ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที!•ตอนที่ 28

ตกลง... เป็นแฟนกันนะ

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
บรรยากาศรอบตัวที่เคยเยียบเย็นจนน่ากลัวเมื่อวินาทีที่แล้ว พลันมลายหายไปสิ้น เมื่อจู่ๆ ไฟสปอตไลท์ดวงใหญ่จากลานกิจกรรมกลางแจ้งของมหาวิทยาลัยก็สาดส่องลงมาตรงกลางสนามหญ้า ราวกับฉากในซีรีส์เกาหลีที่ถูกจัดฉากไว้อย่างดิบดี "เฮ้ย! อะไรวะนั่น!" เสียงอุทานของเพื่อนสนิทในกลุ่มวิศวะดังขึ้น ตามด้วยเสียงโห่แซวที่ดังสนั่นหวั่นไหวจนกลบเสียงลมหายใจของเกลที่กำลังเต้นรัวโครมครามอยู่ในอก เด็กสาวปีหนึ่งคณะบริหารฯ ถึงกับก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความตื่นตระหนก เมื่อพบว่าตัวเองตกเป็นเป้าสายตาของนักศึกษาหลายร้อยคนที่มุงล้อมรอบสนามหญ้าแห่งนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และต้นเหตุของความวุ่นวายทั้งหมด... ก็ยืนอยู่ตรงหน้าเธอนี่ไงคะ พี่ธันวาในชุดเสื้อช็อปตัวเก่ง ยืนนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองเธอด้วยความเจ้าเล่ห์และกวนประสาท บัดนี้กลับฉายแววความจริงจังและจริงใจจนน่าใจหาย ไม่มีรอยยิ้มมุมปากกวนๆ ไม่มีคำพูดหยדหยอกยียวน มีเพียงความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดบางอย่างซึ่งทำให้เกลขยับขาหนีไปไหนไม่ได้เลยสักนิด "พี่... พี่ธันวา เล่นบ้าอะไรเนี่ย คนมองเต็มเลยนะ!" เกลกระซิบเสียงลอดไรฟัน พยายามซ่อนใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดด้วยการยกมือขึ้นเกาแก้มแก้เก้อ แต่ดูเหมือนว่าความพยายามนั้นจะไร้ผลเมื่อกะทิ เพื่อนสนิทตัวแสบยืนปรบมือแปะๆ อยู่ข้างหลังพร้อมกับส่งเสียงเชียร์ดังลั่น "เอาเลยพี่! น้องเกลเขาใจอ่อนแล้ววว!" "เงียบไปเลยนะยัยกะทิ!" เกลหันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสนิทตัวดี แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรต่อ ฝ่าหนาอุ่นจัดของคนตรงหน้าก็เอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ไม่ได้บีแน่นจนเจ็บ แต่เป็นสัมผัสที่มั่นคงและอบอุ่นจนใจดวงน้อยกระตุกวูบ "พี่ไม่ได้เล่น" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่ทรงพลังจนเสียงรอบข้างราวกับถูกกดปุ่มปิดเสียงลงทันที ดวงตาคมคายคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ "เกลก็รู้ว่าพี่ไม่ได้ล้อเล่นตั้งแต่วันแรกที่เดินเข้าไปกวนใจเราแล้ว" ให้ตายเถอะค่ะ... ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงขยันทำให้ใจสั่นอยู่เรื่อยเลยนะ! เกลเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลแทบไม่ทันเมื่อนึกถึงเรื่องราวตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่การโดนแกล้งสารพัด การส่งข้อความมากวนประสาททุกวันไม่เว้นวันหยุด จนกระทั่งวันที่เธอเกือบจะถอดใจเพราะคิดว่าเขาคงแค่สนุกไปวันๆ แต่สายตาที่จริงจังในตอนนี้... มันไม่ใช่การล้อเล่นเลยแม้แต่นิดเดียว "แล้ว... แล้วใครใช้ให้มาบอกรักกลางสนามแบบนี้เล่า มันน่าอายจะตายไปนะ!" เกลเถียงเสียงสั่น ใบหน้างุ้มงงงวยด้วยความเขินอายจนลามไปถึงใบหู "ถ้าไม่ทำแบบนี้ เด็กดื้อแถวนี้ก็คงทำเป็นตีมึนแล้วหนีหายไปอีกรอบน่ะสิครับ" พี่ธันวาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มอ่อนโยนที่นานๆ ทีจะได้เห็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา จนบรรดาสาวๆ รอบสนามถึงกับส่งเสียงฮือฮาด้วยความอิจฉา ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง มินตราที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ริมกลุ่มคนดู ก็ก้าวเท้าเข้ามาแทรกกลางด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความริษยาที่ปิดไม่มิด "พี่ธันวาคะ อย่าบอกนะว่าเอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่นกับเด็กบริหารคนนี้จริงๆ แค่เพราะโดนเพื่อนท้าเล่นๆ น่ะ!" เสียงแหลมสูงของดาวคณะดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบ เรียกเสียงซุบซิบจากคนรอบข้างให้ดังระรอกขึ้นมาอีกครั้ง เกลชะงักไปนิด ความไม่มั่นใจที่เคยถูกปัดตกไปกลับพุ่งขึ้นมาจุกที่ลำคอ เธอเงยหน้าขึ้นมองพี่ธันวาด้วยแววตาไหวระริก แม้จะปากเก่งแค่ไหน แต่ลึกๆ แล้วเธอก็ยังกลัวความรู้สึกของตัวเอง กลัวว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะเป็นแค่เกมเดิมพันของคนเจ้าชู้ ทว่า... พี่ธันวาไม่ได้แม้แต่จะชายตามองมินตราเลยด้วยซ้ำ ฝ่ามือใหญ่ที่จับข้อมือเธออยู่เปลี่ยนเป็นสอดประสานปลายนิ้วเข้าหากันแน่นขึ้น ราวกับจะส่งผ่านความมั่นใจทั้งหมดที่มีมาให้เด็กสาว "เรื่องของพี่กับเกล ไม่จำเป็นต้องให้คนนอกมาตัดสินใจหรอกครับมินตรา" น้ำเสียงของพี่ธันวาเย็นเยียบลงถนัดตาเมื่อหันไปตอบศัตรูหัวใจ ก่อนจะหันกลับมามองเกลด้วยสายตาที่อบอุ่นและเว้าวอนจนหัวใจคนฟังแทบหลอมละลาย "ว่าไงครับเด็กดี... คำตอบของพี่ล่ะ?" เสียงเชียร์รอบตัวเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง ทุกสายตาจับจ้องมาที่คนทั้งคู่ กะทิตะโกนเชียร์สุดเสียงจนคอแทบแตก ขณะที่มินตราสะบัดหน้าหนีด้วยความเจ็บใจแล้วเดินกระแทกส้นเท้าหายเข้าไปในฝูงชน เกลสูดลมหายใจเข้าลึก ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ความทรงจำนับร้อยฉายวาบเข้ามาในหัว ทั้งตอนที่โดนเขาแกล้งจนโมโห ทั้งตอนที่ป่วยแล้วเขายามาส่งหน้าหอพัก หรือแม้แต่ตอนที่เขาคอยปกป้องเธอจากสายตาแปลกๆ ของคนรอบข้าง ผู้ชายปากร้าย นิสัยเสีย และขี้แกล้งคนนี้... แท้จริงแล้วคือคนที่ดูแลความรู้สึกของเธอดีที่สุดมาตลอด เกลเงยหน้าขึ้น สบตากับคนตัวสูงกว่าด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่แต้มอยู่บนริมฝีปาก ดวงตากลมโตฉายแววซุกซนขึ้นมานิดหน่อยตามประสาคนฟอร์มจัดเป็นนัดสุดท้าย "ถ้าตกลง... ห้ามแกล้งเกลอีกนะ!" พี่ธันวาชะงักไปนิด ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความโล่งอกและเอ็นดูระคนกัน เขาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ท่าท่ามกลางเสียงโห่แซวและเสียงปรบมือสนั่นหวั่นไหว "รับรองเลยครับ ว่าจากนี้ไป... พี่จะยอมให้เกลแกล้งคืนคนเดียวเลย" "งั้นก็ได้ค่ะ..." เกลหลบสายตาหวานเชื่อมคู่นั้นด้วยความเขินจัด พวงแก้มใสแดงก่ำลามไปจนถึงต้นคอ "ตกลง... เป็นแฟนกันก็ได้!" เสียงกรี๊ดและเสียงปรบมือดังสนั่นลั่นสนามหญ้าจนแทบแตก กะทิถึงกับกระโดดโลดเต้นจนเพื่อนข้างๆ ต้องช่วยประคอง ส่วนพี่ธันวาก็ยправлениеยิ้มกว้างด้วยความสุขล้นปรี่ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้ใบหูของเธอแล้วกระซิบแผ่วเบาจนจั๊กจี้หัวใจ "ขอบคุณนะครับแฟนเด็ก..." ทุกอย่างควรจะจบลงด้วยความหวานชื่นและรอยยิ้มแห่งความสุข ทว่าในจังหวะที่เกลกำลังจะซุกใบหน้าหนีความเขินอกอุ่นๆ ของแฟนหนุ่มหมาดๆ นั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อช็อปของพี่ธันวาก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ พี่ธันวาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดที่โดนขัดเวลาหวาน เปลือกตาคมเหลือบลงมองหน้าจอโทรศัพท์แวบหนึ่งเพื่อจะกดตัดสาย แต่แล้ว... มือหนากลับชะงักกริบ สีหน้าผ่อนคลายเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดขึ้นมาทันทีอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ เกลสังเกตเห็นความผิดปกติจึงเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัย "ใครโทรมาเหรอคะพี่ธันวา หน้าตาถึงได้เครียดขนาดนั้น?" พี่ธันวาไม่ได้ตอบคำถามทันที เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความอบอุ่นกลับไหวระริกด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น และประโยคแรกที่หลุดออกมาจากปากของคนตัวสูง ก็ทำเอาเกลถึงกับเลือดในกายเย็นเฉียบลงทันที "ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็น 'พี่ธวัน' พี่ชายฝาแฝดของพี่... ที่ทุกคนคิดว่าเสียชีวิตไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่เดินทางร่วมหวีดและฟินมาด้วยกันจนถึงตอนนี้ รอติดตามบทสรุปส่งท้ายความฟินในตอนหน้ากันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%