ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที!•ตอนที่ 22

ใกล้กันจนได้ยินเสียงหัวใจ

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่คว่ำอยู่บนโต๊ะข้างเตียงดังขึ้น ท่าىกลางความเงียบงัดของยามวิกาล แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟหัวเตียงสาดส่องกระทบกับใบหน้าของเกลที่กำลังนอนขมวดคิ้วมุ่นอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ดวงตากลมโตกะพริบปริบๆ เพื่อปรับโฟกัสในความมืด ก่อนจะเหลือบไปมองร่างสูงของใครบางคนที่นอนเบียดอยู่บนโซฟาตัวยาวปลายเตียง... ไม่สิ อันที่จริงโซฟาตัวนั้นมันเล็กเกินกว่าส่วนสูงร้อยแปดสิบกว่าเซนติเมตรของวิศวกรปีสามอย่างพี่ธันวาเสียด้วยซ้ำ จนทำให้เขาต้องขดตัวงอเหมือนกุ้งต้ม และส่งเสียงฮึ่มฮั่มในลำคอด้วยความหงุดหงิดตั้งแต่เมื่อครู่แล้วค่ะ "งึมงำ... ยัยตัวแสบ..." เสียงทุ้มต่ำที่หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากของคนที่ทำทีเป็นหลับใหลทำเอาเกลสะดุ้งเฮือก เธอซุกตัวลงไปใต้ผ้าห่มลึกกว่าเดิม หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล เมื่อนึกถึงประโยคบอกรักกำกวมที่เขากดส่งมาก่อนหน้านี้... *'จะลบทำไมคะ... ในเมื่อสิ่งที่ยัยกะทิส่งมา มันคือ 'ความจริง' ทุกประการเลยนะคะแฟน'* ให้ตายเถอะ! นี่เธอกำลังตกอยู่ในสถานการณ์อะไรกันเนี่ย! เกลกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ พยายามข่มตาหลับเพื่อหนีความจริง แต่หูเจ้ากรรมดันคอยเงี่ยฟังเสียงฝีเท้าหรือการเคลื่อนไหวจากปลายเตียงตลอดเวลา และดูเหมือนว่าความพยายามของเธอจะล้มเหลวไม่เป็นท่า เมื่อจู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับน้ำหนักยวบลงบนฟูกที่นอนฝั่งตรงข้าม "พะ... พี่ธันวา ลุกขึ้นมาเลยนะคะ! แอบย่องเข้ามาทำไมเนี่ย!" เกลดีดตัวขึ้นนั่งพรวด ใช้ผ้าห่มผืนหนาคลุมโปงตัวเองถึงคอ พร้อมกับชี้หน้าคาดโทษผู้บุกรุกยามวิกาลที่ตอนนี้ทำหน้ามึนเบลอ ดวงคมกริบหยเยิ้มราวกับคนเพิ่งตื่นจากนิทรา แต่รอยยิ้มเจ้าเลที่มุมปากนั่นมันฟ้องชัดเจนว่าไม่ได้หลับจริงสักนิดค่ะ "ละเมอ..." เสียงแหบพร่าเอ่ยออกมาสั้นๆ พร้อมกับร่างสูงที่ทิ้งตัวลงนอนราบกับพื้นเตียงอย่างไร้พิณพาทย์ แถมยังเอื้อมแขนยาวๆ มาคว้าเอวบางของเธอไปรั้งเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะ! "กรี๊ด! พี่ธันวา! นี่มันเตียงเกลนะคะ! แล้วไอ้อาการละเมอเดินมานอนเบียดเนี่ย ไปฝึกมาจากคณะไหนไม่ทราบ!" เกลโวยวายลั่น พยายามผลักแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ แต่มือเจ้ากรรมดันไม่มีแรงเอาเสียเลยเมื่อฝ่ามือไปโดนไออุ่นจากร่างกายของเขาเข้าเต็มรัก "ชูวิสต์... เงียบหน่อยสิครับเด็กดี พี่ฝันร้าย..." ธันวาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดเข้ากับแก้มเนียนของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดรดรินอยู่ข้างกกหูทำเอาเกล ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง สมองขาวโพลนคิดคำด่าไม่ออกสักคำ "ฝันร้ายอะไรเล่า! ปล่อยเกลเลยนะ! ไม่งั้น... ไม่งั้นเกลจะฟ้องพี่กะทิแน่!" เธอขู่เสียงสั่น พยายามเบี่ยงหน้าหนีสัมผัสวาบหวามที่เริ่มคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที ทว่าคนตัวโตกลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นไปอีก ราวกับกลัวว่าเธอจะหลุดลอยหายไปในอากาศ "ฝันว่าโดนปฏิเสธ... ฝันว่าเด็กแถวนี้ใจร้าย ไม่ยอมรับความจริงสักที..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาข้างริมฝีปาก น้ำเสียงนั้นไม่มีเค้าลางความกวนประสาทเหมือนทุกที มีเพียงความจริงจังและความเว้าวอนบางอย่างที่ทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกวูบ เกลชะงักงัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาสคมที่มองตรงมาในความมืด แววตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของการหยอกล้อ แต่มันเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่หนักอึ้งและลึกซึ้งเสียจนเธอไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง "ใครใจร้ายกันแน่คะ..." เกลพึมพำเสียงเบาหวิว ความแข็งกร้าวที่มีเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความสั่นไหวในร่องเสียง "ส่งข้อความบ้าๆ แบบนั้นมา... ใครจะไปตั้งตัวทันเล่า..." "ก็ไม่อยากให้ตั้งตัวหรอกครับ..." ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ใบหน้าหล่อเหลาขยับเข้ามาใกล้จนหน้าผากชิดกัน "อยากให้ใจเต้นแรงจนตั้งสติไม่ไหว เหมือนที่พี่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้ต่างหากล่ะ" "คนบ้า..." เกลค้อนขวับ แต่ไม่กล้าผลักเขาออกอีกแล้ว ปล่อยให้ร่างสูงนอนหนุนหมอนใบเดียวกัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นไอความอบอุ่นเฉพาะตัวโอบล้อมรอบตัวเธอไว้จนแน่นหนา บรรยากาศรอบกายเงียบงันลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงหัวใจของคนสองคนที่เต้นรัวประสานกันเป็นจังหวะเดียว ในพื้นที่แคบๆ บนเตียงนอนนุ่ม ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงไฟสลัว เกลเพิ่งรู้ซึ้งถึงคำว่า 'ใกล้กันจนได้ยินเสียงหัวใจ' ก็ในวินาทีนี้เองค่ะ "ถ้าง่วงแล้วก็หลับไปเลยนะคะ ไม่ต้องมาเนียนกอดเกลแบบนี้ด้วย!" เกลเอ่ยเสียงอู้อี้พยายามกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่วพวงแก้ม "ครับ... หลับก็ได้..." ธันวาตอบรับด้วยรอยยิ้มละมุน ก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกนิด "ฝันดีนะครับ... แฟน" คำว่า 'แฟน' ที่หลุดออกมาจากปากเขาหน้าตาเฉยทำเอาเกลแทบสำลักอากาศ ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากเถียงอะไรกลับไป เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงก็สั่นครืดคราดขึ้นมาเสียก่อน หน้าจอเรืองแสงวาบพร้อมกับข้อความจากแอปพลิเคชันไลน์ที่เด้งขึ้นมาโชว์หรา *[Kathi]: "แก! เป็นไงบ้างวะพี่ธันวาแผนแนบเนียนป่ะ? อ้อ... แล้วระวังตัวด้วยนะเว้ย มินตรามันเพิ่งโพสต์สตอรี่ว่ากำลังขับรถออกไปแถวหอแกอ่ะ!"* เกลอ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา สมองที่กำลังเคลิบเคลิ้มเมื่อครู่ตื่นตัวเต็มพิกัดในเสี้ยววินาที ขณะที่ธันวาเองก็ขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นข้อความดังกล่าวสะท้อนอยู่ในความมืดเช่นกัน ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูกระหน่ำดังขึ้นรัวๆ จากด้านนอกห้อง พร้อมกับเสียงเรียกชื่อธันวาที่ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ ทำให้คนทั้งคู่ตัวแข็งทื่อทันที! "พี่ธันวาคะ! อยู่ข้างในใช่ไหมคะ เปิดประตูให้มินหน่อยค่ะ มินมีเรื่องสำคัญต้องคุยด้วยด่วนที่สุดเลยนะคะ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานและหวีดไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%