หน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของเกลสั่นครืดคราดติดต่อกันสามครั้งจนฝ่ามือชื้นเหงื่อเริ่มเย็นเฉียบ ข้อความจากไอน็อตเพื่อนร่วมคณะส่งเข้ามาในแชตกลุ่มแบบรัวเป็นชุดจนหัวใจของเกลร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
*[ไอน็อต]: มึง! แย่แล้ว มินตราหายตัวไปจากห้องพัก*
*[ไอน็อต]: บนโต๊ะมีซองยาพาราที่แกะกินเกือบหมดกล่อง กับกระดาษโน้ตเขียนข้อความเหมือนจดหมายลาตาย!*
*[ไอน็อต]: ตอนนี้อาจารย์กับพี่รหัสออกตามหากันให้วุ่น ทุกคนบอกว่าเห็นมินตราเดินมุ่งหน้ามาทางตึกวิศวะเก่าหลังมอ!*
ลมหายใจของเกลสะดุดกึก ความโกรธเคืองเรื่องบทสนทนาก่อนหน้านี้มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตื่นตระหนกและความรู้สึกผิดที่ตีรวนขึ้นมาจุกอก แม้ว่ามินตราจะเคยร้ายกาจใส่เธอแค่ไหน แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่จะปล่อยให้ใครต้องมาจบชีวิตลงเพราะความรักที่ไม่สมหวังได้เลย
"พี่ธันวาคะ..." เกลเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ตรงหน้า ดวงตาคมกริบของเขาฉายแววแปลกใจระคนหงุดหงิดที่เธอยังไม่ยอมเลิกสนใจหน้าจอโทรศัพท์สักที แต่พอได้เห็นใบซีดเผือดและดวงตาที่รื้นไปด้วยน้ำ ริมฝีปากหยักที่เตรียมจะเอާމุกกวนประสาทจึงต้องเม้มเข้าหากันสนิท
"เป็นอะไร หน้าซีดเป็นไก่ต้ม" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามด้วยความกังวลที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง
"มินตรา... มินตราหายตัวไปค่ะ!" เกลโพนทะนาออกมาเสียงดังจนผู้คนนับสิบคนที่เดินผ่านไปมาแถโถงทางเข้าคณะวิศวะต้องหันมามอง "ไอน็อตบอกว่าในห้องพักของมินตรามีจดหมายลาตายกับซองยา... แล้วมีคนเห็นเธอเดินมาทางตึกวิศวะเก่าหลังมอค่ะพี่ธันวา!"
บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ร่างสูงของธันวาชะงักไปทันที ดวงตาคมกริบที่เคยพราวระยับด้วยความขี้เล่นเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดจริงจังในเสี้ยววินาที เขากวาดสายตามองไปทางตึกเก่าร้างท้ายคณะซึ่งเป็นจุดอับสายตาและขึ้นชื่อเรื่องความเปลี่ยวทันที
"ไป!" ธันวาคว้าข้อมือเล็กของเกลไว้แน่นโดยไม่ต้องรอให้เธอพูดซ้ำสอง แรงดึงนั้นกึ่งจูบกึ่งลากแต่เต็มไปด้วยความร้อนรนจนเกลต้องซอยเท้าวิ่งตามแทบไม่ทัน
ระหว่างทางที่มุ่งหน้าไปยังตึกวิศวะเก่า เสียงฝีเท้าของทั้งคู่ดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบของตึกร้างที่ถูกปิดปรับปรุง กลิ่นอับชื้นของฝุ่นและปูนเก่าลอยแตะจมูก เกลหายใจหอบถี่ด้วยความเหนื่อยและตื่นกลัว มืออีกข้างที่ไม่ได้ถูกกุมไว้กำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือตัวเอง
เมื่อมาถึงบริเวณโถงชั้นสองของตึกร้าง ภาพที่เห็นเบื้องหน้าทำให้หัวใจของเกลร่วงวูบลงไปถึงตาตุ่ม
มินตราบางร่างระหงกำลังยืนอยู่ตรงขอบระเบียงที่ไม่มีรั้วกั้นสูงพอ สายตาล่องลอยเหม่อมองลงไปเบื้องล่าง เส้นผมยาวสลวยปลิวไสวไปตามแรงลมที่พัดโชก ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยในชุดนักศึกษาที่ยับยู่ยี่ ในมือถือกรอบรูปใบเล็กแนบอกแน่น
"มินตรา! หยุดรอดูก่อน อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ!" เกลส่งเสียงตะโกนออกไปด้วยความตกใจจนเสียงสั่นเครือ
ร่างที่กำลังยืนเหม่อสะดุ้งสุดตัว หันขวับกลับมามองต้นเสียง ดวงตากลมโตบวมเป่งจากการร้องไห้อย่างหนัก ใบหน้าที่เคยสวยเชิดบัดนี้ซีดเซียวไร้สีเลือด เธอยิ้มหยันให้กับตัวเองทั้งน้ำตาเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนก้าวเข้ามา
"เกลเหรอ... เธอมาทำไม มาสมเพชฉันใช่ไหมล่ะ?" เสียงหวานที่เคยสดใสแหบพร่าจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "เธอคงคิดว่าตัวเองชนะแล้วสินะ ได้ทั้งความรัก ได้ทั้งความสนใจจากพี่ธันวา..."
"ไม่ใช่แบบนั้นนะมินตรา!" เกลก้าวเท้าเข้าไปช้าๆ พยายามเกลี่ยมือปรามไม่ให้รุกล้ำเข้าไปใกล้ขอบระเบียงมากกว่าเดิม "ไม่มีใครชนะใครทั้งนั้น ทุกคนเป็นห่วงเธอนะ มินตรากลับลงมาก่อนเถอะ มีเรื่องอะไรเราค่อยๆ คุยกันได้"
"คุยเหรอ? จะให้ฉันคุยอะไรล่ะ ในเมื่อทุกอย่างมันพังไปหมดแล้ว!" มินตรากรีดร้องออกมาด้วยความอัดอั้น ตันใจ น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม "ฉันชอบพี่ธันวามาสามปี เต็มสามปีที่ฉันพยายามทำทุกอย่างเพื่อยืนอยู่ข้างๆ เขา แต่สิ่งที่ฉันได้กลับมามีแค่ความว่างเปล่า... พี่ธันวาไม่เคยเหลียวแลฉันเลยด้วยซ้ำ!"
เกลหันไปมองข้างกาย ธันวายังคงยืนนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาตึงเครียด กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาสีเข้มมองไปยังหญิงสาวบนขอบระเบียงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งความตกใจ ความอึดอัด และความรับผิดชอบในฐานะรุ่นพี่
"มินตรา ฟังพี่นะ" ธันวาตัดสินใจก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังถูกงัดออกมาใช้เพื่อเกลี้ยกล่อม "เรื่องระหว่างเรา... พี่ต้องขอโทษถ้าทำให้เธอเข้าใจผิด แต่พี่ไม่เคยคิดเกินเลยกับเธอมากกว่ารุ่นน้องในคณะเลยแม้แต่ครั้งเดียว ชีวิตของเธอมีค่ามากกว่าผู้ชายอย่างพี่ ตั้งสติแล้วก้าวถอยหลังออกมาเถอะนะ"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาและตัดเยื่อใยอย่างไร้เยื่อใยนั้น ยิ่งทำให้มินตราหัวใจสลายหนักกว่าเดิม ร่างบางเซถลาไปข้างหลังเล็กน้อยจนเกลหวีดร้องออกมาด้วยความตกใจ
"ถ้าฉันไม่มีค่า... แล้วฉันจะอยู่ไปทำไม!" มินตราตะโกนลั่น ขาเรียวขยับเข้าใกล้ขอบปูนอีกนิดจนส้นรองเท้าแทบจะยื่นออกไปนอกตึก
"อย่า!" เกลพุ่งตัวออกไปตามสัญชาตญาณโดยไม่ทันคิดถึงความปลอดภัยของตัวเอง แต่ทว่าเร็วกว่านั้น ธันวาที่ไวกว่าคว้าเอวบางของเกลไว้ด้วยมือข้างเดียว รั้งเธอกลับเข้ามาสู่อ้อมอกแกร่งไม่ให้ก้าวเข้าไปเสี่ยงอันตราย ขณะที่สายตาคมกริบพุ่งตรงไปยังมินตราด้วยความเด็ดเดี่ยว
"มินตรา! พอได้แล้ว!" เสียงของธันวาตวาดลั่นจนก้องกังวานไปทั่วตึกร้าง บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก "ถ้าเธอคิดจะกระโดดลงไปเพื่อเรียกร้องความสนใจจากพี่ งั้นพี่จะบอกความจริงอะไรให้เธอฟังตรงนี้เลย!"
เกลที่ซบอยู่กับแผงอกกว้างเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าด้านข้างของรุ่นพี่หนุ่มด้วยความงุนงง หัวใจเต้นโครมครามด้วยความตื่นตระหนกจากเหตุการณ์ตรงหน้า
ธันวาหายใจเข้าลึกๆ สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ ตัวตึกที่มีเพื่อนๆ นักศึกษาและอาจารย์ที่วิ่งตามมาสมทบยืนอออยู่ตรงปากทางเข้าห้องโถงพอดี ทุกคนต่างอึ้งและหยุดชะงักกับเหตุการณ์ระทึกขวัญตรงหน้า
"พี่ธันวา... จะทำอะไรคะ?" เกลกระซิบถามเสียงสั่นด้วยความสังหรณ์ใจประหลาด
ธันวาไม่ตอบคำถามของเกล แต่เขาหันกลับไปสบตากับมินตราที่ยืนช็อกอยู่ริมระเบียง ร่างสูงสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ก่อนจะประกาศกร้าวออกมาเสียงดังฟังชัด ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในที่นั้น
**"เพราะฉันกำลังจีบเด็กคนนี้อยู่! และฉันไม่มีวันสนใจใครอื่นอีกทั้งนั้น!"**
สิ้นเสียงประกาศนั้น ความเงียบงันราวกับป่าช้าก็เข้าปกคลุมทั่วทั้งโถงทางเดินทันที มินตราอ้าปากค้าง น้ำตาที่กำลังไหลอาบแก้มหยุดชะงักลงในทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อหูตัวเอง
ส่วนเกล... สมองของเธอขาวโพลน ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ความร้อนพุ่งวาบขึ้นมาลามเลียทั่วทั้งใบหน้าและใบหูจนร้อนฉ่า หัวใจเจ้ากรรมเต้นกระหน่ำรัวยิ่งกว่ากลองเพลจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
*กะ... เมื่อกี้... เขาว่ายังไงนะ?*
เกลอ้าปากพะงาบๆ จะหันไปโวยวายใส่คนข้างตัว แต่ยังไม่ทันจะได้ขยับริมฝีปากเพื่อปฏิเสธคำกล่าวอ้างที่ชวนช็อกโลกนั้น เสียงสะอื้นไห้โฮของมินตราก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ร่างบางที่ยืนอยู่ริมระเบียงทรุดตัวลงนั่งกับพื้นปูนอย่างไร้เรี่ยวแรง ปล่อยโฮออกมาอย่างน่าเวทนาจนอาจารย์ที่วิ่งมาถึงต้องรีบเข้าไปประคองตัวออกห่างจากขอบระเบียงทันที
ความชุลมุนวุ่นวายเริ่มต้นขึ้นเมื่อทีมอาจารย์และเพื่อนๆ เข้ามารุมล้อมเกลี้ยกล่อมมินตราและพาตัวเธอลงไปข้างล่าง เสียงพูดคุยจอแจดังเซנקเซ็ง แต่สำหรับเกลแล้ว โลกทั้งใบกลับเงียบงันลงเหลือเพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นดังโครมครามอยู่ข้างหู
"เรียบร้อย... ทีนี้ก็เคลียร์ปัญหาชีวิตชาวบ้านไปได้หนึ่งเปลาะ" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหูของเกล พร้อมกับท่อนแขนแกร่งที่ยังคงโอบประคองเอวเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
เกลหันขวับไปมองค้อนใส่คนฉวยโอกาสทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงต้นคอด้วยความเขินอายปนความโมโหที่ถูกเอาเธอมาอ้างต่อหน้าคนนับสิบ
"ไอ้... ไอ้พี่ธันวา! ใครให้พี่ประกาศแบบนั้นเล่า! ใครไปตกลงเป็นแฟนพี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ฮะ!" เกลกำหมัดทุบเข้าที่อกแกร่งเบาๆ แก้เขิน แต่คนตัวสูงกลับหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ยิ่งเห็นใบหน้างอง้ำที่แดงแจ๋เป็นลูกตำลึงสุกของเธอ เขากยิ่งรู้สึกว่าเด็กนี่น่ารักจนแทบจะอดใจไม่ไหว
"ก็ไม่ได้บอกว่าเป็นแฟนสักหน่อย..." ธันวาโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาสีเข้มพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาเกลขาอ่อนยวบลงไปครึ่งหนึ่ง "พึ่งประกาศไปหรอกนะว่ากำลังจีบ... หูทวนลมหรือไงครับเด็กดื้อ"
"ฮื่อออออ! รุ่นพี่บ้าที่สุด!" เกลยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองที่ร้อนผ่าวด้วยความเขินจัดจนแทบจะระเบิดตัวตายตรงนั้น
แต่ในจังหวะที่เกลกำลังจะมุดหนีอ้อมอกแกร่งด้วยความทำอะไรไม่ถูกนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความไลน์จากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธันวาก็แผดเสียงดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศสีชมพู
ธันวาขมวดคิ้วเล็กน้อย ละสายตาจากใบหน้าหวานของเกลชั่วขณะเพื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปลายนิ้วเรียวกดปลดล็อกหน้าจอแล้วกวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ ที่ส่งเข้ามาจากเบอร์แปลกปลอม
ใบหน้าคมคายที่เคยผ่อนคลายและเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์เมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดและเย็นชาลงในเสี้ยววินาที ร่างสูงชะงักค้าง ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นเนื้อหาบนหน้าจอที่ปรากฏภาพถ่ายใบเสร็จปริศนาพร้อมข้อความสั้นๆ ที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ
*[เบอร์แปลก]: ของขวัญรับขวัญน้องเกล... หวังว่ากระเป๋าเงินใบนี้จะยังอยู่ครบนะ*
ธันวาหันขวับกลับมามองหน้าเกลทันทีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตระหนกตกใจอย่างปิดไม่มิด
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ! ❤️
ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที!•ตอนที่ 26
วินาทีที่ความอดทนขาดผึง (Climax Part 2)
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!