ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที!•ตอนที่ 27

สารภาพรักกลางลานมหาลัย

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
เสียงฮือฮาระดับแปดริกเตอร์ดังสะเทือนไปทั่วลานกิจกรรมคณะบริหารธุรกิจในย่างเข้าช่วงบ่ายแก่ๆ ชนิดที่ต่อให้คนหูหนวกก็ยังต้องหันมามองค่ะ บรรยากาศรอบตัวตอนนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความชุลมุนวุ่นวายระดับสิบกระโหลก เมื่อเป้าหมายของสายตาผู้คนนับร้อยชีวิตกำลังพุ่งตรงมาที่ฉัน—เด็กปีหนึ่งผู้มีสקิลชีวิตติดลบและกำลังยืนอ้าปากค้างจนแมลงวันแทريนบินเข้าไปทำรังได้อยู่แล้ว "เฮ้ยแก! นั่นมันพี่ธันวา วิศวะปีสามนี่หว่า! เขามาทำอะไรที่คณะเราวะ?!" เสียงกระซิบกระซาบของเพื่อนสนิทในกลุ่มดังแทรกขึ้นมา แต่ฉันแทบไม่ได้ยินมันเลยค่ะ สมองของฉันตอนนี้ขาวโพลน ว่างเปล่า ยิ่งนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อวินาทีที่แล้วตอนที่ธันวาหันขวับกลับมามองหน้าฉันด้วยแววตาตื่นตะหนก ร่างกายของฉันมันก็ยิ่งแข็งทื่อราวกับโดนสาปให้เป็นหิน ดอกกุหลาบสีแดงช่อโตนับร้อยดอกในอ้อมแขนกว้างของเขากำลังส่งกลิ่นหอมฟุ้งตัดกับใบหน้าคมคายที่ปกติมักจะตีมึนกวนประสาทฉันอยู่เสมอ แต่ในเวลานี้... ใบหน้าหล่อเหลานั้นกลับขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหูอย่างเห็นได้ชัด ให้ตายเถอะ นี่มันสถานการณ์บ้าอะไรกันเนี่ย! "เกล..." เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยเรียกชื่อฉันลอดไรฟัน ท่ามกลางเสียงเชียร์และเสียงแซวที่ดังระเบิดขึ้นเป็นระลอกๆ จากเหล่านักศึกษาที่เริ่มจับกลุ่มมุงดูกันแน่นขนัดจนแทบไม่มีอากาศหายใจ "พี่... พี่ธันวา มาทำอะไรตรงนี้คะเนี่ย! แล้วไอ้ช่อดอกไม้บ้านี่..." ฉันพยายามกระซิบลอดไรฟันกลับไปบ้าง พร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างกวักไล่ให้เขาถอยห่างออกไป แต่เปล่าประโยชน์เลยค่ะ ร่างสูงใหญ่ของรุ่นพี่ตัวร้ายกลับก้าวเข้ามาประชิดตัวฉันมากขึ้น จนปลายรองเท้าผ้าใบของเราแทบจะชนกันอยู่แล้ว "ก็เอามาให้นี่ไง ถามได้" ธันวาตอบหน้าตาย แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับหลบวูบไปทางอื่นอย่างมีพิรุธ มือหนาที่ถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่เริ่มสั่นระริกนิดๆ แบบที่ถ้าไม่สังเกตดีๆ ไม่มีทางเห็นแน่ๆ ภาพของนายรุ่นพี่ปีสามผู้ทรงอิทธิพล เจ้าพ่อแห่งความกวนประสาทและยืนหนึ่งเรื่องการแกล้งน้องรหัสให้หัวปั่น กลับกลายร่างเป็นลูกสุนัขพันธุ์ทางตัวโตที่กำลังเก้ๆ กังๆ ต่อหน้าฝูงชนซะงั้น! เคมีบ้าบออะไรเนี่ย ทำไมหัวใจเจ้ากรรมของฉันมันถึงได้เต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอกแบบนี้ล่ะคะ! "ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีเลยนะคะ! หลบไปเลยนะ คนมองกันทั้งคณะแล้วเนี่ย พี่บ้าหรือเปล่าเนี่ย!" ฉันแหวใส่เสียงดังลั่นเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังแผดเผาแก้มทั้งสองข้างจนร้อนผ่าวไปหมด มือเล็กพยายามดึงชายเสื้อฮู้ดสีดำของเขาให้ถอยหลัง แต่เขากลับปักหลักยืนนิ่งราวกับฝังรากลึกอยู่กับพื้นคอนกรีต "มองก็มองสิ พี่ไม่ได้มาขโมยของใครกินนี่หว่า..." ธันวาพึมพำเบาๆ แต่พอดันเงยหน้าขึ้นมาสบตากับฉันตรงๆ แววตาดุดันแพรวพราวเมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็นความจริงจังและลึกซึ้งจนฉันเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "แล้วก็ไม่ได้บ้าด้วย... ตั้งใจมาต่างหาก" กรี๊ดดดดดดด! เสียงกรี๊ดกราดของเหล่าชะนีเก้งกวางรอบข้างดังขึ้นอีกระลอกจนแก้วหูแทบแตก กะทิที่ยืนแอบเนียนอยู่หลังเสาตึกคณะถึงกับยกมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอรัวๆ พร้อมทำปากมูฟเมนต์ส่งเสียงเชียร์แบบไม่มีเสียงว่า *'ลุยเลยพี่ธันวา จัดการมันเลย!'* ให้ตายเถอะ ยัยกะทิเพื่อนรัก แกมันตัวดีเลยนะ! ถ้าคืนนี้ฉันโดนแฟนคลับพี่ธันวารุมประชาทัณฑ์ขึ้นมา แกต้องรับผิดชอบชีวิตฉันด้วยทุเรียนห้าพูเลยนะเว้ย! "เกล... ฟังพี่ดีๆ นะ" ธันวาขยับเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเราแทบจะเหลือเป็นศูนย์ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นไอแดดอ่อนๆ ลอยเข้าจมูกจนฉันสมองตื้อไปหมด "มะ... ไม่ฟังค่ะ! หลบไปเลยนะ ไม่งั้นฉันจะ..." ฉันพยายามจะถอยหลังหนี แต่ทว่ามือหนาของเขากลับไวรัสยิ่งกว่าอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ออปติก คว้าข้อมือฉันไว้หลวมๆ แต่แน่นหนาพอที่จะไม่ให้หนีไปไหนได้ "จะทำไม? จะบอกว่าไม่ชอบเหรอ" ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักยกยิ้มเจ้าเลệuที่เป็นเอกลักษณ์ แต่แววตาคู่คมนั้นกลับไหวระริกด้วยความประหม่าอย่างปิดไม่มิด "ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา... ที่พี่ตามกวนประสาท ที่คั่นแชตไปทักหาทุกวัน ที่คอยตามรับตามส่ง เกลคิดว่าพี่ทำเพราะว่างมากเหรอวะ" คำพูดตรงไปตรงมาแบบไม่มีฟิลเตอร์ของเขาทำเอาฉันสำลักน้ำลายตัวเองทันทีค่ะ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว ยอมรับก็ได้... ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา หัวใจของฉันมันพ่ายแพ้ให้กับความใส่ใจที่ซ่อนอยู่หลังความกวนประสาทพวกนั้นมาตลอด ตั้งแต่ตอนที่ฉันทำรายงานกลุ่มจนเป็นลมคาห้องคอม แล้วเขาก็แบกฉันไปห้องพยาบาล ทั้งๆ ที่ปากก็บ่นว่าฉันซุ่มซ่าม หรือตอนที่ฉันง้องอนเรื่องไร้สาระแล้วเขาก็ยอมขับรถข้ามจังหวัดมาซื้อชานมไข่มุกร้านโปรดให้ตอนตีสอง... คนอะไร ร้ายกาจเป็นบ้าเลยค่ะ! "พี่ธันวา..." ฉันครางชื่อเขาออกมาได้แค่นั้นจริงๆ เสียงในลำคอหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกที ขอบตาก็เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ซะแล้ว "พี่รู้ว่าตัวเองมันปากหมา แถมชอบแกล้งให้เธอโมโหอยู่เรื่อย..." ธันวาถอนหายใจยาวเหยียด แววตาสั่นระริกด้วยความจริงจังที่หาดูได้ยากยิ่งจากผู้ชายคนนี้ "แต่เรื่องเดียวที่พี่ไม่เคยโกหกเลย... คือความรู้สึกของตัวเอง" เขาขยับช่อดอกไม้ในมือเข้ามาประชิดตัวฉันมากขึ้น จนกลิ่นกุหลาบหอมฟุ้งอบอวลอยู่รอบตัว ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะคลี่ยิ้มอ่อนโยน—รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเกลคนนี้แทบจะหยุดเต้นไปเสียดื้อๆ "เป็นแฟนกับพี่นะ, ยัยตัวแสบ" ความเงียบชั่วขณะเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวราวกับทุกคนพร้อมใจกันกลั้นหายใจ เสียงลมหายใจของฉันดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท สมองประมวลผลคำสารภาพรักกลางลานคณะที่ดังกระหึ่มท่ามกลางสักขีพยานนับร้อยชีวิต ยัยเกลเอ้ย... เธอจะปฏิเสธผู้ชายโบ้ๆ คนนี้ลงได้ยังไงในเมื่อหัวใจมันยอมจำนนตั้งแต่ประโยคแรกแล้ว! ฉันเม้มริมฝีปากแน่นอย่างคนฟอร์มจัดเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรงๆ พร้อมกับพ่นลมหายใจออกทางจมูกเบาๆ เพื่อเรียกความมั่นใจ "ถ้าฉันยอมเป็นแฟนด้วย... คราวหลังห้ามแกล้งฉันเรื่องสะดุดขาตัวเองอีกนะ!" ฉันเชิดหน้าขึ้นเถียงกลบเกลื่อนความเขิน ธันวาหัวเราะร่วนออกมาเสียงดังลั่นอย่างอารมณ์ดี ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายแห่งความสุขสมหวัง มือหนายื่นมือมาขยี้ผมฉันจนยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง "ก็ตามใจแฟนสิครับ... จะกล้าขัดใจได้ยังไงล่ะ" กรี๊ดดดดดดด! เสียงเฮลั่นลานคณะดังสนั่นหวั่นไหวราวกับสนามบอลแตก พร้อมๆ กับที่เพื่อนๆ ต่างพากันปรบมือและเป่าปากแซวกันยกใหญ่ กะทิกระโดดโลดเต้นชูสองนิ้วอยู่ไกลๆ ขณะที่ฉันยืนหน้าแดงแจ๋ ซุกหน้าลงกับช่อดอกไม้กุหลาบเพื่อซ่อนความเขินอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี แต่ทว่า... ท่ามกลางบรรยากาศแสนหวานชื่นที่ควรจะจบลงด้วยฉากเลิฟฟีลกู๊ดตามแบบฉบับนิยายรักทั่วไป เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของธันวากลับดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ *ติ๊ง!* ธันวาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความรำคาญใจ เขายังคงโอบไหล่ฉันไว้ข้างหนึ่งด้วยความหวงแหน ก่อนจะใช้มืออีกข้างหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูหน้าจอแชตผ่านๆ เพื่อจะปิดเสียง แต่ทว่า... ทันทีที่สายตาคมกริบกวาดมองข้อความล่าสุดบนหน้าจอแชต สีหน้ายิ้มแย้มและแววตาพราวเสน่ห์เมื่อครู่ของธันดากลับแข็งค้าง ร่างสูงชะงักกึกไปในทันทีราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าอย่างจัง! ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่นอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต และข้อความสั้นๆ บนหน้าจอโทรศัพท์ที่ส่องแสงวาบสะท้อนกับนัยน์ตาของเขาก็ทำเอาฉันต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัย *ภาพหน้าจอแชตปริศนาส่งตรงมาจากบัญชีที่ไม่ปรากฏชื่อ:* **[บัญชีนิรนาม]:** *"ยินดีด้วยนะพี่ธันวา... แฟนคนใหม่น่ารักดีนี่ หวังว่าความลับเรื่อง 'ยัยนั่น' จะยังเก็บไว้เป็นความลับดีนะ หึๆ"* ธันวากำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเปื้อนยิ้มเมื่อวินาทีที่แล้วกลับซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด เขารีบกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์เก็บเข้ากระเป๋าอย่างรวดเร็วผิดวิสัย พร้อมกับหันกลับมามองหน้าฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตระหนกตกใจอย่างปิดไม่มิด และริมฝีปากที่สั่นระริกเล็กน้อยราวกับกำลังซ่อนเรื่องลับสุดยอดบางอย่างเอาไว้ ...นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ทำไมจู่ๆ บรรยากาศรอบตัวถึงได้เยียบเย็นลงจนน่ากลัวแบบนี้ล่ะคะพี่ธันวา?! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและหวี๊ดพี่ธันวากับน้องเกลมาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%