“เกล... คือว่าเรื่องนี้...”
เสียงของรุ่นพี่ธันวายังไม่ทันได้หลุดออกจากริมฝีปากหนาจนจบประโยคดีด้วยซ้ำ บรรยากาศรอบตัวที่กำลังอบอุ่นจนเกือบจะละลายหัวใจของเด็กบริหารปีหนึ่งอย่างฉัน ก็ถูกฉีกกระชากด้วยเสียงหัวเราะเยาะในลำคอที่ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อนค่ะ
“อุ๊ย! ขอโทษทีค่ะ พอดีไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะเวลาสวีท... เอ๊ะ หรือว่าเรียกว่าแอบมาตื๊อดีล่ะคะ?”
น้ำเสียงหวานหยดย้อยแต่มวลสารข้างในเต็มไปด้วยเข็มพิษแบบนี้ ไม่ต้องหันไปมองให้เสียเวลาฉันก็จำได้แม่นค่ะ มินตรา ดาวคณะมนุษยศาสตร์ฯ คนสวยที่พยายามทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของพี่ธันวามาตั้งนานสองนาน ยืนกอดอกพิงเสาตึกคณะวิศวะด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง ดวงตากลมโตที่ผ่านการกรีดอายไลเนอร์มาอย่างคมกริบกำลังกวาดมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง
ฉันเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหน้า ไม่ใช่เพราะเขินนะคะ แต่เป็นเพราะความโกรธต่างหาก! ทำไมผู้หญิงคนนี้ต้องคอยตามราวีไม่เลิกราด้วยเนี่ย
“ถ้าไม่มีอะไรจะพูด ก็เชิญหลีกทางด้วยค่ะ พอดีฉันกับพี่ธันวากำลังคุยธุระกันอยู่” ฉันเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ในใจจะแอบสั่นน้อยๆ เวลาโดนสายตาร้ายกาจคู่นั้นจ้องมอง
แต่มินตรากลับหัวเราะคิกคัก ยกมือขึ้นทัดผมยาวสลวยลู่ไปตามกรอบหน้าอย่างจริตจะก้าน เธอก้าวเข้ามาใกล้พวกเราอีกนิด กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยมาแตะจมูกจนฉุนกึก
“ธุระเหรอคะ? หูย... เกล หรือจะเรียกว่าตามตื๊อจนผู้ชายเขาเอือมระอาดีล่ะน้องเกล หน้าตาแบ๊วๆ ใสๆ แต่ลับหลังทำตัวเป็นปลิงคอยเกาะรุ่นพี่วิศวะเนี่ย คนอื่นเขานินทากันทั้งคณะแล้วนะรู้ตัวบ้างไหม ว่าเราน่ะมัน... หิวแสง อยากเกาะกระแสคนดังเพื่อนน่ะ”
คำพูดจาถางถางพ่นออกมาเป็นชุดราวกับท่องจำมาอย่างดี หัวใจของฉันกระตุกวูบ มือเล็กที่กำสายกระเป๋าเป้สะพายหลังอยู่เผลอเกร็งจนข้อตู้มขาวซีด ความรู้สึกชาดิกวิ่งพล่านไปทั่วร่าง คำว่า 'ปลิง' กับ 'หิวแสง' มันดังสะท้อนอยู่ในหัวจนสมองตื้อไปหมด
จริงสิ... ฉันมันก็แค่เด็กปีหนึ่งธรรมดาๆ ที่บังเอิญจับพลัดจับผลูมาพัวพันกับพี่ธันวา รุ่นพี่ปีสามสุดฮอตที่มีแต่คนหมายปอง ใครๆ ก็คงมองว่าฉันเป็นแค่ตัวน่ารำคาญที่คอยเกาะแกะเขาจริงๆ นั่นแหละ
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในน้ำเสียง พยายามจะอ้าปากเถียงกลับตามนิสัยปากเก่งที่ติดตัวมา “นี่รุ่นพี่ พูดให้มันดีๆ นะคะ ใครเป็นปลิงกันแน่คะ ตั้งแต่เปิดเทอมมาฉันยังไม่เคยไปเกาะแกะใครก่อนเลยนะ!”
“อ๋อเหรอ? แล้วที่ยืนลับๆ ล่อๆ คอยตามตื๊อพี่ธันวาอยู่ทุกวันนี่เขาเรียกว่าอะไรล่ะคะ? เรียกว่าความพยายามทุเรศๆ หรือเปล่า?” มินตราสวนกลับทันควัน รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าสวยสะพรั่งนั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนฉันอยากจะหยิกให้เนื้อเขียว
ฉันจุกจนพูดไม่ออก น้ำตาเจ้ากรรมดันรั้นพาลจะเอ่อขึ้นมาดื้อๆ เสียอย่างนั้น ทั้งที่ตั้งใจไว้แล้วแท้ๆ ว่าจะไม่ยอมอ่อนแอให้คนใจร้ายพวกนี้เห็นเด็ดขาด ฉันเกลียดความรู้สึกพ่ายแพ้แบบนี้เป็นที่สุด เกลียดตัวเองที่เวลาเจอคำพูดแย่ๆ แล้วมักจะทำได้แค่ยืนอึ้งแบบนี้ทุกที
ในจังหวะที่ฉันกำลังจะก้าวถอยหลังเพื่อหนีออกไปจากตรงนั้น มือหนาของใครบางคนก็เอื้อมมาคว้าข้อมือฉันไว้เสียก่อน
อุ่น... ความอบอุ่นจากฝ่ามือใหญ่ที่คุ้นเคยแผ่ซ่านเข้ามาผ่านผิวเนื้อ ทำให้ฉันต้องชะงักและเงยหน้าขึ้นมอง
พี่ธันวายังคงยืนนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยมีรอยยิ้มกวนประสาทหรือแววตาขี้เล่นเมื่อครู่ บัดนี้กลับเรียบสนิทจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบคู่นั้นเปลี่ยนเป็นแววตาดุดัน เย็นชา และเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง เขาก้าวเท้าขยับมาบังร่างเล็กของฉันไว้ครึ่งหนึ่ง ราวกับต้องการสร้างกำแพงกั้นระหว่างฉันกับมินตราอย่างชัดเจน
บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบจะติดลบ เสียงพูดคุยจอแจของนักศึกษาที่เดินผ่านไปมาบริเวณนั้นคล้ายจะเงียบเสียงลงไปถนัดตา
“พูดจบหรือยังครับ?”
น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่เจือไปด้วยความเย็นชาจนน่าขนลุกหลุดออกมาจากริมฝีปากของพี่ธันวา มันไม่ใช่เสียงตะคอก แต่มันเต็มไปด้วยอำนาจบางอย่างที่ทำให้คนที่ได้ยินต้องสะดุ้ง
มินตราที่กำลังลอยหน้าลอยตาอยู่ถึงกับชะงักรอยยิ้มค้าง เธอกะพริบตาปริบๆ ด้วยความคาดไม่ถึงเมื่อเจอสายตาที่พี่ธันวาใช้มองเธอในตอนนี้ มันไม่ใช่สายตาของผู้ชายที่สุภาพเรียบร้อยอย่างที่เธอเคยได้ใจเลยแม้แต่น้อย
“พี่... พี่ธันวาคะ มินหมายถึง...” มินตราเปลี่ยนท่าทีทันที น้ำเสียงหวานเลี่ยนถูกดัดให้ฟังดูน่าสงสารขึ้นมาทันตาเห็น พร้อมกับเอื้อมมือจะมาแตะแขนเสื้อของเขา “มินก็แค่เตือนสติยัยเด็กนี่แทนพี่นะคะ กลัวว่าจะรบกวนเวลาเรียนเวลาทำการของพี่...”
พี่ธันวาขยับแขนหลบการสัมผัสของมินตราอย่างรังเกียจชัดเจน ชนิดที่ว่าไม่อยากให้ปลายเล็บของเธอมาโดนตัวเขาแม้แต่น้อย
“ใครอนุญาตให้เธอมาวุ่นวายกับน้องเขาครับ?”
คำถามสั้นๆ แต่เฉียบคมบาดลึก ทำเอามินตราหน้าซีดเผือด เธอกัดริมฝีปากจนเป็นรอยขาว “มินก็แค่ว้าว... ห่วงพี่นะตะ...”
“เตือนสติ?” พี่ธันวาทวนคำพูดนั้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันมุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แต่ดวงตากลับไร้ซึ่งความขำขันใดๆ ทั้งสิ้น “คนที่ควรโดนเตือนสติมากที่สุดในตอนนี้ คือเธอต่างหากมินตรา”
“พี่ธันวา!” มินตราอุทานออกมาเสียงหลง ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวด้วยความตกใจและอับอาย เพราะมีสายตาของนักศึกษาคนอื่นๆ เริ่มหันมามองด้วยความสนใจแล้ว
“ฟังให้ดีนะครับ และจำใส่สมองเอาไว้ด้วย” พี่ธันวาขยับตัวก้าวเข้าไปใกล้มินตราอีกนิด กดสายตาลงมองเธอด้วยความรังเกียจแบบไม่คิดจะรักษาน้ำใจ “เกลไม่ใช่คนที่จะมาให้ใครหน้าไหนก็ไม่รู้มาพูดจาดูถูกเหยียดหยามได้ตามอำเภอใจ และที่สำคัญ...”
เขาเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองหน้าฉันที่กำลังยืนอ้าปากค้าง สมองประมวลผลแทบไม่ทันกับสิ่งที่เขากำลังจะพูด
“...คนที่จะตามตื๊อ จะดูแล จะเกาะแกะ หรือจะทำอะไรกับเกลได้ มีแค่ผมคนเดียวเท่านั้น”
ตึ้ง!
เสียงอะไรบางอย่างในหัวฉันมันระเบิดดังสนั่นจนหูอื้อไปหมด ความร้อนพุ่งพล่านจากลำคอขึ้นมาถึงใบหน้าและใบหูจนมันร้อนฉ่าราวกับจะไหม้ เกล... เกลกำลังจะบ้าตายแล้วค่ะ! นี่เขาพูดบ้าอะไรออกมาเนี่ยต่อหน้าคนอื่นตั้งเยอะแยะ! มะ... หมายความว่ายังไงกันฟะ!
ฉันอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ มือไม้ไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความโกรธและความเสียใจเมื่อครู่อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย ถูกแทนที่ด้วยอาการเขินจนแทบแทรกแผ่นดินหนี
ส่วนมินตราน่ะเหรอคะ? ตอนนี้หน้าซีดเป็นไก่ต้มไปเรียบร้อยแล้วค่ะ เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ตัวสั่นเทาด้วยความโกรธแค้นและอับอายขายหน้าจนแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่รำไร
“พี่ธันวาใจร้ายที่สุด!” มินตรากรี๊ดออกมาเบาๆ ด้วยความเหลืออด ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้ววิ่งหนีหายลับไปจากตึกคณะวิศวะอย่างรวดเร็วท่ามกลางเสียงซุบซิบของคนรอบข้าง
บรรยากาศกลับมาเงียบสงบลงอีกครั้ง เหลือเพียงแค่เราสองคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น... ฉันกับพี่ธันวา
ฉันก้มหน้ามองพื้น ค่อยๆ ดึงข้อมือตัวเองออกจากอุ้งมืออุ่นของเขาอย่างเก้ๆ กังๆ หัวใจยังคงเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ความรู้สึกเขินอายตีรวนขึ้นมาจนไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเขาตรงๆ
“เอ่อ... ขะ... ขอบคุณนะคะ” ฉันพึมพำเบาๆ แทบไม่ได้ยินเสียงตัวเอง พร้อมกับจะก้าวเท้าเดินหนีเพื่อหลบหน้าเขา
แต่มีหรือที่คนเจ้าเล่ห์อย่างพี่ธันวาจะยอมปล่อยให้เหยื่อ... เอ๊ย! ให้ฉันรอดตัวไปได้ง่ายๆ
“เดี๋ยวสิครับ เกล”
เสียงทุ้มต่ำดังอยู่ใกล้แค่หู พร้อมกับร่างสูงที่ก้าวเข้ามาขวางทางเดินหน้าฉันเอาไว้พอดิบพอดี ฉันเงยหน้าขึ้นมองค้อนเขาด้วยความหมั่นไส้กลบเกลื่อนความเขิน
“อะไรอีกคะ? จะมาพูดจาแปลกๆ ให้คนอื่นเขาเข้าใจผิดเล่นอีกหรือไงเล่า!” ฉันแหวใส่เสียงดังกลบเกลื่อนอาการใจสั่น
พี่ธันวายิ้มกริ่ม ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ที่ฉันเกลียดนักเกลียดหนา เขาก้มหน้าลงมาจนใบหน้าของเราอยู่ห่างกันแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณปลายจมูกจนฉันต้องผะงกตัวถอยหลังหนีอัตโนมัติ
“ใครบอกว่าพูดให้เข้าใจผิดล่ะครับ...” เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำลอดออกมาจากริมฝีปากหยัก “เมื่อกี้... พี่พูดจริงทุกคำนะ”
พูดจริงทุกคำงั้นเหรอ? บ้าไปแล้ว... บ้าไปแล้วจริงๆ ด้วย!
ก่อนที่ฉันจะได้อ้าปากโวยวายอะไรกลับไป หน้าจอมือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของฉันก็สั่นครืดคราดขึ้นมาขัดจังหวะพอดี ฉันรีบหยิบขึ้นมาดูด้วยความโล่งอก นึกขอบคุณแอปพลิเคชันหรือใครก็ตามที่ส่งข้อความมาช่วยชีวิตฉันไว้จากสถานการณ์เสี่ยงโรคหัวใจวายนี้
แต่พอปลดล็อกหน้าจอและกวาดสายตาอ่านข้อความล่าสุดที่ปรากฏขึ้นมาบนหน้าต่างแชต หัวใจที่กำลังเต้นแรงอยู่แล้วก็แทบจะหยุดเต้นลงไปดื้อๆ
[ข้อความจาก: กะทิ (เพื่อนรักสายชง)]
“อีเกล! แกดูนี่ด่วน! เพจมหาวิทยาลัยลงรูปแกกับพี่ธันวาตอนยืนเคลียร์กับอีมินตราเมื่อกี้แล้วโว้ย! แถมมีคนแคปหน้าจอแชตหลุดจากกลุ่มลับวิศวะมาเม้าท์กันให้สนั่นว่า... พี่ธันวากำลังตามจีบแกแบบเปิดตัวจริงจัง! แกรรร รีบสารภาพมาเดี๋ยวนี้เลยนะว่าพวกแกแอบไปถึงไหนกันแล้ว?!!”
ฉันเบิกตากว้าง ค้างเติ่งอยู่ท่ามกลางความตกตะลึง รีบเงยหน้าขึ้นมองพี่ธันวาที่ยืนยิ้มกรุ่มกริ่มราวกับล่วงรู้อนาคตอยู่ก่อนแล้ว
ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองฉันด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ลึกซึ้ง พร้อมกับเสียงกระซิบกระซอationที่ดังขึ้นชิดริมหูจนขนลุกซู่
“เห็นไหมครับ... ทีนี้ ต่อให้เกลอยากจะปฏิเสธพี่แค่ไหน ก็ไม่มีใครยอมให้เกลหนีพ้นแล้วล่ะนะ”
***
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโบ๊ะบ๊ะและเขินตัวบิดไปพร้อมกันในตอนนี้นะคะ เลิฟยูว์ที่สุดค่ะ! - ที่คั่นหนังสือสีชมพู*
ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที!•ตอนที่ 18
อย่าไปยุ่งกับเขานะ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!