลืมภาพลักษณ์ดาวคณะผู้เรียบร้อยไปจนหมดสิ้น “อุ๊ย! ตายแล้ว! เกลซุ่มซ่ามเองค่ะ ขอโทษจริงๆ นะคะรุ่นพี่ พอดีพื้นมันลื่นไปหน่อยอ่ะค่ะ แหะๆ” เกลแกล้งทำหน้าตาสะตอเบอร์riesได้เนียนสนิทที่สุดในสามโลก มือเล็กพยายามจะหยิบกระดาษทิชชูมาซับให้ แต่กลับยิ่งป้ายคราบกาแฟให้กระจายวงกว้างขึ้นไปอีก “ไม่ต้องมายุ่ง! ยัยเด็กบ้าเอ้ย!” มินตราปัดมือเกลออกอย่างแรง ดวงตากลมโกลกมองด้วยความแค้นเคืองสุดขีด ก่อนจะหันไปฟ้องผู้ชายคนเดียวในบริเวณนั้นที่นั่งนิ่งดูเหตุการณ์ทั้งหมดมาโดยตลอด “พี่ธันวาคะ! ดูสิคะเนี่ย ยัยเด็กนี่แกล้งมิน!” ธันวาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอแล็ปท็อปช้าๆ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองสภาพของมินตราที่เปียกปอนสลับกับใบหน้ายุ่งๆ ของเกลที่กำลังยืนกอดอกทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่หลังเคาน์เตอร์ มุมปากหยักสวยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทันแววตาซุกซนคู่นั้น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้จุดเกิดเหตุช้าๆ หัวใจของเกลเต้นรัวระรัวขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาใกล้ เธอแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก... ตายแน่ๆ พี่ธันวาต้องดุเธอแน่เลยที่ไปแกล้งแขกคนสำคัญของเขาแบบนั้น เกลเตรียมตัวจะอ้าปากเถียงกลับล่วงหน้าเพื่อป้องกันตัว ทว่า... สิ่งที่พี่ธันวาทำกลับเหนือความคาดหมายเสียจนเกลอ้าปากค้าง ร่างสูงเดินผ่านมินตราไปอย่างไร้เยื่อใย ราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ ก่อนที่เขาจะหยุดยืนตรงหน้าเคาน์เตอร์ ยื่นมือหนามาจับปอยผมที่หลุดลุ่ยของเกลทัดหูให้อย่างเบามือ สายตาพินิจพิเคราะห์มองสำรวจร่องรอยความเสียหายบนตัวเด็กดื้อด้วยความเป็นห่วงที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ซุ่มซ่ามอีกแล้วนะเรา... เจ็บตรงไหนหรือเปล่า หื้ม?” น้ำเสียงทุ้มต่ำอ่อนโยนจนคนฟังใจสั่นสะท้าน ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความเอ็นดูระคนดุ มินตราที่ยืนตัวเปียกโชกอยู่ข้างๆ ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความช็อก “พี่ธันวาคะ! นี่มินโดนยัยนี่แกล้งจนชุดพังหมดแล้วนะ ทำไมพี่ถึงไม่ดื้อมันล่ะคะ!” ธันวาปรายตามองมินตราเพียงนิดเดียวด้วยแววตาเรียบนิ่งไร้ความรู้สึก น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมหลุดออกจากริมฝีปากหยัก “แฟนผม... ผมรู้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจครับ ส่วนเรื่องชุด เดี๋ยวผมให้เลขาจัดการจ่ายค่าเสียหายให้ทั้งหมดเอง... เชิญคุณมินตรากลับไปเปลี่ยนชุดเถอะครับ รบกวนเวลาทำงานคนอื่นเขามามากพอแล้ว” คำว่า *‘แฟนผม’* ลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ ชัดเจนจนเกลรู้สึกเหมือนเลือดในกายสูบฉีดพุ่งขึ้นมาตีรวนบนใบหน้าจนร้อนผ่าวไปหมด แก้มใสแดงก่ำลามไปถึงใบหู ร่างบางยืนแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก สมองประมวลผลไม่ทันกับคำพูดเผด็จการของคนตัวโต มินตราหน้าซีดเผือด กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อด้วยความแค้นเคืองและอับอาย ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้ววิ่งเตลิดออกจากร้านไปท่ามกลางเสียงซุบซิบของคนในร้าน บรรยากาศในร้านกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหัวใจของเกลที่เต้นโครมครามรากับกลองเพล ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มจนเกลต้องหลบสายตา “ทีนี้... ถึงตาเราเคลียร์กันบ้างแล้วนะเด็กดื้อ...” ธันวาครางเสียงต่ำในลำคอ รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปาก “เมื่อกี้หึงพี่เหรอ ถึงได้แกล้งสาดกาแฟใส่เขาเนี่ย หื้ม?” “ใคร... ใครหึงพี่กันคะ! หลงตัวเองชะมัด!” เกลรีบปฏิเสธเสียงแข็ง หน้าแดงแจ๋ด้วยความเขินอาย มือบางผลักอกกว้างออกห่าง แต่วันนี้คนตัวโตกลับเหนียวแน่นยิ่งกว่าตังเม เขารวบเอวบางไว้ด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย ในจังหวะที่เกลกำลังจะอ้าปากโวยวายกลบเกลื่อนความเขิน จู่ๆ หน้าจอสมาร์ตโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของธันวาก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความแชตไลน์ดัง *‘ติ๊ง!’* ธันวาชะงักเล็กน้อย เขาก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์แวบหนึ่ง ก่อนที่ดึงสายตาคมกริบกลับมามองหน้าเกลด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเป็นความจริงจังจนน่าใจหาย ข้อความบนหน้าจอแสดงชื่อผู้ส่งชัดเจนว่าเป็นรุ่นพี่สาวสวยคนสนิทสมัยมัธยมที่เพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศ และข้อความที่ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอนั้นทำเอาลมหายใจของเกลสะดุดกักทันที *[พี่รัน]: "ธัน... รันกลับมาถึงไทยแล้วนะ คิดถึงจัง... คืนนี้ไปกินข้าวกันเหมือนเดิมนะ ธันยังจำสัญญาของเราได้ใช่ไหม?"* ธันวาหน้าเสียไปเล็กน้อย เขารีบคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงทันทีด้วยท่าทีลนลานแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองเกลด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลระคนอึกอักเป็นครั้งแรก “เกล... คือว่าเรื่องนี้...” ________________________________________ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานและร่วมลุ้นไปกับความโบ๊ะบ๊ะของพี่ธันวากับน้องเกลนะคะ ไว้มาฟินกันต่อตอนหน้าค่ะ! - ที่คั่นหนังสือสีชมพู
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%