"บอกแล้วไงคะว่าเกลไม่ได้ส่งผิดห้อง! ...แล้วก็นะคะพี่ธันวา เลิกส่งสติกเกอร์แมวทำหน้ากวนประสาทแบบนั้นมาสักทีเถอะค่ะ!"
เสียงโวยวายเบาๆ ของเกลดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องสมุดคณะบริหารธุรกิจ นิ้วเรียวเล็กกำลังรัวพิมพ์หน้าจอโทรศัพท์มือถือยิกๆ จนแทบจะทะลุจอ แชตในไลน์สีเขียวสว่างวาบขึ้นข้อความใหม่รัวๆ เป็นระลอก ตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ที่เคยมีแต่คำสั่งงาน โปรเจกต์ หรือการทวงเอกสารแบบรุ่นพี่กับรุ่นน้อง มันได้ถูกรื้อถอนและสร้างใหม่ด้วยอิโมจิหัวใจสีชมพูและสติกเกอร์รูปหมาแมวออดอ้อนที่คนเคร่งขรึมอย่างพี่ธันวาไม่น่าจะมีไว้ครอบครอง
*“ก็รุ่นพี่ไม่ได้ส่งผิดห้องนี่ครับ… แค่ใจมันหลุดไปอยู่ห้องน้องเกลต่างหาก”*
ข้อความจากฝ่ายตรงข้ามเด้งขึ้นมาพร้อมสติกเกอร์เจ้าหมาพันธุ์โกลเด้นทำหน้าทำตาแป๋วแหวว เกลอ่านแล้วรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อเป็นร้อยๆ ตัวบินวนอยู่ในท้องจนเนื้อตัวร้อนผ่าว ใบหน้าร้อนฉ่าขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ หญิงสาวกัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างขัดใจ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ที่เริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ
"โอ๊ยยย ยัยเกล! แกจะมานั่งบิดตัวเป็นเลขแปดอะไรตรงนี้เนี่ย หน้าแดงยิ่งกว่าลูกมะเขือเทศสุกอีกนะแก"
กะทิ เพื่อนสนิทสายชงระดับโลกที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ชะโงกหน้าข้ามโต๊ะมามองจอโทรศัพท์ด้วยสายתตาเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มกริ่มที่มุมปากของเพื่อนสาวทำเอาเกลต้องรีบคว่ำหน้าจอมือถือลงกับโต๊ะทันทีราวกับกลัวความลับจะถูกเปิดเผย
"เปล่าสักหน่อย! ใครหน้าแดง ไม่มี๊!" เกลปฏิเสธเสียงสูง กลบเกลื่อนด้วยการหยิบแก้วชานมไข่มุกขึ้นมาดูดจนหมดแก้ว ทั้งที่ในปากมีแต่ความว่างเปล่า
"ไม่มีอะไรกับผีส่ะซิ ฉันเห็นนะยะว่าพี่รหัสสุดหล่อสายวิศวะของแกเขารุกหนักขนาดไหน จากเดิมที่สั่งงานเหมือนหัวหน้าคนงานก่อสร้าง ตอนนี้กลายเป็นแมวเปอร์เซียขี้อ้อนไปซะแล้ว แบบนี้ไม่เรียกจีบจะให้เรียกว่าอะไรล่ะคะคุณขา" กะทิหัวคิกคักอย่างสนุกสนาน พร้อมกับยื่นมือมาเขย่าแขนเกลเบาๆ "ยอมรับมาเถอะค่ะว่าใจสั่นจนจะกระเด็นออกมานอกอกอยู่แล้ว"
เกลค้อนใส่เพื่อนรักวงใหญ่ แต่เถียงไม่ออกเลยสักคำ เพราะความจริงมันก็เป็นอย่างที่กะทิพูดทุกประการ สัปดาห์ก่อนพี่ธันวายังคงเป็นรุ่นพี่มาดนิ่ง เย็นชา และพูดน้อยจนน่ากลัว แต่พอเหตุการณ์คืนนั้นที่เธอเผลอพิมพ์ข้อความตัดพ้อส่งไปผิดห้อง... ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปราวกับพลิกฝ่ามือ
โลกดิจิทัลในหน้าจอสมาร์ทโฟนกลายเป็นสนามรบแห่งความเขินอาย พี่ธันวาขยันสรรหาคำพูดหวานเลี่ยนและมุกเสี่ยวโบ๊ะบ๊ะมาหยอดเธอไม่เว้นแต่ละวัน จากที่เคยรำคาญ ตอนนี้เกลกลับพบว่าตัวเองเผลอรอคอยเสียงแจ้งเตือนจากเขาอยู่ตลอดเวลา และนั่นคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด... เธอกำลังแพ้ทางผู้ชายคนนั้นเข้าให้แล้วจริงๆ
*Rrrr...*
เสียงสั่นครืดคราดของโทรศัพท์บนโต๊ะทำเอาเกลสะดุ้งสุดตัว หน้าจอแสดงชื่อ "พี่ธันวา วิศวะ" พร้อมกับรูปโปรไฟล์นิ่งๆ แต่สายตาในรูปช่างดุดันและชวนละลายในเวลาเดียวกัน กะทิส่งเสียงกรี๊ดเบาๆ ในลำคอแล้วทำมือเป็นสัญญาณรีบรับสายทันที เกลสูดหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้ง กดรับสายแล้วแนบโทรศัพท์ไว้ที่ข้างหู
"คะ... มีอะไรคะรุ่นพี่?" เกลพยายามบังคับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ปลายเสียงกลับสั่นระริกจนน่าอาย
*(ลงมาข้างล่างตึกบริหารหน่อยครับ)* เสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลลอดผ่านสายโทรศัพท์เข้ามา ทำเอาหัวใจของเกลกระตุกวูบ *(มีคนฝากของมาให้... แล้วก็มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยตัวต่อตัว)*
"ของอะไรคะ? แล้วทำไมต้องให้ลงไป..."
*(ลงมาเถอะครับ หรืออยากให้ผมเดินขึ้นไปลากตัวลงมาเอง หื้ม?)* ประโยคหลังน้ำเสียงของเขากลั้วหัวเราะเบาๆ อย่างรู้ทัน ชวนให้จินตนาการถึงใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังยกยิ้มมุมปากด้วยความเจ้าเล่ห์
"ก็ได้ค่ะ! รอแป๊บเดียว!" เกลตัดสายทิ้งด้วยความหมั่นไส้ปนเขินอาย เธอรีบยัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋าเสื้อคลุม คว้ากระเป๋าผ้าแล้วหันไปหากะทิที่ทำหน้าลุ้นระทึกยิ่งกว่าลุ้นหวย
"พี่เขาเรียกแล้ว แกไปเถอะย่ะ! สู้เขานะคะเพื่อนรัก เอาหัวใจพี่วิศวะกลับมาฝากฉันด้วย!" กะทิโบกมือไล่พร้อมส่งสายตาเชียร์อัพสุดฤทธิ์
เกลกลอกตามองฟ้าด้วยความหมั่นไส้เพื่อนสนิท ก่อนจะรีบก้าวเดินออกจากห้องสมุดมุ่งหน้าไปยังโถงล่างของคณะบริหารธุรกิจ บรรยากาศช่วงเย็นย่ำเริ่มมีลมพัดโชยมาเบาๆ ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มอมชมพูโรแมนติก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวทุกย่างก้าวที่เข้าใกล้จุดนัดพบ ความรู้สึกกังวลและตื่นเต้นตีรวนกันจนปั่นป่วนไปหมด
และที่ตรงนั้น... ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าคณะบริหาร ร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาปีสามกางเกงสแล็คเข้ารูปกำลังยืนพิงเสาไฟส่องสว่าง มือหนากำลังกดโทรศัพท์มือถือ แต่พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นร่างเล็กๆ ของเกลที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ รอยยิ้มบางๆ ที่อบอุ่นจนละลายใจคนมองก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายนั้นทันที
พี่ธันวาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเกลด้วยความรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นอายความสะอาดลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้เกลต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความประหม่า
"มาช้าจังนะครับ นึกว่าเปลี่ยนใจไม่อยากเจอพี่ซะแล้ว" ธันวาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงล้อเลียน แววตาพราวระยับคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าที่แดงก่ำของคนตรงหน้าอย่างเอ็นดู
"ใครว่าล่ะคะ เกลก็เดินมาตามปกติของเกลนี่นา... แล้วไหนล่ะคะของที่ว่า มีธุระอะไรก็รีบพูดมาเลยนะ เกลต้องรีบกลับไปทำงานกลุ่มต่อ" เกลแกล้งทำเป็นเฉไฉ หลบสายตาคมกริบที่จ้องมองมาตรงๆ เพราะกลัวว่าเขาจะจับสังเกตอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะของเธอได้
ธันวาไม่ได้ตอบคำถามทันที เขายื่นมือมาคว้าข้อมือเล็กของเกลไว้เบาๆ ไม่ให้เธอเดินหนี ก่อนจะยื่นกล่องของขวัญขนาดเล็กสีชมพูหวานแหววที่ซ่อนไว้ข้างหลังมาตรงหน้าเธอ
"อันนี้ของฝาก... จากคนที่อยากเป็นมากกว่ารุ่นพี่" ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่หายไปแทนที่ด้วยแววตาที่ลึกซึ้งและจริงใจจนเกลถึงกับพูดไม่ออก
สมองของเกลขาวโพลน มือข้างที่ถือกระเป๋าผ้าสั่นน้อยๆ เธอมองกล่องของขวัญสลับกับใบหน้าคมสันของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงหัวใจของตัวเองที่ดังโครมครามรากับกลองชุด
แต่ก่อนที่เกลจะได้เอ่ยปากพูดอะไรออกไป เสียงแจ้งเตือนไลน์จากโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศหวานๆ นั้นเสียก่อน
*Ping!*
เกลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูอย่างงุนงง หน้าจอแสดงข้อความใหม่จากแอปพลิเคชันยอดฮิต แต่พอก้มลงอ่านข้อความนั้น ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อพบว่าข้อความที่เพิ่งเด้งขึ้นมา ไม่ใช่ข้อความจากเพื่อนสนิทอย่างกะทิ... และไม่ใช่ข้อความจากพี่ธันวาที่ยืนอยู่ตรงหน้า
*“อย่าไปหลงเชื่อมันนะยัยเกล! พี่ธันวาเขามีแผนจะ…”*
ข้อความถูกตัดจบลงแค่นั้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ และเงาร่างของใครบางคนที่กำลังวิ่งตรงดิ่งเข้ามาจากมุมตึกด้านมืดด้วยความเร็วสูง!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความฟินและรอยยิ้มนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ จากใจ... ที่คั่นหนังสือสีชมพู
ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที!•ตอนที่ 13
แชตเต๊าะวนไปครับพี่น้อง
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!