เสียงปรบมือและเสียงโห่แซวจากสแตนด์เชียร์คณะบริหารธุรกิจและวิศวกรรมศาสตร์ดังระเบิดขึ้นพร้อมกัน จนสนามกีฬากลางแทบจะสะเทือน เกลรู้สึกเหมือนหูอื้อตาลาย โลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสอุ่นร้อนบนหน้าผากยังคงหลงเหลือความรู้สึกราวกับถูกประทับตรำไว้อย่างถาวร
"กรี๊ดดด! พี่ธันวาคลั่งรักมากแม่! ฉันจะเป็นลม!"
เสียงกรี๊ดแปดหลอดของกะทิเพื่อนรักดังแว่วมาจากขอบสนาม แต่เกลกลับไม่ได้ยินอะไรชัดเจนอีกต่อไป นอกจากเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก สองแก้มของเธอร้อนผ่าวลามเลียไปจนถึงใบหู ร่างกายแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก สมองประมวลผลช้าลงไปสามร้อยเปอร์เซ็นต์เมื่อผู้ชายคนที่ขึ้นชื่อว่า 'รุ่นพี่จอมกวนประสาท' ค่อยๆ ผละใบหน้าออกด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก
"เดินไหวไหมยัยตัวแสบ หรืออยากให้พี่อุ้มวิ่งเข้าเส้นชัยต่อล่ะหึ?"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่กระซิบอยู่ข้างใบหูทำเอาเกลสะดุ้งสุดตัว สติที่กระเจิดกระเจิงเริ่มกลับเข้าร่าง พร้อมๆ กับความขัดเขินที่แปรเปลี่ยนเป็นความฮึดฮัดกลบเกลื่อนความอาย เกลรีบผลักอกแกร่งของอีกฝ่ายออกเบาๆ แล้วก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างทุลักทุเล
"ใคร... ใครจะไปรบกวนพี่กันล่ะคะ! ปล่อยเลยนะ คนมองกันทั้งสนามแล้วเนี่ย!" เกลแหวใส่เสียงดังกลบเกลื่อนอาการเขินจนหน้าดำหน้าแดง พยายามก้มหน้าหลบสายตากรุ้มกริ่มคู่นั้นที่มองมาอย่างเอ็นดู
"ก็เห็นล้มลงไปนอนกองกับพื้นซะขนาดนั้น นึกว่าเป็นห่วงซะอีก" ธันวาไหล่ง์อย่างไม่รู้ไม่ชี้ ยิ่งเห็นเกลทำหน้ามุ่ยแก้มป่องเป็นปลาปักเป้า เขากยิ่งอยากแกล้งให้หนักขึ้นไปอีก "หรือที่หน้าแดงนี่... เขินพี่เหรอครับ?"
"ใครเขิน! ฝันไปเถอะค่ะพี่ธันวา! เกลแค่... แค่สะดุดขาตัวเองเฉยๆ หรอกน่า!" ปากปฏิเสธเสียงแข็ง แต่สายตากลับเลิกลั่กไม่กล้าสบตา ทำเอาคนตัวสูงหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี
"ค่ะๆ เชื่อก็0ได้ว่าสะดุดขาตัวเอง แต่คราวหน้าถ้าจะล้ม ช่วยล้มมาให้ถูกทางแบบนี้อีกนะ... พี่ชอบ"
ประโยคหยอดเบอร์แรงพร้อมรอยยิ้มละลายใจทำเอาเกลแทบสำลักน้ำลายตัวเอง เธอรีบหันไปคว้าขวดน้ำเกลือแร่จากมือของกะทิที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาสมทบพอดี
"ไอ้เกลแก! แกเป็นลมล้มพับไปเมื่อกี้ แต่สิ่งที่ฉันเห็นคือพระเอกขี่ม้าขาวมาชัดๆ! โอ๊ย แก้มแกแดงแจ๋เลยนะยะ เขินล่ะสิแก!" กะทิไม่พูดเปล่ายังเอาศอกสะกิดยิกๆ จนเกลอยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด
"กะทิ! แกเงียบไปเลยนะ!" เกลแหวใส่เพื่อนสนิทหน้าตาตื่น ก่อนจะหันไปฆาตกรรมด้วยสายตากับต้นเหตุของเรื่อง แต่เจ้ากรรม... พี่ธันวากลับไม่อยู่ตรงนั้นเสียแล้ว เขากำลังเดินกลับไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ วิศวะท่ามกลางเสียงแซวเซ็งแซ่ แต่ก่อนไป เขายังหันมาขยبرตาให้เธอทีหนึ่งพร้อมกับทำมือเป็นรูปโทรศัพท์ส่งมาให้อีกต่างหาก
ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อสุขภาพจิตของเธอจริงๆ!
บรรยากาศการซ้อมกีฬาอัปยศ(?) ของเกลดำเนินต่อไปจนกระทั่งช่วงเย็นย่ำ เมื่อซ้อมเสร็จ เกลขอแยกตัวออกมาจากกะทิเพื่อเดินกลับหอพักคนเดียว ลมเย็นๆ พัดโชยยามค่ำคืนช่วยให้ความร้อนบนใบหน้าของเธอทุเลาลงไปได้บ้าง แต่ภาพเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวันกลับวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า สัมผัสอุ่นที่หน้าผากยังคงชัดเจนราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวินาทีที่ผ่านมานี้เอง
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนไลน์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เกลหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดู หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบเมื่อเห็นชื่อผู้ส่ง
**Thanwa:** ถึงหอพักยังครับตัวแสบ?
เกลเม้มริมฝีปากแน่น นิ้วเรียวลังเลว่าจะตอบกลับดีไหม แต่สุดท้ายเธอก็พิมตอบกลับไปอย่างไว้เชิง
**Gale:** ถึงแล้วค่ะ! แล้วนี่มายุ่งอะไรกับเกลเนี่ย คนยิ่งเหนื่อยๆ อยู่
**Thanwa:** ก็คนมันเป็นห่วงนี่หนา... เจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่าตอนล้ม? เดี๋ยวทายาให้เอาไหม?
**Gale:** ไม่ต้องเลยค่ะ! เกลไม่ได้บอบบางขนาดนั้นซะหน่อย แค่ถลอกนิดหน่อยเอง
**Thanwa:** งั้นแปลว่าพรุ่งนี้ซ้อมต่อได้ปกติสินะ? งั้นพรุ่งนี้เจอกันที่สนามเดิม เจ็ดโมงเช้า ห้ามสายนะเด็กดื้อ
เกลทำหน้ามุ่ยใส่หน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะพิมปฏิเสธ
**Gale:** ใครบอกว่าจะไปซ้อมคะ? เกลขอลาป่วยหนึ่งวันค่ะ!
**Thanwa:** ลาไม่ได้ครับ เพราะพี่เป็นโค้ชส่วนตัวให้เราแล้ว... และถ้าพรุ่งนี้เธอไม่มา พี่จะไปอุ้มเธอถึงเตียงนอนจริงๆ ด้วย หึๆ
อ่านข้อความนั้นจบ เกลก็รู้สึกเหมือนปรอทแตกในอก เธอรีบพิมข้อความยาวเหยียดเพื่อเถียงเขากลับไปทันที
**Gale:** พี่ธันวา! นี่มันคุกคามกันชัดๆ เลยนะ! เกลฟ้องจริงๆ ด้วย!
ส่งข้อความเสร็จ เกลก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนอนเตียงนุ่มในห้องพัก ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะวางโทรศัพท์เพื่อไปอาบน้ำ สายตาก็เหลือบไปเห็นข้อความแจ้งเตือนใหม่ที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ
**Thanwa:** เปิดระเบียงห้องตอนนี้สิ... พี่มีอะไรจะให้
เกลขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เธอค่อยๆ ลุกขึ้นเดินไปที่ระเบียงห้องพักชั้นสามอย่างกล้าๆ กลัวๆ มือเรียวผลักผ้าม่านออกแล้วชะโงกหน้ามองลงไปเบื้องล่าง
แสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าริมทางส่องกระทบร่างสูงโปรดของใครบางคนยืนกอดอกพิงมอเตอร์ไซค์คู่ใจอยู่ใต้ตึกพักหญิง พี่ธันวากำลังเงยหน้าขึ้นมามองที่ระเบียงห้องของเธอพอดี รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากทำให้หัวใจของเกลกระตุกวูบไหวอย่างรุนแรง
เขากำลังชูถุงยาและพลาสเตอร์ยาในมือขึ้นสูง พร้อมกับส่งยิ้มกวนประสาทแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นชนิดที่ต่อให้ลมหนาวพัดมาแค่ไหนก็ละลายหายไปหมดสิ้น
เกลเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือที่สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง
**Thanwa:** ลงมารับยาซะดีๆ... หรือจะให้พี่ปีนขึ้นไปรับรางวัลจากเธอบนนั้นแทน หึ?
หัวใจของเกลเต้นรัวระรัวจนแทบไม่เป็นจังหวะ มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อความรู้สึกบางอย่างที่พยายามปฏิเสธมาตลอดเริ่มพรั่งพรูออกมาอย่างต้านไม่อยู่...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ แล้วมาลุ้นตอนต่อไปกันต่อค่ะ!
ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที!•ตอนที่ 15
กอดนี้ทำไมมันอุ่นจัง
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!