"ถ้าพี่ธันวายังไม่เลิกยิ้มแบบนี้ใส่เกล... เกลจะฟ้องกะทิว่าพี่แอบกินเด็กนะคะ!"
เสียงโวยวายอู้อี้ดังลอดออกมาจากริมฝีปากที่ถูกเบะคว่ำลงอย่างไม่สบอารมณ์ ขณะที่เจ้าของร่างเล็กในชุดเสื้อฮู้ดสีชมพูพาสเทลกำลังพยายามใช้สองมือดันแก้วชานมไข่มุกออกห่างจากใบหน้าคมคายของคนตรงข้าม ทว่าดูเหมือนความพยายามนั้นจะสูญเปล่า เมื่ออีกฝ่ายนอกจากจะไม่ถอยแล้ว ยังโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่รอมร่อ
นี่ไม่ใช่ความฝัน... และไม่ใช่สถานการณ์จำลองในห้องเชียร์คณะวิศวะที่เคยทำให้เกลอยากจะมุดแผ่นดินหนี
แต่มันคือ "เดตจริงจัง" ครั้งแรก หลังจากที่สถานะระหว่างเราสองคนถูกยกระดับจาก "รุ่นพี่ตัวแสบกับรุ่นน้องจอมโก๊ะ" กลายเป็น "แฟน" แบบเต็มปากเต็มคำเมื่อสามวันที่ผ่านมา
บรรยากาศในคาเฟ่สไตล์มินิมอลย่านอารีย์อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดและเสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ แต่หัวใจของเกลกลับเต้นรัวราวกับมีวงกลองรบมาตีประโคมอยู่ข้างใน ทว่า... ความหวานละมุนที่ควรจะดำเนินไปอย่างราบรื่น กลับมีเงาปริศนาจากเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนทอดทับเข้ามาในความรู้สึกอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ภาพของ "พี่ธวัน" พี่ชายฝาแฝดของพี่ธันวา ผู้ชายที่ทุกคนในครอบครัวรวมถึงตัวพี่ธันวาเองต่างเชื่อสนิทใจว่าเสียชีวิตไปแล้วจากอุบัติเหตุเมื่อห้าปีก่อน... ยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความคิด ดวงตาคู่คมที่ถอดแบบกันมาเป๊ะๆ แต่กลับเย็นชาและเต็มไปด้วยปริศนา รอยยิ้มที่มุมปากที่ไม่ได้ฉาบความอบอุ่นไว้เลยแม้แต่น้อย คำพูดทิ้งท้ายก่อนที่เขาจะหายตัวไปในความมืด ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท
*‘ดูแลพี่ชายเธอให้ดีๆ นะเกล... เพราะบางที สิ่งที่เห็น อาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด’*
"เหม่ออะไรอีกแล้วครับเด็กดี หืม?"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นชิดริมใบหู พร้อมกับปลายนิ้วอุ่นๆ ที่ยื่นมาดีดหน้าผากมนเบาๆ อย่างหมั่นไส้ เรียกสติของเกลให้กลับคืนสู่ปัจจุบัน ร่างสูงของพี่ธันวาในเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก ทิ้งตัวลงนั่งพิงพนักโซฟาด้วยท่าทางสบายๆ แต่ดวงตาคู่คมสีนิลกลลับกำลังจ้องมองเธอด้วยความห่วงใยเจือประกายระยิบระยับที่มักจะทำให้หัวใจของเธอเหลวเป๋วทุกที
"เปล่าสักหน่อยค่ะ... เกลก็แค่มองว่า วันนี้กาแฟร้านนี้รสชาติแปลกๆ แค่นั้นเอง" เกลรีบแก้ตัว น้ำเสียงตะกุกตะกักจนพิรุธเห็นได้ชัด เธอก้มหน้าลงงุด ซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงก่ำไว้ใต้ฮู้ดตัวโคร่ง
"แปลกเหรอ? ไหน เอามาให้พี่ชิมซิ ว่ามันรสชาติยังไง ถึงทำให้แฟนพี่หน้าแดงขนาดนี้" พี่ธันวาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาพราวระยับก่อนจะถือวิสาสะแย่งแก้วชานมในมือเธอไปดูดหลอดเดียวกันหน้าตาเฉย!
"ไอ้... พี่ธันวา! นั่นมันแก้วเกลนะ!" เกลอ้าปากค้าง หน้าตาตื่นตระหนกจนกะทิที่นั่งโต๊ะถัดไป (ซึ่งอ้างว่ามาบังเอิญเจอแต่สายตานี่จ้องจะชงอยู่ตลอดเวลา) ถึงกับสำลักเค้กมะพร้าวอ่อนจนไอโขลกๆ
"แก้วเดียวกันแล้วไง ก็เราเป็นแฟนกันไม่ใช่เหรอดื้อ" พี่ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ยิ้มมุมปากแบบที่เกลเกลียดนักเกลียดหนา เพราะมันช่างดาเมจต่อใจเหลือเกิน "หรือว่าอยากให้พี่ป้อนด้วยวิธีอื่น... หื้ม?"
"พอเลยค่ะ! คนทะลึ่ง!" เกลค้อนควับ รีบคว้าแก้วคืนมาแล้วยกซดแก้เขินจนเกือบสำลักเสียเอง ภาพความเครียดเรื่องพี่ธวันถูกกลบฝังลงชั่วขณะด้วยความกวนประสาทของคนตรงหน้า แต่ถึงกระนั้น ความรู้สึกหวาดระแวงลึกๆ ก็ยังคงกัดกินหัวใจ เธอรู้ดีว่าพี่ธันวากำลังปกปิดบางอย่าง หรือบางที... เขาเองก็อาจจะยังไม่รู้เรื่องการกลับมาของพี่ชายฝาแฝด
และเธอก็ไม่กล้าพอที่จะทำลายรอยยิ้มที่มีความสุขของเขาในตอนนี้ด้วยเรื่องราวชวนปวดหัวนั้น
เดตดำเนินต่อไปท่ามกลางเสียงหัวเราะและการหยอกล้อ พี่ธันวาพาเกลไปเดินเล่นที่หอศิลป์ต่อด้วยการหาของกินอร่อยๆ ตามตรอกซอกซอยที่เกลอยากไป มือหนาอบอุ่นกุมมือเล็กของเธอไว้แน่นตลอดทาง ราวกับกลัวว่าเธอจะหลุดลอยหายไปไหน ความใส่ใจที่แสดงออกผ่านการคอยบังรถให้ การเช็ดมุมปากให้อย่างเบามือ หรือแม้แต่การแกล้งแซวให้เธอโมโหเล่น ล้วนตอกย้ำว่าผู้ชายคนนี้รักเธอมากแค่ไหน และเธอก็ตกหลุมรักเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนถอนตัวไม่ขึ้น
จนกระทั่ง... ช่วงเวลาค่ำคืนมาเยือน ทั้งคู่1เลือกที่จะมานั่งรับลมเย็นๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ณ สวนสาธารณะบรรยากาศเงียบสงบ แสงไฟจากตึกสูงสะท้อนผิวน้ำระยิบระยับ โรแมนติกเสียจนเกลเผลอซบศีรษะลงกับไหล่กว้างของชายหนุ่มอย่างลืมตัว
"มีความสุขไหมครับคนเก่ง" เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาเคล้าเสียงลมหนาว
"มากค่ะ... มากจนเกลกลัวว่ามันจะเป็นความฝัน" เกลพึมพำตอบ เสียงของเهورแผ่วเบาลงในตอนท้าย ความกังวลที่ถูกเก็บกดไว้เริ่มตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง เธอเงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าของเขาที่ต้องกับแสงไฟสลัว "พี่ธันวาคะ..."
"หื้ม ว่าไงครับ?"
"ถ้า... สมมติว่ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น หรือมีคนในอดีตที่พี่คิดว่าตายไปแล้ว กลับมาหาพี่จริงๆ พี่จะทำยังไงเหรอคะ?" คำถามที่กลั่นกรองมาจากความอึดอัดถูกพ่นออกไปจนหมดเปลือก เกลจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา คาดหวังจะเห็นร่องรอยความลังเล หรือความตกใจ
แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมีเพียงรอยยิ้มจางๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความแปลกใจเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย...
"รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับเด็กดื้อ"
น้ำเสียงของพี่ธันวาเปลี่ยนไปเป็นความนิ่งเรียบที่น่ากลัว บรรยากาศรอบตัวที่เคยอบอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบในชั่วพริบตา มือหนาที่เคยโอบกอดเธอค่อยๆ คลายออกช้าๆ
เกลเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ "พี่... พี่หมายความว่ายังไงคะ? พี่รู้เรื่องพี่ธวัน..."
"พี่รู้ทุกอย่างเกล..." พี่ธันวาก้มลงมองหน้าเธอ แววตาคู่คมในตอนนี้มืดสนิทไร้ซึ่งประกายขี้เล่นแบบเมื่อครู่ "และที่สำคัญ... เขาก็ไม่ได้อยากกลับมาแค่ทักทายพี่หรอกนะ"
ยังไม่ทันที่เกลจะได้เอ่ยปากถามอะไรต่อ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังของเธอ พร้อมกับสัมผัสเย็นเฉียบของวัตถุโลหะบางอย่างที่ถูกจ่อเข้าที่ต้นคอของเธออย่างรวดเร็ว!
"ยินดีต้อนรับสู่ความจริงนะ... น้องสะใภ้"
เสียงกระซิบกระซาบที่เย็นยะเยือกจนกระดูกสันหลังวาบหวิว ดังขึ้นข้างใบหู พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวออกมาจากเงาไม้...
ไม่ใช่ใครอื่น—แต่เป็น "พี่ธวัน" ที่ยืนยันรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมใส่พี่ชายฝาแฝดของตัวเองต่อหน้าต่อตาเกล!
ติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะคะ
"ที่คั่นหนังสือสีชมพู"
ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที!•ตอนที่ 29
เดตจริงจังหลังเลื่อนสถานะ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!