“เดี๋ยวค่ะ! พี่ธวัน... เมื่อกี้คุณพี่พูดว่าอะไรนะคะ? ใครฝาแฝดใครนะ!”
เกลแทบจะสำลักน้ำลายตัวเองตอนที่ดึงแขนเสื้อพี่ธันวาไว้แน่น ดวงตากลมโตเบิกกว้างจนแทบจะถลอกจากเบ้า เมื่อผู้ชายหน้าตาเหมือนพระเอกหนุ่มวิศวะคนนี้—ไม่ใช่สิ คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าตอนนี้คือ ‘พี่ธวัน’ ตัวร้ายสุดขั้วหัวใจที่เพิ่งยิ้มเหี้ยมเกรียมใส่ฝาแฝดของตัวเองไปหมาดๆ
บรรยากาศหน้าคณะบริหารฯ ตอนเย็นย่ำที่ควรจะโรแมนติก กลับกลายเป็นฉากละครหลังข่าวขนาดย่อมๆ ไปซะอย่างนั้น เมื่อความจริงข้อใหญ่หลวงถูกเฉลยออกมาแบบไม่ทันตั้งตัว
“หึ เกล... เด็กโง่เอ้ย ดูไม่ออกจริงๆ เหรอว่าใครเป็นพี่ ใครเป็นน้อง” เสียงทุ้มต่ำที่ติดจะกวนประสาทนิดๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง ก่อนที่ร่างสูงโปร่งของพี่ธันวาตัวจริงจะเดินเข้ามาคว้าเอวบางของฉันเข้าไปชิดร่าง พร้อมกับส่งสายตาพิฆาตใส่พี่ชายฝาแฝดที่ยืนกอดอกยิ้มมุมปากอยู่
“ไอ้ธัน... แกนี่มันหวงของยิ่งกว่าหมาหวงก้างอีกนะ” พี่ธวันหัวነในลำคอ ก่อนจะยกมือขึ้นเสยผมสีเข้มลวกๆ “ฉันแค่แวะมาทักทายสะใภ้ในอนาคตเฉยๆ หรอกน่าทำเป็นตื่นตูมไปได้”
“ใครสะใภ้คุณ! พูดจาพล่อยๆ นะคะพี่ธวัน!” ฉันแหวใส่หน้าคนพี่ทันทีตามสัญชาตญาณความปากเก่ง แต่ใบหน้ากลับร้อนผ่าวขึ้นมาจนลามไปถึงใบหู ยิ่งเหลือบไปเห็นสายตาพราวระยับของพี่ธันวา (แฟนตัวจริงของฉันเองค่ะ!) ที่ก้มลงมามองด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ยิ่งทำให้หัวใจเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก
“นั่นสิครับ... เกลเป็นของผมคนเดียว” พี่ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มที่จงใจกระซิบข้างใบหู จนฉันต้องยกมือขึ้นหยิกเอวเขาแก้เขินไปทีหนึ่ง “โอ๊ย! ยัยตัวแสบ มือหนักเป็นบ้าเลยนะเรา”
“สมน้ำหน้าค่ะ! ใครใช้ให้มาหยอดอะไรตอนนี้เล่า คนยิ่งงلอยู่”
พี่ธวันหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะรวบมือทั้งสองข้างของฉันเข้าไปกุมไว้แน่นท่ามกลางสายตาของนักศึกษาที่เดินผ่านไปมา แม้ว่าเรื่องราววุ่นวายทั้งหมด—ไม่ว่าจะเป็นยัยมินตราที่โดนเฉดหัวออกจากวงโคจรไปเรียบร้อย หรือปมพี่น้องฝาแฝดที่สลับตัวกันปั่นหัวฉันเล่นมาเป็นเดือน—จะคลี่คลายลงแล้ว แต่ความรู้สึกอุ่นวาบในหัวใจกลับยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
“กลับกันเถอะค่ะเด็กเรื้อน เดี๋ยวพี่พาไปกินชาบูกู้ร่างที่เหนื่อยมาทั้งวัน” พี่ธันวาเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความรักและความเอ็นดูจนฉันแทบละลาย
“เย้! ชาบูกู้ร่าง! ฉันขอไปด้วยคนสิคะพี่ธัน!” เสียงแหลมปรี๊ดของกะทิโผล่มาจากพุ่มไม้ข้างตึกคณะบริหารฯ พร้อมกับถือโทรศัพท์มือถือเตรียมไลฟ์สดเต็มที่ “คู่นี้เขาคลั่งรักกันไม่ไหวแล้วค่ะคุณผู้ชมขา ขออนุญาตเป็นพยานรักให้เพื่อนสาวผู้โชคดีคนนี้ด้วยนะคะ!”
“ยัยกะทิ! แกแอบฟังฉันคุยกันเหรอเนี่ย!” ฉันโวยวายหน้าแดงแจ๋ พยายามจะวิ่งไล่ตีเพื่อนตัวดี แต่ก็โดนวงแขนแข็งแกร่งของพี่ธันวาดึงกลับเข้าไปกักตัวไว้ในอ้อมอกเสียก่อน
“ปล่อยให้ตัวป่วนเขาเล่นไปเถอะครับ... สนใจแค่พี่คนนี้ก็พอแล้ว”
คำพูดกระซิบแผ่วเบาพร้อมรอยยิ้มละมุนที่นานๆ จะหลุดออกมาที ทำให้โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เกลเงยหน้าขึ้นมองรอยยิ้มของแฟนหนุ่ม—ผู้ชายที่เคยคิดว่าเป็นตาบ้าปากเสียและน่ารำคาญที่สุดในโลก แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยเดียวที่ฉันไม่อยากเดินจากไปไหนอีกแล้ว
นิยายรักหวานแหววเรื่องนี้อาจจะไม่ได้เริ่มต้นด้วยความโรแมนติกสวยหรู ไม่มีแสงแดดอบอุ่นยามเช้า หรือเสียงดนตรีบรรเลงหวานๆ มีเพียงแค่เสียงโวยวาย กัดกันไปกัดกันมา และข้อความแชตป่วนๆ ที่ส่งหากันทุกวัน แต่มันคือเรื่องราวความรักที่แท้จริง... ที่ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ยัยตัวแสบคนนี้ก็จะขอเป็น "ที่คั่นหนังสือ" หน้าสุดท้ายในหัวใจของพี่ธันวาตลอดไปค่ะ
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่เดินทางร่วมหัวจมท้ายและฟินจิกหมอนมาด้วยกันจนถึงหน้าสุดท้ายนี้นะคะ!
ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที!•ตอนที่ 30
บันทึกเล่มสุดท้าย: รักนะยัยตัวแสบ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!